| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบอัตราส่วนความกว้างของลำแสงสะท้อนต่อความกว้างของเส้นเลือดแขนงจอประสาทตาระหว่างภาวะต้อหินกับภาวะปกติ โดยใช้การประมวลผลภาพดิจิทัล |
| นักวิจัย | : | เผ่าพิชญ์ ศิริอาชาวัฒนา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | กฤษฎา เหลืองชวพงศ์ , นงลักษณ์ โควาวิสารัช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2559 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/52271 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559 โรคต้อหินเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของประสาทตาหรือเส้นประสาทตาถูกทำลายทำให้สูญเสียการมองเห็น สาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ที่ทำให้เกิดความเสื่อมของประสาทตาคือความผิดปกติของเส้นเลือด การประเมินความผิดปกติของเส้นเลือดวิธีหนึ่งคือการวัดความกว้างของลำแสงสะท้อนที่ปรากฏบนเส้นเลือดในภาพถ่ายก้นตา วิทยานิพนธ์นี้จึงนำเสนอวิธีการวัดความกว้างของลำแสงสะท้อนและเส้นเลือดบนภาพถ่ายก้นตาและวิเคราะห์อัตราส่วนระหว่างความกว้างของลำแสงสะท้อนและความกว้างเส้นเลือดว่ามีความสัมพันธ์กับโรคต้อหินหรือไม่ วิธีการวัดที่ได้นำเสนอคือการวัดความกว้างระหว่างขอบของเส้นเลือดที่หาโดยวิธีการหาขอบของ Canny โดยใช้ Vessel enhancement filtering ในการแบ่งส่วนเส้นเลือดเพื่อระบุขอบเขตของเส้นเลือดและบริเวณที่ทำการวัด การทดสอบได้ทดสอบกับภาพจากตาคนปกติ 92 ภาพและภาพจากตาผู้ป่วยต้อหิน 68 ภาพ แต่ละภาพได้ทดสอบกับเส้นเลือด 4 เส้นคือ Inferotemporal artery, Inferotemporal vein, Superotemporal artery และ Superotemporal vein ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ค่า Z ได้ว่าค่าเฉลี่ยอัตราส่วนระหว่างความกว้างของลำแสงสะท้อนและความกว้างเส้นเลือดของคนผู้ป่วยต้อหินสูงกว่าคนปกติอย่างมีนัยสำคัญในเส้นเลือดทั้ง 4 เส้น โดยค่าเฉลี่ยอัตราส่วนของผู้ป่วยต้อหินและคนปกติที่ได้คือ 0.30 และ 0.28 (ค่า p = 0.033) ใน Inferotemporal artery, 0.29 และ 0.27 (ค่า p = 0.005) ใน Inferotemporal vein, 0.31 และ 0.28 (ค่า p < 0.001) ใน Superotemporal artery, 0.30 และ 0.27 (ค่า p = 0.002) ใน Superotemporal vein จากผลลัพธ์ จึงเป็นไปได้ที่จะใช้อัตราส่วนนี้ช่วยในการวินิจฉัยโรคต้อหิน แต่ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องใช้ข้อมูลผู้ป่วยด้านอื่นประกอบ เนื่องจากค่าเฉลี่ยอัตราส่วนของคนปกติและผู้ป่วยต้อหินค่อนข้างใกล้เคียงกัน การใช้อัตราส่วนเพียงค่าเดียวจึงยังไม่แม่นยำ |
| บรรณานุกรม | : |
เผ่าพิชญ์ ศิริอาชาวัฒนา . (2559). การเปรียบเทียบอัตราส่วนความกว้างของลำแสงสะท้อนต่อความกว้างของเส้นเลือดแขนงจอประสาทตาระหว่างภาวะต้อหินกับภาวะปกติ โดยใช้การประมวลผลภาพดิจิทัล.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เผ่าพิชญ์ ศิริอาชาวัฒนา . 2559. "การเปรียบเทียบอัตราส่วนความกว้างของลำแสงสะท้อนต่อความกว้างของเส้นเลือดแขนงจอประสาทตาระหว่างภาวะต้อหินกับภาวะปกติ โดยใช้การประมวลผลภาพดิจิทัล".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เผ่าพิชญ์ ศิริอาชาวัฒนา . "การเปรียบเทียบอัตราส่วนความกว้างของลำแสงสะท้อนต่อความกว้างของเส้นเลือดแขนงจอประสาทตาระหว่างภาวะต้อหินกับภาวะปกติ โดยใช้การประมวลผลภาพดิจิทัล."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2559. Print. เผ่าพิชญ์ ศิริอาชาวัฒนา . การเปรียบเทียบอัตราส่วนความกว้างของลำแสงสะท้อนต่อความกว้างของเส้นเลือดแขนงจอประสาทตาระหว่างภาวะต้อหินกับภาวะปกติ โดยใช้การประมวลผลภาพดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2559.
|
