| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์ปริมาณงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในรอบปี |
| นักวิจัย | : | เอกวิทย์ มีเพียร , นพรัตน์ ศรีพรหม , ธีร์ วรสิริธาดา , สุนิสา คดีธรรม , สหพัชร์ กฤตธนวิรุฬห์ , วรกนก โฆษีขจีวัฒน์ , วันเพ็ญ เกาะกิ่ง |
| คำค้น | : | กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน |
| หน่วยงาน | : | กรมการปกครอง |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2562 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | หมู่บ้าน และ ผู้ใหญ่บ้าน นับได้ว่าเป็นสถาบันที่มีความผูกพันกับสังคมไทยมาช้านาน โดยได้รับจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช ๒๔๕๗ และ ดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน สถาบันผู้ใหญ่บ้าน เป็นส่วนสำคัญของ การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.๒๕๕๑ กำหนดให้ผู้ใหญ่บ้าน มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอในการปฏิบัติหน้าที่และเป็นหัวหน้าราษฎร ในหมู่บ้าน เป็นส่วนหนึ่งของตัวแทนรัฐบาลในราชการส่วนภูมิภาค อีกทั้งยังมีบทบาทในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย การอำนวยความเป็นธรรมในสังคม การสร้างความสมานฉันท์และสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน การประสานอำนวยความสะดวกแก่ราษฎรในการติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานต่างๆ การรับฟังปัญหาและนำความเดือดร้อน ทุกข์ สุข และความต้องการของราษฎรแจ้งต่อส่วนราชการ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือ การสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนราชการในพื้นที่ การดูแลให้ราษฎรในพื้นที่ปฏิบัติตามกฎหมาย การอบรมชี้แจงให้ราษฎรมีความรู้ความเข้าใจในข้อราชการ ให้ความช่วยเหลือในกิจการสาธารณประโยชน์ รวมถึงปฏิบัติภารกิจตามนโยบายรัฐบาลหรืองานอื่นตามกฎหมายกำหนด นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ที่ต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่แล้ว ในเชิงสัญลักษณ์ (Symbolic) ผู้ใหญ่บ้านยังเป็นตัวแทนของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่ของทุกกระทรวง ทบวง กรม ตามที่กฎหมายกำหนด และยังเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่นอีกหลายฉบับ ที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่เฉพาะของผู้ใหญ่บ้าน เช่น เป็นตัวแทนของรัฐในการปฏิบัติหน้าที่ของทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่มิได้ ถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่นดำเนินการ อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับความอาญาในฐานะเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามมาตรา ๒ (๑) (๑๖) มาตรา ๗๒ และมาตรา ๙๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การเป็น ผู้ไกล่เกลี่ยประนีประนอมข้อพิพาทของราษฎรในท้องที่ รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ได้แก่ พระราชบัญญัติ ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.๒๕๒๖ พระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ.๒๕๒๒ พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.๒๕๑๘ พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.๒๕๒๓ พระราชบัญญัติการรับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗ พระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.๒๔๙๐ ประมวลกฎหมายที่ดินและกฎหมายอื่นๆ ที่ให้อำนาจผู้ใหญ่บ้านไว้เป็นการเฉพาะ ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจอื่นตามกฎหมายหรือระเบียบแบบแผนของทางราชการหรือตามที่กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานอื่นของรัฐ เช่น การขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในระดับหมู่บ้าน เป็นต้น ดังนั้น ผู้ใหญ่บ้าน จึงเป็นตำแหน่งที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนเป็นอย่างมาก เป็นทั้ง ตัวแทนของภาครัฐ และ ตัวแทนของประชาชน ในหมู่บ้าน ในเวลาเดียวกัน ดังนั้น การศึกษา และวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพื่อให้ได้รับทราบปริมาณงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นข้อมูลในเชิงประจักษ์แล้วนำไปต่อยอดเพื่อการพัฒนาตลอดจนเป็นฐานข้อมูลในการวางระบบค่าตอบแทน สวัสดิการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานรวมถึงเป็นการศึกษารวบรวมสภาพปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาบทบาทและการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปริมาณงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในรอบปี เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ 2. เพื่อรวมรวมสภาพปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 3. เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะ ต่อการพัฒนาบทบาท และการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน วิธีการดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบสหวิธี (Multiple methodology) โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research).