ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การนำเอามาตรการสมคบกันกระทำความผิดมาบังคับใช้กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การนำเอามาตรการสมคบกันกระทำความผิดมาบังคับใช้กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542
นักวิจัย : ปรางทิพย์ โพธิ์แก้ววรางกูล
คำค้น : การทุจริตและประพฤติมิชอบ , ความผิด (กฎหมาย) , พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 , Guilt (Law) , Corruption , Organic Act on Counter Corruption, B.E.2542 (1999)
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วีระพงษ์ บุญโญภาส , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/53075
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

เนื่องจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันได้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมหลายๆ อย่างอันได้แก่มาตรการทางกฎหมายที่หละหลวม ความล้าหลังไม่ทันสมัย ผู้กระทำความผิดที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจนมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรม อีกทั้งวิธีดำเนินงานเป็นไปอย่างแยบยลปกปิดวิธีดำเนินการ เช่นนี้ทำให้มาตรการทางกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ขาดประสิทธิภาพ จึงมีความเหมาะสมที่จะนำเอามาตรการทางกฎหมายที่ถือเป็นความผิดตั้งแต่ขั้นสมคบ นำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น มาตรการสมคบกันกระทำความผิด จัดเป็นอีกมาตรการหนึ่งในระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ที่มุ่งเอาผิดหรือลงโทษต่อเมื่อมี "การตกลงกัน" (Agreement) อันเป็นความประสงค์ที่จะร่วมกันกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยรู้ตัว (A conscious union of wills for a common undertaking) โดยที่ไม่จำต้องให้เกิดการกระทำความผิดตามที่ตกลงกันก่อนแต่อย่างใด ซึ่งวัตถุประสงค์ของการห้ามมิให้มีการตกลงเนื่องมาจากความต้องการที่จะเข้าไปแทรกแซงขั้นตอนเริ่มแรก (Early Stage) ของการกระทำความผิดขั้นต่อไป และป้องกันมิให้บุคคลกระทำหรือร่วมกระทำความผิดตามที่ได้ตกลงกันอันเป็นการกระทำความผิดหลักเกิดขึ้น ซึ่งมาตรการนี้ช่วยให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันกระทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิการสาวไปไม่ถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังของการกระทำความผิด หรือการยากต่อการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดแก่ผู้ที่กระทำความผิด เป็นต้น ประเทศไทยมีการนำเอามาตรการสมคบกันกระทำความผิด มาใช้บังคับกับความผิดเฉพาะฐานความผิดเท่านั้น อาทิความผิดที่เกี่ยวกับมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้าหญิงและเด็ก ความผิดเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ เห็นได้ว่าความรับผิดฐานสมคบมีประโยชน์มากต่อการนำผู้กระทำผิด ซึ่งโดยปกติเป็นการยากที่จะได้ตัวมาลงโทษ และถือเป็นความผิดสำเร็จทันทีที่มีการตกลงกันของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำการอันเป็นความผิดโดยที่ไม่จำต้องเกิดการกระทำความผิดตามที่ตกลงกันก่อนแต่อย่างใด ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ เป็นการศึกษาถึงมาตรการสมคบกันกระทำความผิด และเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยให้นำมาตรการสมคบกันกระทำความผิดมาใช้บังคับกับการทุจริตคอร์รัปชัน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหากระทำได้อย่างลุล่วงและทรงประสิทธิภาพมากที่สุด

บรรณานุกรม :
ปรางทิพย์ โพธิ์แก้ววรางกูล . (2550). การนำเอามาตรการสมคบกันกระทำความผิดมาบังคับใช้กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรางทิพย์ โพธิ์แก้ววรางกูล . 2550. "การนำเอามาตรการสมคบกันกระทำความผิดมาบังคับใช้กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรางทิพย์ โพธิ์แก้ววรางกูล . "การนำเอามาตรการสมคบกันกระทำความผิดมาบังคับใช้กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ปรางทิพย์ โพธิ์แก้ววรางกูล . การนำเอามาตรการสมคบกันกระทำความผิดมาบังคับใช้กับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.