| ชื่อเรื่อง | : | การระบุบุคคลโดยใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือและรูปแบบม่านตา |
| นักวิจัย | : | พิพัฒน์ ประทีปอมรกุล |
| คำค้น | : | การพิสูจน์บุคคล , การพิสูจน์เอกลักษณ์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นงลักษณ์ โควาวิสารัช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2548 |
| อ้างอิง | : | 9741750706 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6881 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548 งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาขั้นตอนวิธีและพัฒนาระบบไบโอเมตริกแบบมัลติโมดัลที่ใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือและม่านตา งานวิจัยนี้ประกอบด้วยระบบไบโอเมตริก 3 ระบบ ได้แก่ ระบบไบโอเมตริกที่ใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือ ระบบไบโอเมตริกที่ใช้ม่านตา และระบบไบโอเมตริกแบบมัลติโมดัลที่ใช้ม่านตา ระบบไบโอเมตริกที่ใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือเป็นระบบที่ใช้ลักษณะทางกายภาพหรือรูปร่างของมือในการระบุบุคคล ซึ่งในงานวิจัยนี้ใช้ฟีเจอร์ของมือดังต่อไปนี้คือ ความยาวนิ้วทั้ง 5 นิ้ว ความกว้างนิ้วที่ระดับความสูง 1/3, 1/2 และ 2/3 ของทั้ง 5 นิ้ว และความกว้างฝ่ามือ รวมทั้งสิ้น 21 ฟีเจอร์ในขั้นตอนการเปรียบคู่ใช้ฟังก์ชันระยะทางแบบ S[subscript 1] วัดความแตกต่างของฟีเจอร์ ผลลัพธ์ในการหาประสิทธิภาพของระบบไบโอเมตริกที่ใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือมีความถูกต้อง 91.06% โดยทดสอบกับผู้ใช้จำนวน 96 คน ระบบไบโอเมตริกที่ใช้ม่านตาเป็นระบบที่ใช้รูปแบบลายม่านตาในการระบุบุคคล ซึ่งในงานวิจัยนี้ใช้ลายม่านตาเฉพาะบริเวณด้านข้างเท่านั้น โดยแบ่งภาพลายม่านตาออกเป็นบล็อกขนาด 24x24 จุดภาพและให้มีส่วนซ้อนทับกัน 6 จุดภาพ ใช้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของแต่ละบล็อกเป็นฟีเจอร์ของลายม่านตาซึ่งจะได้ฟีเจอร์ทั้งหมด 120 ฟีเจอร์ ใช้ฟังก์ชันระยะทางแบบค่าสัมบูรณ์ในการเปรียบคู่ฟีเจอร์ ผลลัพธ์ในการหาประสิทธิภาพของระบบไบโอเมตริกที่ใช้ม่านตามีความถูกต้อง 91.55% โดยทดสอบกับผู้ใช้จำนวน 96 คน ระบบไบโอเมตริกแบบมัลติโมดัลที่ใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือและม่านตาเป็นการรวมระบบไบโอเมตริกที่ใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือและระบบไบโอเมตริกที่ใช้ม่านตาเข้าด้วยกัน ในงานวิจัยนี้รวมระบบที่ระดับคะแนนหรือค่าความแตกต่างของคะแนนการเปรียบคู่ โดยเลือกผู้ใช้ที่มีความแตกต่างที่น้อยที่สุดจากแต่ละระบบมาระบบละ 1 คน นำคะแนนจากทั้งสองระบบมาปรับให้เป็นบรรทัดฐานโดยใช้ค่าน้อยที่สุด-มากที่สุดที่เป็นไปได้ของแต่ละระบบเป็นฐาน เมือรวมคะแนนจากทั้งสองระบบแล้วเลือกผู้ใช้ที่มีคะแนนรวมน้อยกว่าเป็นคำตอบ ในการทดลองกับผู้ใช้ 96 คนได้ผลลัพธ์คือ ระบบมีความถูกต้อง 98.33% |
| บรรณานุกรม | : |
พิพัฒน์ ประทีปอมรกุล . (2548). การระบุบุคคลโดยใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือและรูปแบบม่านตา.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิพัฒน์ ประทีปอมรกุล . 2548. "การระบุบุคคลโดยใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือและรูปแบบม่านตา".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิพัฒน์ ประทีปอมรกุล . "การระบุบุคคลโดยใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือและรูปแบบม่านตา."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print. พิพัฒน์ ประทีปอมรกุล . การระบุบุคคลโดยใช้ลักษณะเรขาคณิตของมือและรูปแบบม่านตา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.
|