ควบคู่กัน โดยทำการศึกษาเอกสาร (Documentary Research) ที่เกี่ยวข้องเป็นการศึกษาข้อมูลปฐมภูมิจากแนวคิด ทฤษฎีจากเอกสารทางวิชาการ ระเบียบกฎหมาย นโยบาย ยุทธศาสตร์ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน รายละเอียดมีดังนี้ 1. การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยดำเนินการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) (เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถาม) สำหรับวิธีการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาดำเนินการครั้งนี้ คือ การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยกำหนดคุณลักษณะของประชากรเฉพาะเจาะจงลงไป กำนันผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประจำปี พ.ศ.2562 จำนวน 259 คน 2. การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) 1) การศึกษาเอกสาร โดยอาศัยเก็บรวบรวมข้อมูลจากแนวคิด ทฤษฎี ระเบียบกฎหมาย ยุทธศาสตร์ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน 2) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) โดยคัดเลือกจากกลุ่มประชากรเป้าหมาย จำนวน 9 คน ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ 1) นายมงคล ขันโพธิ์น้อย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 2) นางดวงเดือน สุวรรณศรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ตำบลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ , นายศุภชัย ไชยเทพ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และนายณรงค์ ทะนุถ้ำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ 3) นายนัยฤทธิ์ จำเล กำนัน ตำบล ทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม 4) นายธัญญา แก้วเจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 5) นายพีระ พรมเทพ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 6) นายฉัตรพล แก้วมา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลดาวเรือง อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี และ 7) นายเฉลิมพล มาลาคำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 11 ตำบลท่าลาด อำเภอวาชินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ผลการศึกษา 1. ผลการศึกษาตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 การวิเคราะห์ปริมาณงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในรอบปี จากการศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน จำแนกได้ 8 ด้าน คือ 1) ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย 2) ด้านการขับเคลื่อนนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3) ด้านการอำนวยความเป็นธรรม 4) ด้านการพัฒนาอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน 5) ด้านการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ 6) ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 7) ด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า 8) ด้านการทะเบียนผลการวิเคราะห์ข้อมูล 1. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษา เปรียบเทียบความถี่ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.75 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 32.32 ครั้ง/ปี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การจัดเวรยามเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของราษฎรในท้องที่ปกครอง มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับ 5.71 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 68.38 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของทางราชการให้ราษฎร ในท้องที่ปกครองทราบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 5.61 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 67.42 ครั้ง/ปี ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของอาษา เมฆสวรรค์ (2521) ที่ศึกษาการปกครองระดับตำบล หมู่บ้าน กับความมั่นคงของชาติ ที่พบว่า กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้แทนของประชาชนในการติดต่อกับทางราชการมีหน้าที่ควบคุมดูแลความมั่นคงปลอดภัยของประเทศตามท้องที่ต่าง ๆ และรองลงมา ได้แก่ การประสานความร่วมมือกับราษฎรในท้องที่ปกครองทำประชาคมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.24 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 24.83 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การรายงานเหตุการณ์ที่อาจเป็นภัยต่อราษฎรในท้องที่ปกครอง เช่น การหลอกลวงต้มตุ๋นลักษณะต่าง ๆ ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.02 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 23.55 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ส่งเสริมให้เกิดเวทีชาวบ้านเพื่อให้ราษฎรในท้องที่ปกครองได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความคิดและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนร่วมกัน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.63 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 19.78 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ รายงานเรื่องทุกข์ร้อนของราษฎรให้ ทางราชการทราบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.31 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.86 ครั้ง/ปี ตามลำดับ และการปราบปรามจับกุมผู้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยที่สุดเท่ากับ 0.72 ครั้ง/เดือน และ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.39 ครั้ง/ปี 2. