| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการออกแบบพื้นที่เมืองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังภายใต้มาตรการการให้สิทธิ์อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินเพิ่ม |
| นักวิจัย | : | พฤฒิเชษฐ์ เลิศอุดมพฤกษา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จิตติศักดิ์ ธรรมาภรณ์พิลาศ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51128 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558 สภาวะน้ำท่วมในพื้นที่เมืองในปัจจุบันมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น อันมีสาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศหรือปรากฏการณ์เรือนกระจก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ที่ส่งผลให้ภูมิอากาศมีความผิดปรกติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆมีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลให้สภาวะน้ำท่วมมีความรุนแรงตามขึ้นไปด้วย จนกระทั่งสร้างความเสียหายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับพื้นที่เมือง กรุงเทพมหานคร เป็นอีกเมืองหนึ่งซึ่งประสบกับปัญหาน้ำท่วมขังโดยมีสาเหตุหลักมาจากฝนที่ตกเป็นระยะเวลายาวนานและต่อเนื่องกว่าปรกติ ทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับการระบายน้ำได้ จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น จึงนำมาสู่แนวคิดเบื้องต้นในการแก้ปัญหาหรือบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เมือง ผ่านเครื่องมือทางกฎหมาย มาตรการทางผังเมือง หรือแนวคิดต่างๆ โดยจากการศึกษามาตรการทางผังเมืองที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีมาตรการที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มในการนำมาศึกษาคือ “มาตรการการให้สิทธิ์อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินเพิ่ม (F.A.R. Bonus)” ซึ่งเป็นมาตรการที่เอื้อให้เอกชนสามารถทำประโยชน์ให้กับสาธารณะโดยจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทน โดยมีกรณีที่เกี่ยวข้องคือ กรณีการจัดให้มีพื้นที่รับน้ำ ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่ของเอกชนถูกนำมาใช้ในการช่วยเหลือและแก้ปัญหาสภาวะน้ำท่วมขังที่เกิดจากน้ำฝนได้จากการชะลอการระบายน้ำจากพื้นที่ต่างๆลงสู่พื้นที่สาธารณะ จึงเป็นที่มาของการวิจัย เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของมาตรการการจัดให้มีพื้นที่รับน้ำ ในเชิงของความสามารถในการช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง โดยใช้เครื่องมือการคำนวณปริมาตรน้ำ (S.C.S. Model) ซึ่งเป็นการคำนวณปริมาตรน้ำฝนรายวันในพื้นที่ใดๆ โดยอาศัยสถิติและข้อมูลจากสถานีกักเก็บน้ำฝนในพื้นที่นั้น โดยคิดคำนวณจากพื้นที่ที่มีศักยภาพในการยื่นขอสิทธิ์ เพื่อหาตำแหน่งและปริมาตรของพื้นที่รับน้ำ และสร้างความเชื่อมโยงกับเครื่องมือการออกแบบชุมชนเมืองหรือ Water Sensitive Urban Design เพื่อทำให้เกิดการเชื่อมโยงกันของระบบพื้นที่รับน้ำ ผ่านแนวทางการสร้างพื้นที่ระดับต่างๆ คือระดับพื้นที่รอบอาคาร และระดับพื้นที่สาธารณะ ผลสรุปของการวิจัย จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนของประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำของพื้นที่รับน้ำ ภายใต้มาตรการการจัดให้มีพื้นที่รับน้ำ และส่วนของแนวทางในการออกแบบพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำให้เหมาะสมกับกายภาพที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับใช้มาตรการ F.A.R. bonus กรณีนี้ ควรเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการในการใช้พื้นที่สูงโดยเฉพาะศูนย์กลางธุรกิจและประสบกับสภาวะน้ำท่วมขัง โดยหากดำเนินการขอรับสิทธิ์และพัฒนาพื้นที่รับน้ำอย่างเต็มศักยภาพแล้ว จะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังภายในพื้นที่ได้สูงสุดกว่า 97.75% ซึ่งพื้นที่รับน้ำจำเป็นต้องได้รับการออกแบบด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมต่อบริบทที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และควรพัฒนาให้เกิดแผนการพัฒนาพื้นที่รับน้ำในภาพกว้าง เพื่อทำให้พื้นที่รับน้ำสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นระบบ และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
พฤฒิเชษฐ์ เลิศอุดมพฤกษา . (2558). แนวทางการออกแบบพื้นที่เมืองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังภายใต้มาตรการการให้สิทธิ์อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินเพิ่ม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พฤฒิเชษฐ์ เลิศอุดมพฤกษา . 2558. "แนวทางการออกแบบพื้นที่เมืองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังภายใต้มาตรการการให้สิทธิ์อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินเพิ่ม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พฤฒิเชษฐ์ เลิศอุดมพฤกษา . "แนวทางการออกแบบพื้นที่เมืองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังภายใต้มาตรการการให้สิทธิ์อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินเพิ่ม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print. พฤฒิเชษฐ์ เลิศอุดมพฤกษา . แนวทางการออกแบบพื้นที่เมืองเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังภายใต้มาตรการการให้สิทธิ์อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินเพิ่ม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.
|
