| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินการพูดที่ฟังได้รู้เรื่องอัตโนมัติในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ |
| นักวิจัย | : | ณัฐิณี พิทักษ์ศิริอนันต์ |
| คำค้น | : | ปากแหว่ง , เพดานโหว่ , การพูด , การรู้จำเสียงพูดอัตโนมัติ , Cleft lip , Cleft palate , Speech , Automatic speech recognition |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อาทิพันธุ์ พิมพ์ขาวขำ , ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะทันตแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52521 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้มี 2 ข้อ คือ หนึ่งเพื่อเปรียบเทียบการประเมินพูดที่ฟังได้รู้เรื่องโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์กับวิธีดั้งเดิมในผู้ที่มีการออกเสียงปกติและผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ และสองเพื่อเปรียบเทียบผลการออกเสียงในผู้ที่มีการออกเสียงปกติและผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ก่อนและหลังการผ่าตัดปิดรูทะลุช่องปาก-จมูกโดยใช้คะแนนรู้จำเสียงพูดและคะแนนคำพูดที่ฟังได้รู้เรื่อง วัสดุและวิธีการ ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่จำนวน 20 คน ซึ่งได้รับการผ่าตัดปิดรูทะลุช่องปาก-จมูก อายุเฉลี่ย 12.70 ± 4.39 ปี และผู้ที่มีการออกเสียงปกติจำนวน 10 คน อายุใกล้เคียงกับกลุ่มผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ โดยผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่จะได้รับการบันทึกเสียงก่อนผ่าตัด 1 วันและหลังผ่าตัด 3 เดือน ในขณะที่ผู้ที่มีการออกเสียงปกติจะได้รับการบันทึกเสียงวันละ 1 ครั้งเป็นเวลา 3 วัน เสียงที่บันทึกจะถูกวิเคราะห์เป็นคะแนนรู้จำเสียงพูด (speech recognition score) โดยใช้ระบบรู้จำเสียงพูดอัตโนมัติ สำหรับการประเมินการออกเสียงโดยวิธีดั้งเดิม เสียงที่บันทึกจะแต่ละเสียงจะถูกประเมินโดยผู้ฟัง 3 คน แล้วหาค่าเฉลี่ยเป็นคะแนนคำพูดที่ฟังได้รู้เรื่อง (Speech intelligibility score) ของผู้ป่วยแต่ละราย จากนั้นคำนวณความเที่ยงของคะแนนรู้จำเสียงพูดและประเมินความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรู้จำเสียงพูดและคะแนนคำพูดที่ฟังได้รู้เรื่องในกลุ่มผู้ที่มีการออกเสียงปกติและผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ นอกจากนั้น ประเมินผลการออกเสียงหลังผ่าตัดทั้งคะแนนรู้จำเสียงพูดและคะแนนคำพูดที่ฟังได้รู้เรื่อง ผลการศึกษา ในกลุ่มผู้ที่มีการออกเสียงปกติ ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของค่าคะแนนรู้จำเสียงพูดที่บันทึก 3 วัน นอกจากนั้นมีคะแนนรู้จำเสียงพูดเฉลี่ยสัมพันธ์กับคะแนนคำพูดที่ฟังได้รู้เรื่องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.708, 0.022) ในกลุ่มผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ มีคะแนนรู้จำเสียงพูดสัมพันธ์กับคะแนนคำพูดที่ฟังได้รู้เรื่องทั้งก่อนและภายหลังผ่าตัด (r=0.821, p=0.000 และ r=0.741, p=0.000 ตามลำดับ) และมีคะแนนรู้จำเสียงพูดและคะแนนคำพูดที่ฟังได้รู้เรื่องเพิ่มขึ้นภายหลังการผ่าตัด (p=0.002 และ 0.023 ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม ยังมีคะแนนรู้จำเสียงพูดและคะแนนคำพูดที่ฟังได้รู้เรื่องน้อยกว่าผู้ที่มีการออกเสียงปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (0.000 และ 0.028 ตามลำดับ) สรุป การประเมินการออกเสียงในผู้ที่มีการออกเสียงปกติและผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถเทียบเคียงกับการประเมินโดยวิธีการฟังได้ และผลการออกเสียงโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และวิธีการฟังหลังผ่าตัดดีขึ้นกว่าก่อนผ่าตัดแต่ยังคงดีไม่เท่ากับผู้ที่มีการออกเสียงปกติ |
| บรรณานุกรม | : |
ณัฐิณี พิทักษ์ศิริอนันต์ . (2554). การประเมินการพูดที่ฟังได้รู้เรื่องอัตโนมัติในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณัฐิณี พิทักษ์ศิริอนันต์ . 2554. "การประเมินการพูดที่ฟังได้รู้เรื่องอัตโนมัติในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ณัฐิณี พิทักษ์ศิริอนันต์ . "การประเมินการพูดที่ฟังได้รู้เรื่องอัตโนมัติในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. ณัฐิณี พิทักษ์ศิริอนันต์ . การประเมินการพูดที่ฟังได้รู้เรื่องอัตโนมัติในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
