ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์จิตรกรรมจีนสมัยราชวงศ์ซ่งเชิงปรัชญา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์จิตรกรรมจีนสมัยราชวงศ์ซ่งเชิงปรัชญา
นักวิจัย : สุวรรณี ดาวสดใส
คำค้น : จิตรกรรมจีน -- สมัยราชวงศ์ซ่ง, ค.ศ.960-1368 , จิตรกรรมภาพทิวทัศน์จีน -- สมัยราชวงศ์ซ่ง, ค.ศ.960-1368 , ปรัชญาขงจื๊อ -- จีน , ศิลปะกับศาสนา -- จีน , นิกายเซน -- จีน , ลัทธเต๋า -- จีน , ปรัชญาจีน , สัญลักษณ์ในศิลปะ -- จีน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุวรรณา สถาอานันท์ , วิจิตร เกิดวิสิษฐ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2530
อ้างอิง : 9745674737 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/48807
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530

งานวิจัยนี้เป็นความพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่า แนวความคิดทางปรัชญาและศาสนาอันโดดเด่นอยู่ในสมัยราชวงศ์ซ่ง ได้มีอิทธิพลในการกำหนดลักษณะของภาพทิวทัศน์ และภาพธรรมชาติในสมัยนั้น ลักษณะเด่นของภาพคือ การยืนยันในอุดมคติและมโนทรรศน์ทางปรัชญาและศาสนาของจีนเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้เกี่ยวเนื่องกับแนวความคิดทางจักรวาลวิทยา ภววิทยา ญาณวิทยา อภิปรัชญาและจริยธรรม ปัญหาที่ตามมาคือ อุดมคติและมโนทรรศน์เหล่านี้คืออะไรบ้าง และปราฏเป็นนัยยะในภาพอย่างไร จากการวิเคราะห์พบว่า จิตกรรมประเภทนี้สื่ออุดมคติและมโนทรรศน์ทางปรัชญาและศาสนาเป็น 2 แนวทางด้วยกันคือ 1. สื่อด้วยระบบสัญลักษณ์ 2. สื่อด้วยการแสดงออก ในแง่ของระบบสัญลักษณ์นั้นเกี่ยวข้องกับความคิดทางจักรวาลวิทยาและอุดมคติในชีวิตโดยทั่วไปของชาวจีน การเข้าใจความหมายเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการมองภาพและการเข้าใจระบบสัญลักษณ์ของจีน ส่วนแง่การแสดงออกนั้นถือว่าทฤษฎีทางสุนทรียศาสตร์ของจิตรกรรมจีนประเภทนี้เรียกว่า ทฤษฎีการแสดงออก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่าจิตรกรรมจีนประเภทนี้อยู่ในฐานะที่เป็นวิถีแห่งการแสวงหาสัจจะ รวมทั้งการเข้าถึงและการแสดงออกถึงสภาวะจิตขณะเข้าถึงสัจจะของผู้วาดด้วยญาณหยั่งรู้ทางอัชณัตติญาณ เนื้อหาสำคัญของงานวิจัยนี้คือ การวิเคราะห์และทำความเข้าใจในทฤษฎีดังกล่าว ทั้งในแง่ของวิธีการและเนื้อหาที่แสดงออก พร้อมทั้งยืนยันความมีอยู่จริงของทฤษฎีนี้ โดยรวบรวมคำกล่าวยืนยันของจิตรกรและนักวิจารณ์งานจิตรกรรมในสมัยนั้นมาประกอบกับข้อความสนับสนุนของนักวิจารณ์ศิลปะโดยทั่วไปทั้งในอดีตและในปัจจุบัน ผลที่ได้จากการวิเคราะห์คือวิธีการและเนื้อหาของทฤษฎีการแสดงออกของจิตกรรมประเภทนี้ชี้ให้เห็นว่า ความสำคัญทางภาพมิได้อยู่ที่ตัวภาพ ตรงกันข้ามกลับอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างจิตรกรและภาพเขียน หรือประการณ์ทางศิลปะอันเป็นสิ่งเดียวกันกับประสบการณ์ทางศาสนา นอกจากนี้ การศึกษาความหมายของภาพแทนที่จะศึกษาจากคุณสมบัติของภาพแต่เพียงอย่างเดียว กลับต้องศึกษาเกี่ยวกับแรงจูงใจหรือแรงบันดาลใจ และสภาวะจิตของผู้วาดในการสร้างสรรค์ผลงานด้วย ข้อเท็จจริงดังกล่าวมานี้ ได้สร้างเงื่อนไขและข้อจำกัดในการเข้าใจในการเข้าใจความหมายอขงจิตรกรรมประเภทนี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับธรรมชาติของความรู้ทางอัชฌัตติกญาณหรือความรู้ในรู้ความจริงซึ่งเป็นอัตวิสัยและเป็นปัจเจกภาพ ที่สำคัญคือ ธรรมชาติของการสื่อความหมายด้วยภาพเขียนนั้น ไม่อาจอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับความหมายของอุดมคติ มโนทรรศน์และประสบการณ์ทางปรัชญาและศาสนาได้อย่างต่อเนื่องเป็นระบบเหมือนกับการอธิบายด้วยภาษา อย่างไรก็ตาม ข้อดีของการสื่อความหมายโดยภาพเขียนก็มีเช่นกัน กล่าวคือ ภาพทิวทัศน์และภาพธรรมชาติในสมัยราชวงศ์ซ่งสามารถแสดงออกถึงความรู้สึก อารมณ์ในการเข้าถึงญาณหยั่งรู้ทางอัชฌัตติกญาณได้ดีกว่าการอธิบายด้วยภาษา

บรรณานุกรม :
สุวรรณี ดาวสดใส . (2530). การวิเคราะห์จิตรกรรมจีนสมัยราชวงศ์ซ่งเชิงปรัชญา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวรรณี ดาวสดใส . 2530. "การวิเคราะห์จิตรกรรมจีนสมัยราชวงศ์ซ่งเชิงปรัชญา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวรรณี ดาวสดใส . "การวิเคราะห์จิตรกรรมจีนสมัยราชวงศ์ซ่งเชิงปรัชญา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print.
สุวรรณี ดาวสดใส . การวิเคราะห์จิตรกรรมจีนสมัยราชวงศ์ซ่งเชิงปรัชญา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.