| ชื่อเรื่อง | : | เปรียบเทียบการใช้พื้นที่สวนสาธารณะแบบรวมและแบบกระจายของหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ใน กทม. |
| นักวิจัย | : | ฆณฑชัย โรจนะสมิต |
| คำค้น | : | บ้านจัดสรร -- ไทย -- กรุงเทพฯ , สวนสาธารณะ -- ไทย -- กรุงเทพฯ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | เดชา บุญค้ำ , สุวัฒนา ธาดานิติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | 9743464662 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5400 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543 จากข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน ปี 2535 จนถึงปัจจุบัน ในหมวดสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ ได้กำหนดให้มีพื้นที่สวนสาธารณะ ร้อยละ 5 ของพื้นที่ขาย และจะต้องรวมอยู่บริเวณศูนย์กลางของที่ดินจัดสรร โดยไม่อนุญาตให้แบ่งแยกออกเป็นแปลงย่อยหลายแห่ง เว้นแต่เป็นการกันพื้นที่แต่ละแห่งไว้เกินกว่า 3 ไร่ หรือได้รับอนุญาต จากคณะกรรมการควบคุม การจัดสรรที่ดินเป็นราย ๆ ไป การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันการใช้พื้นที่สาธารณะในหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ของเอกชน และเปรียบเทียบการใช้พื้นที่สวนสาธารณะแบบรวมกับแบบกระจาย ของหมู่บ้านจัดสรรในแต่ละระดับราคา ด้วยวิธีการสำรวจ สังเกตการ บันทึกกิจกรรม และสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง จากการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันและการใช้พื้นที่สวนสาธารณะในหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ในช่วงเวลาเช้า 5.00-8.00 น. ผู้ใช้สวนฯ ส่วนใหญ่คือผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี กิจกรรมที่ทำคือ เดิน วิ่งออกกำลัง นั่งพักผ่อนพูดคุยกัน ช่วงเวลาที่มีผู้ใช้สวนฯ มากที่สุดคือ 6.00-7.00 น. และทยอยกลับในเวลาประมาณ 7.00 น. ระยะทางที่เดินทางมาใช้เฉลี่ย 300 ม. ผู้ใช้เป็นผู้มาใช้สวนฯ เป็นประจำ ในช่วงเวลาเย็น 16.00-19.00 น. ผู้ใช้สวนฯ ส่วนใหญ่คือ เด็กและวัยรุ่น อายุไม่เกิน 25 ปี กิจกรรมที่ทำคือ เดินเล่นทั่วไป เล่นเครื่องเล่น เล่นฟุตบอล ผู้ใช้สวนฯ ช่วงที่มากที่สุด คือ 17.00-18.00 น. จากนั้นจะเริ่มทยอยกันกลับ จนหมดทุกคนในเวลา 19.00 น. หมู่บ้านที่มีความหนาแน่นสูง จะใช้เวลาอยู่ในสวนฯ เฉลี่ย 1-2 ชม. ขณะที่หมู่บ้านที่มีความหนาแน่นปานกลาง-ต่ำ จะใช้เวลาอยู่ในสวนฯ เฉลี่ย 1 ชม. ลักษณะทางกายภาพกับการใช้พื้นที่สวนสาธารณะ สวนฯแบบรวมจะมีผู้มาใช้จำนวนมากกว่าสวนฯ แบบกระจาย เนื่องจากสามารถตอบสนองต่อกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากกว่า โดยเฉพาะสวนแบบรวมฯ ที่มีพื้นที่วิ่งออกกำลังกายรอบสวนได้ จะมีผู้ใช้มากกว่าสวนฯ ที่ไม่สามารถวิ่งรอบได้ สวนฯ รูปร่างอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สี่เหลี่ยมจะมีผู้มาใช้สวนฯ เป็นจำนวนมากเช่นกัน ทั้งนี้จำนวนผู้มาใช้สวนมีความสัมพันธ์กับสภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในสวนฯ ภายในสวนฯ และการดูแลรักษา สวนฯ แบบกระจายที่แทรกตัวอยู่กับหน่วยพักอาศัย โดยมีระยะทางการเดินทางมาใช้ไม่เกิน 100 ม. จะมีผู้มาใช้สวนฯ ครบทุกสวนฯ ซึ่งต่างจากสวนฯที่กระจายเกาะติดกับถนนสายหลักที่จะมีผู้ใช้เป็นบางสวนฯ โดยเฉพาะหมู่บ้านระดับราคาสูง ความหนาแน่นน้อยมีผู้ใช้สวนฯ แบบกระจายจำนวนน้อยมาก หรือสวนฯ บางแห่งจะไม่มีผู้ใช้ จากการวิจัยครั้งนี้ได้ข้อสรุปว่า การกำหนดรูปแบบของสวน |
| บรรณานุกรม | : |
ฆณฑชัย โรจนะสมิต . (2543). เปรียบเทียบการใช้พื้นที่สวนสาธารณะแบบรวมและแบบกระจายของหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ใน กทม..
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฆณฑชัย โรจนะสมิต . 2543. "เปรียบเทียบการใช้พื้นที่สวนสาธารณะแบบรวมและแบบกระจายของหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ใน กทม.".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฆณฑชัย โรจนะสมิต . "เปรียบเทียบการใช้พื้นที่สวนสาธารณะแบบรวมและแบบกระจายของหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ใน กทม.."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print. ฆณฑชัย โรจนะสมิต . เปรียบเทียบการใช้พื้นที่สวนสาธารณะแบบรวมและแบบกระจายของหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ใน กทม.. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.
|
