| ชื่อเรื่อง | : | การวิจัยสเตรปโตคอคคัสซูอิส เพื่อสุขอนามัยของผู้บริโภคและสนับสนุนการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ |
| นักวิจัย | : | พรเพ็ญ พัฒนโสภณ |
| คำค้น | : | การส่งออก |
| หน่วยงาน | : | กรมปศุสัตว์ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เชื้อ Streptococcus suis (S. suis) โดยเฉพาะ S. suis type 2 จัดเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์ และคนซึ่งมีรายงานผู้ป่วยทั่วโลก S. suis ก่อโรคที่สำคัญในสุกรแต่สามารถพบเชื้อได้ในทางเดินหายใจ ส่วนต้นและต่อมทอนซิลของสุกรปกติ การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะทราบสภาวะการพบเชื้อ S. suis โดยเฉพาะ S. suis type 2 ในสุกรปกติและผู้เลี้ยง โดยทำการเก็บตัวอย่างจากฟาร์มสุกร มาตรฐานและโรงฆ่าใน 6 จังหวัดในเขตภาคตะวันออก เขตสำนักสุขศาสตร์และสุขอนามัย (สสอ.) ที่ 2 และ 5 จังหวัดในภาคตะวันตกเขต สสอ. 7 รวม 40 ฟาร์ม 10 โรงฆ่าซึ่งครอบคลุมแหล่งเลี้ยงสุกรที่ใหญ่ ที่สุดของประเทศ ทำการเพาะแยกเชื้อและวินิจฉัยเชื้อโดยวิธีทดสอบทางชีวเคมี และ polymerase chain reaction (PCR) โดยใช้ไพรเมอร์ที่จำเพาะต่อ 16S rRNA เพื่อตรวจหา S. suis และใช้ capsular genes สำหรับตรวจหา S. suis type 2 ตรวจยืนยันทางซีรัมวิทยาด้วยแอนติซีรัมที่จำเพาะต่อ S. suis type 1 และ 2 ด้วยวิธี precipitation ใน capillary tubes ร่วมกับ slide agglutination ผลการศึกษา ตัวอย่างจากสุกรทั้งหมด 1,427 ตัวอย่าง ประกอบดัวยตัวอย่าง swab จมูกจากลูกสุกร 395 ตัวอย่าง สุกรขุน 390 ตัวอย่าง แม่สุกร 405 ตัวอย่าง ต่อมทอนซิลสุกรจากโรงฆ่า 237 ตัวอย่าง พบเชื้อ S. suis ในลูกสุกรและสุกรขุนใกล้เคียงกันคือ 33.4% และ 35.6% ตามลำดับ ในขณะที่พบในสุกรในโรงฆ่า และ แม่สุกร 14.3% และ 10.1% ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสองเขต พบเชื้อ S. suis ในเขตสสอ. 2 น้อยกว่า สสอ. 7 ในทุกช่วงอายุทั้งในลูกสุกร (25.1% และ 41.5%) สุกรขุน (28.9% และ 43%) และแม่ สุกร ((8.3% และ 12%) ส่วนสุกรในโรงฆ่าพบใกล้เคียงกัน (14.3% และ 14.4%) ในขณะที่ไม่พบเชื้อ S. suis ใน swab คอของผู้เลี้ยงทั้งหมด 183 ตัวอย่าง ผลการตรวจหาเชื้อ S. suis type 2 พบ 0.3%, และ 0.5% ของตัวอย่างจากลูกสุกรและสุกรขุนตามลำดับแต่ไม่พบในสุกรจากโรงฆ่าและแม่สุกร เชื้อ S. suis ไวต่อยา amoxicillin + clavulanic acid (96.8%), amoxicillin (89.7%), cephalothin (89.1%) และ ampicillin (66.5%) การศึกษานี้บ่งชี้ว่าสุกรปกติในเขต สสอ. 2 และ 7 มีอัตราการเป็นพาหะต่อ S. suis ค่อนข้าง สูงโดยเฉพาะในลูกสุกร และสุกรขุนแต่เป็นพาหะต่อ S. suis type 2 ในระดับต่ำ |
| บรรณานุกรม | : |
พรเพ็ญ พัฒนโสภณ . (2552). การวิจัยสเตรปโตคอคคัสซูอิส เพื่อสุขอนามัยของผู้บริโภคและสนับสนุนการส่งออกสินค้าปศุสัตว์.
กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์. พรเพ็ญ พัฒนโสภณ . 2552. "การวิจัยสเตรปโตคอคคัสซูอิส เพื่อสุขอนามัยของผู้บริโภคและสนับสนุนการส่งออกสินค้าปศุสัตว์".
กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์. พรเพ็ญ พัฒนโสภณ . "การวิจัยสเตรปโตคอคคัสซูอิส เพื่อสุขอนามัยของผู้บริโภคและสนับสนุนการส่งออกสินค้าปศุสัตว์."
กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์, 2552. Print. พรเพ็ญ พัฒนโสภณ . การวิจัยสเตรปโตคอคคัสซูอิส เพื่อสุขอนามัยของผู้บริโภคและสนับสนุนการส่งออกสินค้าปศุสัตว์. กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์; 2552.
|
