| ชื่อเรื่อง | : | เศรษฐกิจการผลิตและการตลาดส้มโอในภาคเหนือ |
| นักวิจัย | : | นงนุช อังยุรีกุล |
| คำค้น | : | การตลาด , ภาคเหนือ , ส้มโอ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5020008 , http://research.trf.or.th/node/4106 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัย เรื่อง “เศรษฐกิจการผลิตและการตลาดส้มโอในภาคเหนือ” มีวัตถุประสงค์เพื่อหาต้นทุนและ ผลตอบแทนการผลิต ศักยภาพในการผลิตและการแข่งขัน ความคุ้มค่าและอัตราความเสี่ยงของการลงทุนของผู้ปลูกส้ม โอ ด้านการตลาดมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบวิถีการตลาด และส่วนเหลื่อมการตลาด การวิจัยจำแนกตามพันธุ์ส้มโอ หลักของจังหวัดเชียงราย และพิจิตร คือ พันธุ์ทองดี ท่าข่อย ขาวแตงกวา และเชลเล่อร์ มีจำนวนตัวอย่างที่เป็นเกษตรกร ทั้งหมด 84 ราย และเป็นคนกลางทางการตลาดทั้งหมด 7 ราย ผลการวิจัยด้านเศรษฐกิจการผลิต พบว่า ในจังหวัดเชียงราย ส้มโอพันธุ์ทองดีมีรายได้สุทธิเหนือต้นทุนเงิน สดเฉลี่ยปีละ 3,673.21 บาท/ไร่ มีความคุ้มค่าในการลงทุนและมีความเสี่ยงต่ำมาก แต่ส้มโอพันธุ์เชลเล่อร์ ขาดทุนสุทธิ เหนือต้นทุนเงินสดเฉลี่ยปีละ 317.73 บาท/ไร่ ไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุน แต่มีความคุ้มค่าเมื่อพิจารณาเฉพาะรายจ่าย เงินสดตามพฤติกรรมของผู้ปลูกและมีความเสี่ยงสูงมาก ส่วนในจังหวัดพิจิตร ส้มโอพันธุ์ทองดีมีรายได้สุทธิเหนือ ต้นทุนเงินสดเฉลี่ยปีละ 23,498.14 บาท/ไร่ มีความคุ้มค่าในการลงทุนและมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ พันธุ์ท่าข่อยมีรายได้ สุทธิเหนือต้นทุนเงินสดเฉลี่ยปีละ 1,124.37 บาท/ไร่ ไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุน แม้ว่าจะพิจารณาเฉพาะรายจ่ายเงิน สดตามพฤติกรรมของผู้ปลูกแล้วก็ตาม และส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวามีรายได้สุทธิเหนือต้นทุนเงินสดเฉลี่ยปีละ 14,482.82 บาท/ไร่ มีความคุ้มค่าในการลงทุนและมีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งนี้ศักยภาพในการประกอบอาชีพปลูกส้มโอใน จังหวัดเชียงราย พบว่ามีความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้ มีความเข้มแข็งค่อนข้างต่ำ มีโอกาสและความสามารถใน การแข่งขันปานกลาง และศักยภาพในการประกอบอาชีพปลูกส้มโอในจังหวัดพิจิตร พบว่ามีความสามารถในการ พึ่งพาตนเองได้ มีความเข้มแข็ง มีโอกาสและความสามารถในการแข่งขันปานกลาง ผลการวิจัยด้านเศรษฐกิจการตลาด พบว่า ผลผลิตส้มโอที่เก็บเกี่ยวได้ภาคเหนือสามารถอุปทานส้มโอได้ ตลอดทั้งปี ผู้ปลูกส้มโอในจังหวัดเชียงรายขายส้มโอให้กับผู้รวบรวมร้อยละ 51.71 รองลงไปเป็นผู้ส่งออก ผู้ค้าส่ง ตัวแทนและผู้ค้าปลีกร้อยละ 35.57, 5.88, 4.82 และ 2.02 ตามลำดับ ผู้รวบรวมมีส่วนเหลื่อมการตลาดร้อยละ 53.36 ของ รายได้ทั้งหมด ตัวแทนได้ผลละ 1 บาท และผู้ส่งออกมีต้นทุน 425,565.22 บาท/ตู้ ส่วนผู้ปลูกส้มโอในจังหวัดพิจิตรขาย ส้มโอให้กับผู้รวบรวมร้อยละ 60.12 ของมูลค่าที่ขายทั้งหมด รองลงไปขายให้กับผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีกและตัวแทน ร้อยละ 29.32, 7.00 และ 0.56 ตามลำดับ ส่วนอีกร้อยละ 3 ขายให้กับผู้บริโภค ตัวแทนมีส่วนเหลื่อมการตลาดเท่ากับรายได้ที่ ได้รับ ผู้ค้าปลีกมีส่วนเหลื่อมการตลาดร้อยละ 34.90 ผู้บรรจุส้มโอเพื่อการส่งออกมีส่วนเหลื่อมการตลาดที่ส่งไปตลาด อียูร้อยละ 13.19 และส่งไปตลาดฮ่องกงร้อยละ 17.43 ข้อเสนอแนะต่อผู้ปลูกส้มโอ คือ ต้องรู้จักเลือกพันธุ์ และการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้ได้ผลตอบแทนที่ ดีและมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ ทำกิจกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือค่าใช้จ่ายให้เพิ่มขึ้น ซึ่งพิจิตรมีแนวโน้มที่ จะสามารถพัฒนาได้ดีกว่า โดยต้องมุ่งที่การแก้ไขจุดอ่อนและนำจุดแข็งมาใช้ และมีกิจกรรมที่มีผลต่อการเติบโตของ ตลาด ข้อเสนอแนะต่อการตลาด คือจะต้องสร้างความร่วมมือกันทุกฝ่าย โดยภาครัฐต้องช่วยให้การผลิตสามารถให้ ผลผลิตที่มีคุณภาพเพื่อการส่งออก ขยายตลาดส่งออก และให้กฎเกณฑ์การส่งออกเอื้ออำนวยต่อการส่งออกส้มโอของ ไทย The objectives of this research, “Pummelo’s Production Economics and Marketing in Northern Region”, were toanalyzed the production cost and return, production and competitive potential, project appraisal and investment risk, marketing channels and marketing margin. Research areas covered Chiang Rai and Phichit Province and 4 varieties: Thong Dee, Ta Koi, Khao Tang Gua and Sheller. The data collected from 84 growers and 10 middlemen, by interviewing. The production economics result, in Chiang Rai Province found that Thong Dee had net return over cash cost 3,673.21 ฿/rai/yr., the project was desirable for investment and very low risk. Sheller had net return over cash cost (loss) 317.73 ฿/rai/yr., the project was undesirable for investment but it would desirable if considered only on cash cost of the growers’ behavior. In Phichit Province found that Thong Dee had net return over cash cost 23,498.14 ฿/rai/yr., the project was desirable for investment and relatively low risk. Ta Koi had net return over cash cost 1,124.37 ฿/rai/yr., the project was undesirable for investment although it was considered only on cash cost of the growers’ behavior. Khao Tang Gua had net return over cash cost 14,482.82 ฿/rai/yr., the project was desirable for investment and very high risk. The growers in Chiang Rai Province had self-reliance, relatively low strengths, fair opportunities and competitiveness. Also, the growers in Phichit Province had self-reliance and fair in strengths, opportunities and competitiveness. The Pummelo marketing in Northern region found that the output could supply for the whole year. The growers in Chiang Rai Province distributed 51.71% to the assemblers, 35.57% to the exporters, 5.88% to the wholesalers, 4.82% to the agents and 2.02% to the retailers. The assemblers got 53.36 % of marketing margin. The agent got 1 ฿ each. The cost of exporters had 425,565.22 ฿/ 1 container. The growers in Phichit Province distributed 60.12% to the assemblers, 29.32% to the wholesalers, 7% to the retailers, 0.56% to the agents and 3% directed to the consumers. The agent got marketing margin equal to revenue. The retailers got 34.90% of marketing margin. The export packers got marketing margin about 13.19% and 17.43% to EU market and Hong Kong, respectively. The recommendations to the growers are selectivity, manage for earnings and concentrate in investments in segment where profitability is good and risks are relatively low. The recommendations in marketing are to enhance the cooperation among the stakeholders. Especially, the government agents should support the growers to increase the proportion of export’s grade; expanding exports market and proposed the export standard, which support to the export of Thai Pummelo. |
| บรรณานุกรม | : |
นงนุช อังยุรีกุล . (2552). เศรษฐกิจการผลิตและการตลาดส้มโอในภาคเหนือ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. นงนุช อังยุรีกุล . 2552. "เศรษฐกิจการผลิตและการตลาดส้มโอในภาคเหนือ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. นงนุช อังยุรีกุล . "เศรษฐกิจการผลิตและการตลาดส้มโอในภาคเหนือ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print. นงนุช อังยุรีกุล . เศรษฐกิจการผลิตและการตลาดส้มโอในภาคเหนือ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.
|
