ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาลักษณะทางนิเวศวิทยาและการใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นของต้นลานป่า (Corypha lecomtei Becc.) ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน
นักวิจัย : ผศ.ดร. พงศ์เทพ สุวรรณวารี
คำค้น : -
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://doi.nrct.go.th/ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14455%2FNRCT.res.2013.54
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

อุทยานแห่งชาติทับลานอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี คือป่าธรรมชาติผืนสุดท้ายที่มีต้นลานขึ้นอยู่มากที่สุดของประเทศไทย การศึกษาลักษณะทางนิเวศวิทยาและการใช้ประโยชน์ในท้องถิ่นของต้นลานป่าในอุทยานแห่งชาติทับลาน พบว่าพื้นที่ป่าลาน มีขนาด 22.91 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น ร้อยละ 29 ของพื้นที่ศึกษา พบพันธุ์ไม้ยืนต้นทั้งหมด 53 ชนิด 48 สกุล และ 27 วงค์ จำนวนทั้งสิ้น 330 ต้น จาก 7 แปลงศึกษา พันธุ์ไม้วงค์ Moraceae พบมากที่สุด ซึ่งมีจำนวน 5 ชนิด รองลงมา ได้แก่ พันธุ์ไม้ในวงค์ Caesalpinioideae, Bignoniaceae, Mimosoideae และ Rubiaceae พบจำนวนวงศ์ละ 4 ชนิด แปลงที่มีชนิดพันธุ์ไม้มากที่สุดคือแปลงที่ 4 ริมถนนสาย 304 หลักกิโลเมตรที่ 29 จำนวน 15 ชนิด ส่วนแปลงที่มีน้อยที่สุดคือ แปลงที่ 2 สวนป่าเขาไผ่ และแปลงที่ 5 ข้างที่ทำการอุทยาน มีแปลงละ 10 ชนิด ส่วนความหนาแน่นของต้นไม้ พบมากที่สุดในแปลงที่ 1 น้ำตกบ่อทอง แต่น้อยที่สุดในแปลงที่ 5 เช่นกัน ต้นไม้ที่มีความสำคัญสูงที่สุดคือ ลานป่า ตามด้วย สมพง นนทรี ตะแบกเปลือกบาง และปออีเก้ง ป่าที่สำรวจส่วนใหญ่จะแบ่งโครงสร้างออกเป็น 3 ชั้น จากต้นลานที่สำรวจ 96 ต้น พบว่า มีความหนาแน่นเฉลี่ย 137 ต้น/เฮกแตร์ เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นที่ความสูงเพียงอกเฉลี่ย 70.1 เซ็นติเมตร รัศมีทรงพุ่มเฉลี่ย 3.8 เมตร และความสูงเฉลี่ย 9.4 เมตร โดยทั้งสามค่า มีความสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง จากการประเมินโดยภาพถ่ายดาวเทียมและการสำรวจภาคสนาม พบว่าในพื้นที่ศึกษาแห่งนี้ มีจำนวนต้นลานถึง 313,942 ต้น ผลการศึกษาการเจริญและพัฒนาของช่อดอกลานป่า พบว่าลานป่าออกดอกในเดือนพฤษภาคม ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง รูปพีระมิด มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 2 เดือนแรก วัดความกว้างได้ 3 เมตรและสูงถึง 7 เมตร ดอกจะติดผลในเดือนกรกฎาคม แล้วผลจะร่วงหล่นในเดือนพฤษภาคมในปีถัดไป เมื่อนำเมล็ดลานมาปลูกพบว่า ต้นลานมีการเจริญเติบโตช้ามาก โดยต้นลานอายุ 4 ปี มีน้ำหนักแห้งทั้งต้นเฉลี่ยเพียง 172 กรัม มีการเจริญเติบโตเป็นแบบเอ็กโพแนลเชี่ยล ส่วนของต้นลานป่าที่ชาวบ้านนำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด คือ ยอดลานหรือใบลานอ่อน นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จักสาน เช่น หมวกสตรี-บุรุษ กระเป๋า สามารถสร้างรายได้ได้ดี โดยคนตัดยอดลาน 13,000 บาทต่อเดือน คนจักสานยอดลาน 13,600 บาทต่อเดือน และ พ่อค้าคนกลางหรือกลุ่ม OTOP มีรายได้ 37,740 บาทต่อเดือน ในพื้นที่มีกลุ่มจักสาน 3 กลุ่ม ใช้ยอดลาน 1,500 ยอดต่อเดือน สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า 7 ล้านบาท ต่อปี ถึงแม้ว่าสมาชิกของกลุ่มจักสานใบลานจะมีความสำนึกในการอนุรักษ์ลานอยู่แล้ว แต่มีแต่ชาวบ้านทั่วไปบางคนที่ใช้ประโยชน์จากลานโดยไม่คำนึงถึงอนาคต แต่ปัญหาใหญ่ของชาวบ้านคือเรื่องกรรมสิทธิ์ของที่ดินและแนวเขตอุทยานฯ ทำให้การประสานความร่วมมือระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นไปได้ยาก คำสำคัญ: ลานป่า ชุมชน การอนุรักษ์ ป่าไม้ ผลิตภัณฑ์จากป่า ?

บรรณานุกรม :