ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความชุกและคุณภาพชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความชุกและคุณภาพชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์
นักวิจัย : พิชชนันท์ อุยยานุกูล
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : รัศมน กัลยาศิริ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50555
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558

เหตุผลของการทำวิจัย : การสูบบุหรี่ถือเป็นปัญหาในทุกสังคม ที่ส่งผลเสียต่อตนเองและคนรอบข้าง ซึ่งคนรอบข้างยังจะได้รับสารพิษที่มาจากควันบุหรี่ โดยที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้สูบและไม่สามารถเลือกที่จะปฏิเสธได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่ จะส่งผลกระทบในหลายๆด้าน ดังนั้นการให้คุณค่า ความสำคัญด้านคุณภาพชีวิตกับหญิงตั้งครรภ์นั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง วัตถุประสงค์ : เพื่อทราบค่าความชุกของหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์ ศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับการได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์ และศึกษาคุณภาพชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์ ศึกษาปัจจัยสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ รูปแบบการวิจัย : การวิจัยเชิงพรรณา ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง สถานที่ทำการศึกษา : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตัวอย่างและวิธีการศึกษา : เก็บข้อมูลจากหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ระหว่าง 13-24 สัปดาห์ ที่มารับบริการฝากครรภ์แผนกสูตินรีเวชกรรม ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนตัว แบบสอบถามคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับไทย แบบประเมินความสัมพันธ์และหน้าที่ของครอบครัว และตรวจปัสสาวะโดยชุดตรวจ Direct barbituric acid (DBA) method สถิติที่ใช้ได้แก่ Descriptive Statistic, Chi – Square และ Logistic Regression Analysis ผลการศึกษา : หญิงตั้งครรภ์ที่ศึกษาทั้งหมด 296 คน พบความชุกของหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์ (ร้อยละ 39.19) ซึ่งมีคุณภาพชีวิตโดยภาพรวมในระดับปานกลาง (ร้อยละ60.5) แบ่งเป็นรายด้าน ด้านร่างกายคุณภาพชีวิตระดับปานกลาง (ร้อยละ64.5) ด้านจิตใจคุณภาพชีวิตระดับดี (ร้อยละ55.1) ด้านความสัมพันธ์ทางสังคมคุณภาพชีวิตระดับปานกลาง (ร้อยละ62.5) ด้านสิ่งแวดล้อมคุณภาพชีวิตระดับปานกลาง (ร้อยละ74.7) เมื่อเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตโดยรวมพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองมีคุณภาพชีวิตในระดับไม่ดี-ปานกลาง (ร้อยละ69.0) และหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับควันบุหรี่มือสองมีคุณภาพชีวิตที่ดี (ร้อยละ58.8) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีช่วงอายุระหว่าง 24 – 35 ปี ปัจจัยที่สัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตโดยรวมของหญิงตั้งครรภ์ ได้แก่ รายได้ตนเอง รายได้ครอบครัว ความเพียงพอของรายได้ ปัญหาแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์ สภาพที่อยู่อาศัย ผู้สูบบุหรี่ในบ้านเป็นน้องชาย ได้รับควันบุหรี่ในระหว่างตั้งครรภ์ ได้รับควันบุหรี่ในสวนสาธารณะ และปัจจัยที่สัมพันธ์กับการได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่ รายได้ตนเอง รายได้ครอบครัว ลักษณะที่อยู่อาศัย สมาชิกในบ้านสูบบุหรี่ในบ้าน ผู้สูบบุหรี่เป็นสามี ได้รับควันบุหรี่จากห้างสรรพสินค้าหรือตลาด และความถี่ในการได้รับควันบุหรี่และเมื่อเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่กับหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับควันบุหรี่พบว่าคุณภาพชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ <0.05 สรุป : จากการศึกษาพบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองมีค่าความชุก (ร้อยละ 39.19) โดยมีคุณภาพชีวิตโดยรวมในระดับปานกลาง และเมื่อเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตโดยรวมของหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองกับหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับควันบุหรี่มือสอง พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับควันบุหรี่มือสองมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง

บรรณานุกรม :
พิชชนันท์ อุยยานุกูล . (2558). ความชุกและคุณภาพชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิชชนันท์ อุยยานุกูล . 2558. "ความชุกและคุณภาพชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิชชนันท์ อุยยานุกูล . "ความชุกและคุณภาพชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558. Print.
พิชชนันท์ อุยยานุกูล . ความชุกและคุณภาพชีวิตหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในระหว่างตั้งครรภ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.