ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การคัดเลือก การพัฒนา และการขยายพันธุ์มะม่วงแก้วสำหรับที่ดอนอาศัยน้ำฝน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การคัดเลือก การพัฒนา และการขยายพันธุ์มะม่วงแก้วสำหรับที่ดอนอาศัยน้ำฝน
นักวิจัย : ธวัชชัย รัตน์ชเลศ
คำค้น : genetic diversity , integrated farming systems , Kaew mango , sustainable agriculture , upland ecoregion , มะม่วงแก้ว
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4320018 , http://research.trf.or.th/node/3402
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

มะม่วงแก้วเป็นมะม่วงพื้นเมืองที่มีพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ ในภาคเหนือตอนบนส่วนใหญ่ปลูกในสวนรอบบ้าน เพื่อบริโภค และเหลือจำหน่ายเป็นผลดิบหรือผลสุก ผลผลิตส่วนใหญ่ของประเทศได้ใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปที่สามารถทำรายได้เข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทต่อปี มะม่วงแก้วยังด้อยคุณภาพเนื่องจากขาดพันธุ์ดี และการจัดการที่เหมาะสม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรม แปรรูปมะม่วงเพื่อนการส่งออกทั้งสิ้น โครงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์มะม่วงแก้วนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกมะม่วงแก้วสายต้นดีจากแหล่ง ทรัพยากรทางพันธุกรรมมะม่วงแก้วในภาคเหนือตอนบน เพื่อการค้าบริโภคผลสดและอุตสาหกรรมแปรรูปรวมทั้งการขยายผลสู่เกษตรกรใน พื้นที่ดอนอาศัยน้ำฝนของภาคเหนือตอนบน การศึกษานี้ได้ใช้ การสำรวจ และการคัดสายต้นแม่ในพื้นที่ของเกษตรกร จาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน การขยายพันธุ์ การ ทดลอง และการประเมินสายต้นลูก ได้ดำเนินการในแปลงพื้นที่ของเกษตรกรบนที่ตอนอาศัยน้ำฝน จังหวัดเชียงใหม่ เกณฑ์การคัดเลือกที่ ใช้ได้มาจากการกำหนดร่วมกันจากเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงแก้ว ผู้แปรรูปมะม่วงแก้วเชิงอุตสาหกรรม และความเห็นของนักวิจัยหลายสาขา มาพัฒนาเป็นตัวชี้วัดเพื่อการคัดเลือก (selection indicator) ซึ่งได้เลือกใช้จากข้อมูลที่มีอยู่จำนวน 23 รายการ ที่ใช้ประเมินทั้งลักษณะบริโภค ผลสดและลักษณะอุตสาหกรรมแปรรูป ส่วนข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์การให้คะแนน ครึ่งหนึ่งเป็นของสายต้นแม่ อีกครึ่งหนึ่งเป็นของสายต้น ลูก สายต้นแม่ใช้เวลาติดตามเป็นเวลา 3 ปี ส่วนสายต้นลูกใช้เวลาติดตาม 6 ปี แต่เป็นช่วงที่ให้ผลผลิตแล้วเพียง 3 ปี โดยผลการวิเคราะห์ สามารถรวมการประเมินคุณลักษณะต่าง ๆ ของแต่ละสายต้นออกมาเป็นคะแนนเพียง 1 ค่า แสดงค่าเป็นร้อยละซึ่งสามารถนำค่าดังกล่าวมา เปรียบเทียบกันได้โดยตรง ในส่วนการขยายผลโครงการขั้นสุดท้ายได้นำเกษตรกรเจ้าของต้นมะม่วงแก้วมาร่วมระดมความคิดหลายครั้ง เพื่อ กำหนดแนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วมในการกระจายพันธุ์ดี จากการศึกษาพบว่า มะม่วงแก้วสายต้นคัดที่รวบรวมจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนจำนวน 52 สายต้น มีความแปรปรวนใน คุณลักษณะของทุกรายการที่นำมาตรวจสอบ ผลการติดตามวัดและวิเคราะห์ข้อมูลทั้งในภาคสนามและห้องปฏิบัติการ ได้ยืนยันว่า ลักษณะ เด่นที่ผู้บริโภคผลสดและอุตสาหกรรมแปรรูปต้องการ ส่วนใหญ่มีอยู่แล้วในประชากรมะม่วงแก้วจำนวนนี้ แต่ได้กระจายอยู่ในหลายสายต้น ผลจากการประเมินสายต้นคัด ชี้ว่า มะม่วงสายต้น MCC75 หรือเรียกชื่อว่า “แก้วเชียงใหม่” เป็นสายต้นที่มีความเหมาะสมทั้งเพื่อการค้า (บริโภคผลสด) และอุตสาหกรรมแปรรูป ในต้นเดียวกัน โดยได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มทั้งสองวัตถุประสงค์ ร้อยละ 67.2 และ 68.2 ตามลำดับ จากการใช้ เกณฑ์ขั้นต่ำ จำนวน 7 รายการสำหรับประเมินลักษณะบริโภคผลสด และ 10 รายการ สำหรับอุตสาหกรรมแปรรูป ก็ได้รับการยืนยันว่า มะม่วงสายต้น MCC75 (แก้วเชียงใหม่) เป็นสายต้นดีเด่นที่เหมาะสมมากที่สุดทั้งเพื่อการค้าและอุตสาหกรรมแปรรูป โดยได้รับคะแนนร้อยละ 67.1 และ 59.3 ตามลำดับ มีความเหมาะสมเหนือสายต้นเปรียบเทียบ ศก007 (แก้วศรีสะเกษ) ทั้งสองกรณี กระบวนการขยายผล ได้พัฒนาควบคู่กับการศึกษาคัดเลือกมะม่วงสายต้นดีเด่น มีการกำหนดแผนกิจกรรมเป็น 1) กำหนดพื้นที่ เป้าหมายการขยายผล เป็นที่ดอนอาศัยน้ำฝน ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เป็นเป้าหมายหลัก 2) กำหนดกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายของการ ขยายผล เป็นเกษตรกรที่เคยปลูกมะม่วงแก้วอยู่ก่อน ส่วนกลุ่มที่จะปลูกใหม่ถือเป็นเป้าหมายรอง 3) ให้เกษตรในพื้นที่เป้าหมายได้ทราบ ข้อมูลข่าวสารการพัฒนามะม่วงแก้วพันธุ์ดี และนำสายต้นดีเด่นไปใช้ทดแทนต้นที่มีอยู่เดิมในสวนไม้ผลหรือสวนรอบบ้าน ได้จัดตั้งเครือ ข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงแก้วภาคเหนือตอนบนขึ้น และได้ให้เกษตรกรในเครือข่ายมีส่วนร่วมทั้งการวางแผนสำนึกในความเป็นเจ้าของ พันธุ์พืชพื้นเมือง และปฏิบัติการทั้งในส่วนของ การกระจายข้อมูลข่าวสาร การสร้างแปลงขยายกิ่งพันธุ์ดี ตลอดจนการอนุรักษ์มะม่วงแก้ว สายต้นดีทั้ง 52 สายต้นในพื้นที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และในพื้นที่โรงเรียนเบญจมะ 2 บ้านน้ำรู อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ การจัดการแบบมีส่วนร่วมในความหลากหลายทางพันธุกรรมของมะม่วงแก้วบนเขตนิเวศที่ดอน 1 การจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมพืช แต่เดิมมักกระทำโดยนักวิจัย และดำเนินการศึกษาและอนุรักษ์นอกถิ่นเดิม (ex situ) ชุมชนที่เกี่ยวข้องไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว ทำให้ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรงจากการศึกษาประเภทนี้น้อยมาก งานวิจัยการพัฒนาและการผลิตมะม่วงแก้วบนเขตนิเวศที่ดอน เพื่อบริโภคผลสดและอุตสาหกรรมแปรรูป ประกอบด้วยการศึกษา และอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรมพืชอย่างมีส่วนร่วมของนักวิจัย เกษตรกร และผู้ประกอบการ นักวิจัยอาศัยข้อมูลท้องถิ่นได้ คัดเลือกและรวบรวมมะม่วงแก้วสายต้นดีของเกษตรกรบนที่ดอน ใน 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบนจำนวน 52 สายต้น มาปลูกเพื่ออนุรักษ์ และคัดเลือก ในสถานีทดลองของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และในพื้นที่เป้าหมายของเกษตรกร ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโครงการป่า จอมทองจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดการติดตามผลสายต้นแม่พันธุ์ร่วมกับเจ้าของในพื้นที่เดิม พร้อมทั้งได้จัดตั้งเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง แก้วภาคเหนือตอนบน สนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการศึกษา ประเมินลักษณะมะม่วงแก้ว 52 สายต้น ในแปลงทดลองของมหาวิทยาลัย เชียงใหม่และในพื้นที่ของเกษตรกร ณ เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมป่าโครงการจอมทอง มะม่วงแก้ว 52 สายต้นลูกรุ่นแรก มีความหลากหลายทางสัณฐานและลักษณะทางไอโซไซม์ นอกจากนี้ลักษณะที่ต้องการทาง บริโภคผลสด และอุตสาหกรรมแปรรูป ที่ร่วมกันกำหนดโดยเกษตรกร ผู้ประกอบการ และนักวิจัย ได้ปรากฏในประชากรดังกล่าว ดังนั้น โอกาสที่จะพัฒนาพันธุ์มะม่วงแก้วที่เหมาะสมกับการบริโภคผลสด และอุตสาหกรรมแปรรูป โดยอาศัยฐานพันธุกรรมที่มีอยู่เป็นไปได้สูง กระบวนการพัฒนา