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษา เปรียบเทียบความถี่ด้านการขับเคลื่อนนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.73 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.74 ครั้ง/ปี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนรับรู้เกี่ยวกับโครงการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับ 2.45 ครั้ง/เดือน และ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 25.60 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การจัดเวทีประชาคมโครงการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.39 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 12.55 ครั้ง/ปี และการตรวจสอบความถูกต้องของประชาชนที่เป็นบุคคลที่ควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยที่สุดเท่ากับ 1.35 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 12.08 ครั้ง/ปี 3. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษา เปรียบเทียบความถี่ด้านการอำนวยความเป็นธรรมในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.50 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.58 ครั้ง/ปี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของทางราชการเกี่ยวกับ การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้ราษฎรในท้องที่ปกครองทราบ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับ 1.99 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 22.17 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การร้องเรียนขอให้ไกล่เกลี่ยในพื้นที่ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.24 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 10.90 ครั้ง/ปี และสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของราษฎรในพื้นที่ได้สำเร็จ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยที่สุดเท่ากับ 1.26 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 10.66 ครั้ง/ปี 4. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษา เปรียบเทียบความถี่ด้านการพัฒนาอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน ในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.46 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.15 ครั้ง/ปี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าการให้คำปรึกษาแนะนำช่วยเหลือแก่ราษฎรในพื้นที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับ 1.65 ครั้ง/เดือน และ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18.46 ครั้ง/ปีและรองลงมา ได้แก่ การส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรในหมู่บ้านในทางเกษตรกรรม พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.47 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.18 ครั้ง/ปี และการสำรวจปัญหาและความต้องการในการประกอบอาชีพของราษฎรกลุ่ม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยที่สุดเท่ากับ 1.27 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 13.82 ครั้ง/ปี ทั้งนี้แสดงว่าบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยังคงมีความสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ สมบูรณ์ สุขสำราญ (2539) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านรากฐานของแผ่นดินประสงค์เพื่อที่จะศึกษาสถานภาพ บทบาท และวิเคราะห์ศักยภาพของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานแก่ศูนย์ข้อมูลทางการเมืองของสภาวิจัยแห่งชาติซึ่งผลการศึกษาได้สรุปสถานะของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เป็น 4 ประการ คือ (1) กำนันผู้ใหญ่บ้าน ในสถานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ (2) กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในสถานะตัวแทนของประชาชน (3) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในสถานะผู้บริหาร/ผู้แทนประชาชนในหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น และ (4) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในสถานะผู้นำของชุมชน สถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นสถาบันหนึ่งควบคู่มากับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมชนบทไทย 5. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษา เปรียบเทียบความถี่ด้านการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.72 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18.67 ครั้ง/ปี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ ด้านการป้องกัน โรคติดต่อต่างๆ เช่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดนก โรคเอดส์ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับ 1.99 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.64 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การรณรงค์ในการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ ด้านการป้องกันโรคติดต่อต่างๆ เช่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดนก โรคเอดส์ เป็นต้น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.83 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 19.65 ครั้ง/ปี และการประชุมแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยที่สุด เท่ากับ 1.35 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.72 ครั้ง/ปี สอดคล้องกับการศึกษาของ อาษา เมฆสวรรค์ (2521) ที่พบว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำนโยบายไปแจ้งให้ประชาชนทราบและช่วยอำนวยบริการของรัฐให้แก่ประชาชนในหมู่บ้านของตน ในขณะเดียว กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นตัวแทนของประชาชนในการติดต่อราชการ นับเป็นบทบาทที่สำคัญของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่จะต้องดำเนินการต่อไปตามความต้องการของประชาชนและนโยบายของรัฐ 6. