ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชนมุสลิม : กรณีศึกษาเกาะลันตาใหญ่

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชนมุสลิม : กรณีศึกษาเกาะลันตาใหญ่
นักวิจัย : สุขุมาลย์ วิริโยธิน
คำค้น : มุสลิม -- ที่อยู่อาศัย -- ไทย -- กระบี่ , การใช้ที่ดิน -- การสำรวจ , การใช้ที่ดิน -- ไทย -- กระบี่ , อุตสาหกรรมท่องเที่ยว -- ไทย -- กระบี่ , Muslims -- Housing -- Thailand -- Krabi , Land use -- Surveys , Land use -- Thailand -- Krabi , Tourism -- Thailand -- Krabi
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุวัฒนา ธาดานิติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52864
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

ภายหลังเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2547 เกาะลันตากลายเป็นเป้าหมายใหม่ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ เมื่อมีการท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นทำให้วัฒนธรรมของชาวมุสลิมซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของเกาะเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยชุมชนมุสลิมบนเกาะนั้นไม่ปฏิเสธการท่องเที่ยว เนื่องจากทำให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการของชุมชนมุสลิมบนเกาะลันเตาในการแบ่งเขตการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยว เนื่องจากการแบ่งเขตการใช้ที่ดินนั้นเป็นวิธีการหนึ่งที่จะป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นจากท่องเที่ยวได้ และนำเสนอแนวทางในการแบ่งเขตการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวที่มาจากความต้องการของชุมชนเอง โดยมุ่งตอบคำถามการวิจัยที่ว่า ชุมชนมุสลิมบนเกาะลันเตาต้องการกำหนดการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวอย่างไร เพื่อป้องกันผลกระทบทางลบที่เกิดจากการท่องเที่ยว การวิจัยนี้ใช้วิธีเก็บข้อมูลโดยการศึกษาเอกสารและการลงภาคสนาม การลงวิจัยภาคสนามนั้นใช้วิธีเก็บข้อมูลโดยการสำรวจชุมชน การสัมภาษณ์เชิงลึกและสัมภาษณ์กลุ่มเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แนวคำสัมภาษณ์ ประชากรที่ศึกษาเป็นทั้งผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และชาวบ้านทั่วไป โดยมาจาก 7 หมู่บ้านเกาะลันตาใหญ่ ผลการศึกษาสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ คือ ชาวมุสลิมบนเกาะลันตาต้องการแบ่งเขตการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์และปกป้องวัฒนธรรม โดยไม่ได้กำหนดเส้นแบ่งเขตที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นการแบ่งเขตการใช้ที่ดินโดยใช้จิตสำนึกรับผิดชอบร่วมกันของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งสถานการณ์การท่องเที่ยวบนเกาะส่งผลให้ชุมชนต้องการเขตการใช้ที่ดิน 3 เขตด้วยกัน ได้แก่ เขตหวงห้าม เขตเสรีสำหรับการท่องเที่ยว และเขตชุมชน เขตหวงห้าม คือ เขตที่ห้ามนักท่องเที่ยวต่างศาสนาเข้าไปโดยเด็ดขาด ได้แก่ ตัวอาคารมัสยิดเพราะเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมของชาวมุสลิมเท่านั้น ภายในรั้วมัสยิดสามารถเข้าไปได้แต่ต้องมีพฤติกรรมที่ให้เกียรติสถานที่ เขตเสรีสำหรับนักท่องเที่ยว คือ เขตทีนักท่องเที่ยวสามารถดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งได้แก่บริเวณชายหาด บริเวณที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว และสถานบันเทิง และสุดท้ายคือ เขตชุมชน คือ เขตที่นักท่องเที่ยวและชาวบ้านใช้พื้นที่ร่วมกัน นักท่องเที่ยวที่เข้ามาควรให้ความเคารพในวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิม เขตชุมชนนี้สามารถแบ่งได้เป็นเขตชุมชนตะวันตกและชุมชนตะวันออก ซึ่งชุมชนฝั่งตะวันออกต้องการที่ปกป้องวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้มากกว่าที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ขัดแย้งกับศาสนา จึงต้องการให้การท่องเที่ยวเขตนี้เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

บรรณานุกรม :
สุขุมาลย์ วิริโยธิน . (2551). แนวทางการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชนมุสลิม : กรณีศึกษาเกาะลันตาใหญ่.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุขุมาลย์ วิริโยธิน . 2551. "แนวทางการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชนมุสลิม : กรณีศึกษาเกาะลันตาใหญ่".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุขุมาลย์ วิริโยธิน . "แนวทางการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชนมุสลิม : กรณีศึกษาเกาะลันตาใหญ่."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
สุขุมาลย์ วิริโยธิน . แนวทางการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวในชุมชนมุสลิม : กรณีศึกษาเกาะลันตาใหญ่. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.