และการผลิตมะม่วงแก้วขั้นสุดท้ายเกษตรกรในเครือข่ายจะมีส่วนร่วมในการคัดเลือกสายต้นมะม่วง เพื่อทดสอบในพื้นที่ ของตนและจะมีบทบาทในการแพร่กระจายพันธุ์ในพื้นที่ดอนภาคเหนือตอนบน การจัดการแบบมีส่วนร่วมได้แสดงให้เห็นว่า การถ่ายทอดความรู้ และเทคโนโลยีระหว่างเกษตรกรที่มีประสบการณ์และด้อย ประสบการณ์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อการผสมผสานมะม่วงแก้วกับกิจกรรม การปลูกพืชตระกูลถั่วอาหารสัตว์ พืชคลุมดิน และการปลูกไม้กันลม เพื่อการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน Management of crop genetic diversity traditionally is carried out by researchers by studying and conserving ex situ without participation of farmer community. As the consequence the study provides few direct benefit to the community. The research on development and production of Kaew mango for upland ecoregion for fresh consumption and processing, include studying and conserving activities on crop genetic diversity through participation of researchers, farmers and food processors. The researchers, based on local information, had selected and collected 52 promising Kaew mango clones from upland farmers distributed over 8 provinces of the Upper North. The collected materials were planted and conserved in the experimental station of Chiang Mai University and in the farmer plots at the Chom Tong Land Reform Project, Chiang Mai Province. The original mother clones were monitored with the owner-farmers at the sites. The Upper North Kaew Mango Farmers Network was set up and was participated in evaluating the 52 progeny clones in the university experimental station and at the Chom Tong Land Reform Project. The 52 progeny clones showed morphological and isozyme diversities. The desirable characteristics for fresh consumption and processing as determined jointly by farmers, food processors and researchers were present in the collected population. Therefore the chance of success in developing Kaew mango suitable for fresh consumption and processing, based on existing genetic resources, is expected to be high. The final process of development and production of Kaew mango will be the involvement of farmers in the network to participate in the clonal selection, on-farm testing, and multiplication of promising clones adapted in the upland ecoregion of the Upper North. The participatory management has showed to be effective in knowledge and technology transfer between the experienced and less experienced farmers. particularly when mango is integrated with forage legume crops and perennial trees as windbreak for sustainable landuse.

บรรณานุกรม :
ธวัชชัย รัตน์ชเลศ . (2547). การคัดเลือก การพัฒนา และการขยายพันธุ์มะม่วงแก้วสำหรับที่ดอนอาศัยน้ำฝน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ธวัชชัย รัตน์ชเลศ . 2547. "การคัดเลือก การพัฒนา และการขยายพันธุ์มะม่วงแก้วสำหรับที่ดอนอาศัยน้ำฝน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ธวัชชัย รัตน์ชเลศ . "การคัดเลือก การพัฒนา และการขยายพันธุ์มะม่วงแก้วสำหรับที่ดอนอาศัยน้ำฝน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
ธวัชชัย รัตน์ชเลศ . การคัดเลือก การพัฒนา และการขยายพันธุ์มะม่วงแก้วสำหรับที่ดอนอาศัยน้ำฝน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.