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษา เปรียบเทียบความถี่ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.72 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.82 ครั้ง/ปี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การออกตรวจตราป้องกันและปราบปราม การแพร่ระบาดของยาเสพติด มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับ 3.24 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 37.19 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การจับบุคคลที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในพื้นที่ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.91 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.74 ครั้ง/ปี และการนำบุคคลสุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับยาเสพติดเข้าค่ายฯ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยที่สุด เท่ากับ 1.01 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.52 ครั้ง/ปี 7. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษา เปรียบเทียบความถี่ด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.84 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.12 ครั้ง/ปี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การออกตรวจตรา ป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับ 1.07 ครั้ง/เดือน และ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 10.54 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การดูแลพื้นที่ป่าไม้ในความรับผิดชอบ เมื่อมีการบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่ารายงานในนายอำเภอทราบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.76 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.39 ครั้ง/ปี และการป้องกันและปราบปรามการกระทำการลักลอบตัดไม้ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยที่สุด เท่ากับ 0.68 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.44 ครั้ง/ปี สอดคล้องกับการศึกษาของ สมบูรณ์ สุขสำราญ (2539) ที่พบว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องทำหน้าที่ในสถานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ 8. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษาเปรียบเทียบความถี่ด้านการทะเบียน ในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.47 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 31.14 ครั้ง/ปี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า เป็นนายทะเบียนผู้รับแจ้งการเกิด การตาย และการย้ายที่อยู่ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุดเท่ากับ 1.95 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.73 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การรับรองสถานภาพบุคคลภายในหมู่บ้าน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.88 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.57 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีบัตรประจำตัวประชาชน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.61 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.23 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ แจ้งให้ผู้มีอายุครบ 7 ปี บริบูรณ์ ไปยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.36 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15.35 ครั้ง/ปี และรองลงมา ได้แก่ การแจ้งให้ผู้มีอายุถึงเกณฑ์ที่จะต้องขึ้นบัญชีทหารกองเกิน ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.14 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.04 ครั้ง/ปี ตามลำดับ และเป็นผู้รับรองเกี่ยวกับความประพฤติและหลักฐาน ของผู้มีและใช้อาวุธปืน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับน้อยที่สุด เท่ากับ 0.85 ครั้ง/เดือน และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 6.49 ครั้ง/ปี ทั้งนี้สอดคล้องกับการศึกษาของอาษา เมฆสวรรค์ (2521) ที่พบว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานทำหน้าที่เป็นตัวแทนและเป็นหูเป็นตาของทางราชการ และเป็นผู้นำนโยบายไปแจ้งให้ประชาชนทราบและช่วยอำนวยบริการของรัฐให้แก่ประชาชนในหมู่บ้านของตน ในขณะเดียวกัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นตัวแทนของประชาชนในการติดต่อกับทางราชการด้วย ทั้งนี้ สามารถอภิปรายผลการศึกษาเพิ่มเติม ดังนี้ 1. