ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รูปแบบการดัดแปลงอาคารและค่าใช้จ่ายของการเปลี่ยนแปลงการใช้งานตึกแถวในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รูปแบบการดัดแปลงอาคารและค่าใช้จ่ายของการเปลี่ยนแปลงการใช้งานตึกแถวในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี
นักวิจัย : จิรภัทร สองบัณฑิตย์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : บุษรา โพวาทอง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/51002
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

การเปลี่ยนแปลงการใช้งานทำให้เกิดการดัดแปลงตึกแถวเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาลักษณะกายภาพของตึกแถว การใช้งาน และรูปแบบการดัดแปลงตึกแถว รวมถึงสาเหตุและค่าใช้จ่ายของการดัดแปลงตึกแถวในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี ใช้วิธีการสำรวจสังเขป (Reconnaissance) กลุ่มตัวอย่างตึกแถวจำนวนทั้งสิ้น 65 ตัวอย่าง แบ่งพื้นที่การสำรวจตึกแถวเป็น 3 ย่านคือ 1.ย่านเมืองเก่า 2.ย่านเมืองขยาย 3.ย่านเมืองใหม่ และใช้การสัมภาษณ์ผู้อยู่อาศัย ผลการศึกษาพบว่า 1) ตึกแถวย่านเมืองเก่ามีขนาดใหญ่ที่สุดและค่อยๆลดขนาดลงมาตามย่าน ทั้งนี้ ตึกแถวย่านเมืองเก่ามีอายุตั้งแต่ 26–41 ปี ส่วนมากเป็นตึกแถว 3 ชั้น (60%) ขนาดพื้นที่ดินเฉลี่ย 75.93 ตร.ม. ระยะพื้นชั้น 1 ถึงเพดานชั้นลอย 5 ม. หน้ากว้าง 4-7 ม. ความลึกเฉลี่ย 20 ม.พื้นที่ใช้สอยเฉลี่ย 340.02 ตร.ม. ย่านเมืองขยายเป็นตึกแถวอายุตั้งแต่ 18-30 ปี ส่วนใหญ่เป็นตึก 3 ชั้น (65%) ขนาดพื้นที่ดินเฉลี่ย 62.6 ตร.ม. ระยะพื้นชั้น 1 ถึงเพดานชั้นลอย 5 ม. หน้ากว้าง 4 ม. ความลึกเฉลี่ย 12 พื้นที่ใช้สอยเฉลี่ย 292.9 ตร.ม. ย่านเมืองใหม่เป็นโครงการตึกแถว อายุ 12 ปี ส่วนใหญ่เป็นตึก 3 ชั้น (85%) ขนาดพื้นที่ดินเฉลี่ย 48 ตร.ม. ระยะพื้นชั้น 1 ถึงเพดานชั้นลอย 5 ม. หน้ากว้าง 4 ม. ความลึก 12 ม. พื้นที่ใช้สอยเฉลี่ย 223.2 ตร.ม. จุดเด่นคือมีอาเขตด้านหน้า 2) ลักษณะการใช้สอยอาคารของทั้งสามย่านมีความคล้ายคลึงกันคือ ชั้นล่างใช้ประกอบกิจการและเป็นพื้นที่ครัว ชั้นลอยใช้เป็นพื้นที่เก็บของและพื้นที่ชั้นสองขึ้นไป ใช้เป็นที่พักอาศัย ดาดฟ้าส่วนใหญ่ไม่มีการใช้งาน อย่างไรก็ตามมีบางอาคารนำชั้น 2 มาใช้ประกอบกิจการเช่น ร้านนวด หรือโรงเรียนสอนภาษา 3) การดัดแปลงที่มากที่สุดของย่านเมืองเก่าคือ การต่อเติมหลังคาปกคลุมดาดฟ้า (52%) รองลงมาคือการกั้นห้องเพิ่มส่วนด้านบนอาคาร (44%) ในย่านเมืองขยายพบการต่อเติมกันสาดหน้าบ้านมากที่สุด (45%) และการต่อหลังคาคลุมดาดฟ้า (40%) ย่านเมืองใหม่พบการต่อเติมพื้นที่ด้านข้างและด้านหลังมากที่สุด (60%) รองลงมาคือ การต่อเติมหลังคาปกคลุมดาดฟ้า (50%) และการทำฝ้าเพดานเตี้ยลงมา (50%) จะเห็นได้ว่าสาเหตุการดัดแปลงของทั้งสามย่านมีความคล้ายคลึงกันคือ เพื่อกันแดดกันฝนและเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ซึ่งเป็นการดัดแปลงเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการและอยู่อาศัย ทั้งนี้ การดัดแปลงที่เกิดค่าใช้จ่ายสูง ส่วนมากเป็นการดัดแปลงในส่วนที่เพื่อการเพิ่มพื้นที่ใช้สอย 4) ตึกแถวทุกย่านเริ่มดัดแปลงตั้งแต่ปีแรกหรือก่อนเข้าอยู่ และย่านเมืองเก่าดัดแปลงมากสุดในช่วงใช้งานมาแล้ว 16-26 ปี ย่านเมืองขยาย 16-20 ปี แต่ย่านเมืองใหม่ดัดแปลงมากทีสุดช่วงปีแรกและมีแนวโน้มน้อยลง เนื่องจากผู้ใช้ตึกแถวดัดแปลงให้เหมาะสมแต่แรกแล้ว แตกต่างกับอีก 2 ย่าน ที่ใช้งานไปก่อนแล้วค่อยดัดแปลงเมื่อเปลี่ยนแปลงการใช้งาน งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบ สาเหตุและค่าใช้จ่ายการดัดแปลงตึกแถวตามกิจกรรมที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะการดัดแปลงเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยที่นิยมต่อเติมและมีค่าใช้จ่ายสูง เพื่อการพัฒนาตึกแถวใหม่ที่ควรคำนึงถึงความยืดหยุ่นเรื่องการใช้งานที่หลากหลาย และความปลอดภัยตามกฎหมาย เพื่อให้ตอบรับกับความต้องการของผู้ใช้ตึกแถวมากที่สุด

บรรณานุกรม :
จิรภัทร สองบัณฑิตย์ . (2558). รูปแบบการดัดแปลงอาคารและค่าใช้จ่ายของการเปลี่ยนแปลงการใช้งานตึกแถวในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิรภัทร สองบัณฑิตย์ . 2558. "รูปแบบการดัดแปลงอาคารและค่าใช้จ่ายของการเปลี่ยนแปลงการใช้งานตึกแถวในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิรภัทร สองบัณฑิตย์ . "รูปแบบการดัดแปลงอาคารและค่าใช้จ่ายของการเปลี่ยนแปลงการใช้งานตึกแถวในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
จิรภัทร สองบัณฑิตย์ . รูปแบบการดัดแปลงอาคารและค่าใช้จ่ายของการเปลี่ยนแปลงการใช้งานตึกแถวในเขตเทศบาลเมืองศรีราชา จังหวัดชลบุรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.