| ชื่อเรื่อง | : | ผลการดำเนินมาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินที่มีต่อการพัฒนาตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | กรองกมล ตั้งชีววัฒนกุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | พนิต ภู่จินดา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2559 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52320 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559 มาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR Bonus) เป็นมาตรการส่งเสริมเพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาพื้นที่ของเอกชน (Incentive Measure) โดยการให้รางวัลหรือผลตอบแทนแก่ผู้ประกอบการที่พัฒนาตามเงื่อนไข ซึ่งมีจุดประสงค์คือการเพิ่มพื้นที่สาธารณประโยชน์แก่เมือง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของมาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองน่าอยู่ ที่มีการประกาศใช้ในกฎกระทรวงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2556 ไว้ 5 ประเภท ได้แก่ 1) ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือผู้อยู่อาศัยเดิม 2) พื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสวนสาธารณะ 3) ที่จอดรถยนต์สำหรับประชาชนทั่วไปตั้งอยู่ในรัศมี 500 เมตรรอบสถานีขนส่งมวลชน 4) พื้นที่รับน้ำ และ 5) อาคารประหยัดพลังงาน เมื่อพิจารณาการใช้สิทธิ์โบนัส ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่ามีโครงการที่ขอใช้สิทธิ์และก่อสร้างเพียง 8 โครงการ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือสวนสาธารณะ จำนวน 2 โครงการ และประเภทพื้นที่รับน้ำ จำนวน 6 โครงการ จากจำนวนโครงการใช้สิทธิ์โบนัสที่ค่อนข้างน้อยและใช้เพียง 2 ประเภท จึงนำมาสู่การศึกษาถึงการตัดสินใจเลือกใช้โบนัสตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครของผู้ประกอบการที่มีมีอำนาจในตัดสินใจ รวมถึงการศึกษาผลที่เกิดจากการดำเนินมาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Approach) ทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เพื่อสนับสนุนคุณภาพของงานวิจัยให้ดียิ่งขึ้นมีวิธีการเก็บข้อมูลโดยตรง 3 วิธี คือ 1) การสำรวจ (Survey) เพื่อใช้ศึกษาลักษณะทางกายภาพ 2) การสังเกตการณ์ (Observation) เพื่อใช้ศึกษาพฤติกรรมเชิงสังคมในการใช้พื้นที่โบนัส และ 3) การสัมภาษณ์ (Interview) เป็นการสอบถามทัศนคติของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการคัดสินใจ โดยข้อมูลที่ได้จะนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลทางเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ภาพถ่าย และแผนที่ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ผลและหาข้อสรุป ผลการศึกษาพบว่าการตัดสินใจเลือกดำเนินมาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR Bonus) มีความสัมพันธ์กับประเภทหรือความเชี่ยวชาญของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการประเภทที่อยู่อาศัยจะสนใจมาตรการที่ไม่ทำให้โครงการสูญเสียความเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล เช่น ประเภทพื้นที่รับน้ำ และอาคารประหยัดพลังงาน สำหรับผู้ประกอบการสำนักงาน ผู้ประกอบการโรงแรม และผู้ประกอบการพาณิชยกรรมจะสนใจมาตรการประเภทอาคารประหยัดพลังงาน พื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ และที่จอดรถยนต์ตามลำดับ สำหรับมาตรการประเภทที่อยู่อาศัยรายได้น้อยพบว่าไม่มีผู้ประกอบการรายใดให้ความสนใจ นอกจากนี้ในโครงการที่ดำเนินมาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินแล้วพบว่า เกิดผลต่อสาธารณะตามวัตถุประสงค์ของมาตรการซึ่งโครงการประเภทพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยลดความแออัด และโครงการประเภทพื้นที่รับน้ำสามารถช่วยชะลอน้ำออกจากโครงการเมื่อเกิดฝนตกหนักซึ่งสามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณย่าน |
| บรรณานุกรม | : |
กรองกมล ตั้งชีววัฒนกุล . (2559). ผลการดำเนินมาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินที่มีต่อการพัฒนาตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรองกมล ตั้งชีววัฒนกุล . 2559. "ผลการดำเนินมาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินที่มีต่อการพัฒนาตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรองกมล ตั้งชีววัฒนกุล . "ผลการดำเนินมาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินที่มีต่อการพัฒนาตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print. กรองกมล ตั้งชีววัฒนกุล . ผลการดำเนินมาตรการเพิ่มอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินที่มีต่อการพัฒนาตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.
|