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษา เปรียบเทียบความถี่ในการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จากการวิจัยการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ความถี่ในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยการปฏิบัติงานในภาพรวมมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.75 ครั้ง/เดือน 32.32 ครั้ง/ปี รองลงมาเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้านการทะเบียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 31.14 ครั้ง/ปี การปฏิบัติหน้าที่ด้านการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18.67 ครั้ง/ปี การปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.82 ครั้ง/ปี การปฏิบัติหน้าที่ด้านการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.74 ครั้ง/ปี การปฏิบัติหน้าที่ด้านการพัฒนาอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.15 ครั้ง/ปี การปฏิบัติหน้าที่ด้านการอำนวยความเป็นธรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ตามลำดับ และการปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า มีความถี่ในการปฏิบัติงานน้อยที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.12 ครั้ง/ปี ซึ่งสอดคล้องกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (2548) ที่ได้เสนอว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ต้องเน้นการปฏิบัติงานด้านการบริการประชาชน ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้านการปราบปรามผู้มีอิทธิพล และร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ ในขณะเดียวกัน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (2549) ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับความจำเป็นที่ต้องมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นสถาบันที่มีอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน มีคุณลักษณะพิเศษ คือ เป็นผู้ที่มาจากการเลือกของประชาชนโดยตรงและทางราชการรับรองแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของรัฐปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด เป็นผู้ช่วยเหลือราชการของทุกกระทรวง ทบวง กรม ในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ไม่ว่าหน่วยงานของรัฐใด ๆ ก็ตามหากจะเข้าไปดำเนินการในหมู่บ้าน ตำบล จะต้องประสานขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะเจ้าของพื้นที่ที่รู้สภาพข้อเท็จจริงและปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากพิจารณาในด้านความคุ้มค่าจะเห็นว่าการมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ มีความคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐจ่ายค่าตอบแทนให้เพียงเล็กน้อยแต่ได้กลไกของรัฐทำหน้าที่ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนเป็นอย่างดี 2. การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ได้ศึกษา เปรียบเทียบความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำแนกได้ 8 ด้าน คือ 1) ด้านการรักษา ความสงบเรียบร้อย 2) ด้านการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3) ด้านการอำนวยความเป็นธรรม 4) ด้านการพัฒนาอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน 5) ด้านการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ 6) ด้านการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด 7) ด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า 8) ด้านการทะเบียน จากการวิจัยการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากเกือบทุกด้าน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจในด้านการทะเบียน มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 4.43 และรองลงมามีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.38 รองลงมามีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจในด้านการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ด้านการอำนวยความเป็นธรรม ด้านการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.36 รองลงมามีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.33 รองลงมามีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจด้านการพัฒนาอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.12 ตามลำดับ และมีความคิดเห็นเกี่ยวกับความพึงพอใจด้านการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า น้อยที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.75 เมื่อพิจารณาผลการวิจัยที่ได้ประกอบกับ โภคิน พลกุล (2547) ซึ่งได้เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านว่าแม้ปัจจุบันรัฐบาลจะมีนโยบายในการกระจายอำนาจที่ทำให้ ทุกพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ของตำบล หมู่บ้าน แต่บทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยังคงมีความสำคัญและมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด โดยทำหน้าที่รับมอบภารกิจ ตามนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติในระดับตำบลหมู่บ้าน ซึ่งก็สอดคล้องกับ ปริญญา นาคฉัตรีย์ (2543) ซึ่งได้เสนอข้อคิดเห็นว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นผู้ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดมีบทบาทและหน้าที่อย่างกว้างขวางในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎรในท้องที่ตำบล หมู่บ้าน จนเป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง ในปัจจุบันสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ของโลกและของประเทศ ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทุกด้านตามกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้ปัญหาและความต้องการของประชาชนมีมากขึ้นและทวีความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น กำนันผู้ใหญ่บ้าน จึงต้องปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ผลที่ได้จากการวิจัย จึงทำให้เห็นว่าถึงสถานการณ์จะเปลี่ยนไปแต่การปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงยังมีผลการปฏิบัติงานที่ยังต้องรับผิดชอบมากมาย 2. ผลการศึกษาตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 สภาพปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 2.1 ปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน เรื่องค่าตอบแทนที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้รับน้อย ไม่สมดุลกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เป็นปัญหาและอุปสรรค ในการทำงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อค่าตอบแทนน้อยทำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องหารายได้จากแหล่งอื่น ซึ่งทำให้การปฏิบัติงาน หรือความทุ่มเทให้กับบทบาท หน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านน้อยลง 2.2 ขาดความรู้เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งมีกฎหมายหลายฉบับที่จะต้องยึดถือปฏิบัติทำให้การปฏิบัติงานล่าช้าไม่คล่องตัว 2.3 ขาดการวางระบบในการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งในด้านการมอบหมายหน้าที่ การกำกับดูแล การติดตาม รวมทั้งระบบในการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการประเมินผลในรอบปี และการประเมินผลทุก 4 ปี ควรพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3. ผลการศึกษาตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 ข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาบทบาท และการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 3.1 ข้อเสนอแนะระดับนโยบาย (รัฐบาล/กระทรวงมหาดไทย) รัฐควรมีนโยบายให้ความสำคัญกับบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตาม พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่กำหนดให้สามารถปฏิบัติงานได้มากขึ้น และให้ความสำคัญในการพัฒนาขวัญกำลังใจ และระบบสวัสดิการในภาพรวมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 3.2 ข้อเสนอแนะระดับอำนวยการ (กรมการปกครอง) 1) ในด้านการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องปรับบทบาทจากการเป็นผู้ปฏิบัติเอง มาเป็นผู้ประสานในเรื่องการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น การเป็นผู้นำปัญหา ความต้องการในด้านต่าง ๆ ของประชาชนไปเสนอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ความช่วยเหลือเนื่องจากท้องถิ่นมีงบประมาณในการดำเนินการ แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประสบปัญหาด้านงบประมาณ ควรมีบทบาทในการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี 2) เพื่อเป็นการสร้างศักยภาพกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ควรหาแนวทางเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจะได้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ควรเสริมสร้างความรู้หน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเรื่องปัญหาความมั่นคง การแก้ไขความขัดแย้ง การแก้ไขเมื่อประสบปัญหาการเกิดสาธารณภัย สาธารณสุข การแก้ไขปัญหาสังคม ยาเสพติด ปัญหาความยากจน 3) ควรกำหนดเกณฑ์ตัวชี้วัดในการปฏิบัติงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อประเมินศักยภาพในการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ โดยพิจารณาถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผล 4) การส่งเสริมและพัฒนาบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามความคาดหวังของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ให้ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงต้องมีการจัดสรรอุปกรณ์ในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ และทั่วถึงให้แก่ชุมชนหรือหมู่บ้าน มีการแนะนำวิธีการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้อง เหมาะสมรวมถึงการประเมินผลว่าประชาสัมพันธ์ได้ครอบคลุมทั่วถึง ชัดเจนหรือไม่ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาให้ดีที่สุด 3.3 ข้อเสนอแนะระดับปฏิบัติการ (จังหวัด/อำเภอ) 1) จังหวัดควรมีการกำกับดูแลโดยใกล้ชิด มีการเก็บสถิติข้อมูลการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ การเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) 2) นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำกับดูแลโดยใกล้ชิด ตั้งแต่การมอบหมายหน้าที่ การรายงานผลการปฏิบัติงานเชิงประจักษ์ สถิติ ตัวเลข ผลเชิงรูปธรรมที่เกิดขึ้นกับประชาชน และการพัฒนาพื้นที่ |
| บรรณานุกรม | : |
เอกวิทย์ มีเพียร , นพรัตน์ ศรีพรหม , ธีร์ วรสิริธาดา , สุนิสา คดีธรรม , สหพัชร์ กฤตธนวิรุฬห์ , วรกนก โฆษีขจีวัฒน์ , วันเพ็ญ เกาะกิ่ง . (2562). การวิเคราะห์ปริมาณงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในรอบปี.
กรุงเทพมหานคร : กรมการปกครอง. เอกวิทย์ มีเพียร , นพรัตน์ ศรีพรหม , ธีร์ วรสิริธาดา , สุนิสา คดีธรรม , สหพัชร์ กฤตธนวิรุฬห์ , วรกนก โฆษีขจีวัฒน์ , วันเพ็ญ เกาะกิ่ง . 2562. "การวิเคราะห์ปริมาณงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในรอบปี".
กรุงเทพมหานคร : กรมการปกครอง. เอกวิทย์ มีเพียร , นพรัตน์ ศรีพรหม , ธีร์ วรสิริธาดา , สุนิสา คดีธรรม , สหพัชร์ กฤตธนวิรุฬห์ , วรกนก โฆษีขจีวัฒน์ , วันเพ็ญ เกาะกิ่ง . "การวิเคราะห์ปริมาณงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในรอบปี."
กรุงเทพมหานคร : กรมการปกครอง, 2562. Print. เอกวิทย์ มีเพียร , นพรัตน์ ศรีพรหม , ธีร์ วรสิริธาดา , สุนิสา คดีธรรม , สหพัชร์ กฤตธนวิรุฬห์ , วรกนก โฆษีขจีวัฒน์ , วันเพ็ญ เกาะกิ่ง . การวิเคราะห์ปริมาณงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในรอบปี. กรุงเทพมหานคร : กรมการปกครอง; 2562.
|
