| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเพื่อกำหนดบทบาทและหน้าที่ของชุมชนเมืองในเขตปริมณฑล ของกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | วิชัย เกตตะพันธุ์ |
| คำค้น | : | การเกิดเป็นเมือง -- ไทย -- กรุงเทพฯ , การเกิดเป็นเมือง -- ไทย (ภาคกลาง) , การใช้ที่ดิน -- ไทย -- กรุงเทพฯ , การใช้ที่ดิน -- ไทย (ภาคกลาง) , Urbanization -- Thailand -- Bangkok , Land use -- Thailand -- Bangkok |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | เกียรติ จิวะกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2530 |
| อ้างอิง | : | 9745680380 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/47561 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530 ปัญหาความแตกต่างของการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่าง "กรุงเทพมหานคร" กับเมือง อื่นๆ ของประเทศ ได้ทำให้เกิดความไม่สมดุลของระบบเมืองขึ้นทั้งขนาดและระดับความเจริญ และการกระจายตัวประชากร ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดปัญหานับประการแก่กรุงเทพมหานครเองแล้ว ยังก่อให้เกิดความล้าหลังแก่เมืองอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวประการหนึ่ง ได้แก่การพยายามที่จะชลอความเจริญของกรุงเทพมหานครลง พร้อมทั้งกระจายกิจกรรมหลักด้านที่อยู่อาศัยพาณิชยกรรมและด้านอุตสาหกรรมออกไปสู่พื้นที่รอบๆ 2 บริเวณคือ บริเวณแรกในพื้นที่เขตปริมณฑล และบริเวณที่ 2 ในเมืองศูนย์กลางความเจริญในภูมิภาค โดยเน้นพื้นที่ที่มีศักยภาพพัฒนาสูง คือพื้นที่บริเวณชุมชนเมืองก่อน การวิจัยครั้งนี้ ได้กำหนดพื้นที่เขตปริมณฑลเป็นพื้นที่ศึกษา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีที่ตั้งสัมพันธ์ (Relalive Location) รอบๆ กรุงเทพมหานคร สำหรับวัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ เพื่อเสนอแนะบทบาทและหน้าที่ของชุมชนเมืองที่มีศักยภาพพัฒนาในระดับสูง ว่าจะรองรับกิจกรรมและมีบทบาทร่วมกับกรุงเทพมหานครได้อย่างไร โดยได้แบ่งการวิจัยเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นการศึกษามหภาคพื้นที่พัฒนา (Macro Framework) ซึ่งเป็นการศึกษาสภาพ และแนวโน้มด้านประชากร โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจและบริการด้านสังคม โดยเน้นศึกษาการเคลื่อนย้าย (Flow) และความเชื่อมโยง (Linkage) ของกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวแล้ว ได้เสนอแนะภาพรวมศักยภาพพื้นที่พัฒนา เป็นรูปแบบฉนวนพัฒนาและเมืองบริวาร (Self-contained and Corridor Development) โดยกำหนดให้มีฉนวนพัฒนาหลัก 4 แนว ได้แก่ แนวฉนวนพัฒนาด้านเหนือ ตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ และแนวฉนวนพัฒนาด้านตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะเดียวกัน การศึกษาในส่วนที่ 2 ได้ศึกษาวิวัฒนาการและปัญหาของเมือง แล้วได้จัดลำดับความสำคัญของชุมชนเมืองทั้ง 47 แห่ง พบว่าเมืองที่มีการพัฒนาในระดับสูงมี 12 แห่ง ได้แก่เทศบาลเมืองนครปฐม เทศบาลเมืองสมุทรปราการ สุขาภิบาลพระประแดง เทศบาลเมืองนนทบุรี สุขาภิบาลปากเกร็ด สุขาภิบาลสำโรงเหนือ เทศบาลเมืองสมุทรสาคร สุขาภิบาลคลองหลวง เทศบาลเมืองพระประแดง สุขาภิบาลประชาธิปัตย์ และสุขาภิบาลบางปู และเมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างที่ตั้งและค่าระดับพัฒนาชุมชน พบว่า ชุมชนในแนวพื้นที่สำโรงเหนือ-พระประแดง-สมุทรปราการ-บางปู และชุมชนในแนวพื้นที่นนทบุรี-ปากเกร็ด-ปทุมธานี-คลองหลวง เป็นแนวการกระจายตัวที่มีลักษณะเด่น และชุมชนส่วนใหญ่จะมีอาณาเขตที่ต่อเนื่องกับกรุงเทพมหานคร นอกจากนั้นการศึกษายังพบว่ามีพื้นที่ที่เด่นมาก ได้แก่ชุมชนนครปฐมและสมุทรสาคร แม้ที่ตั้งจะห่างไกลออกไปแต่ค่าระดับการพัฒนาก็อยู่ในระดับสูง หลังจากได้ประสมประสานการศึกษาทั้งส่วนมหภาคและระดับชุมชนเข้าด้วยกัน แล้วได้เสนอแนะบทบาทและหน้าที่ของชุมชนเมืองให้สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่พัฒนา โครงการหลักที่เกี่ยวข้อง ด้านที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ และนิคมอุตสาหกรรมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แล้วได้เสนอแนะบทบาทและหน้าที่ของเมืองและกลุ่มเมืองในพื้นที่ที่เขตปริมณฑล ดังนี้ : นครปฐม กำหนดให้เป็นชุมชนสมบูรณ์แบบในตัวเอง มีบทบาทในฐานะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง การปกครองและการศึกษา ซึ่งนอกจากจะให้บริการภายในชุมชนแล้ว ยังมีอิทธิพลต่อเนื่องไปรอบชุมชนอีกด้วย : สมุทรปราการ กำหนดให้เป็นศูนย์การบริหารราชการและที่อยู่อาศัย : พระประแดง เป็นชุมชนอุตสาหกรรมที่ต้องจำกัดการขยายตัวของพื้นที่ : พระประแดง เป็นชุมชนอุตสาหกรรมที่ต้องจำกัดการขยายตัวของพื้นที่ : นนทบุรี-ปากเกร็ด กำหนดเป็นแหล่งที่พักอาศัย : สำโรงเหนือ มีบทบาทเป็นชุมชนพาณิชย์กรรม : สมุทรสาคร กำหนดให้เป็นชมชนสมบูรณ์แบบในตัวเองเช่นเดียวกับชุมชนนครปฐม มีบทบาทเป็นชุมชนอุตสาหกรรม เน้นการแปรรูปจากผลิตภัณฑ์จากทะเล : คลองหลวง-ประชาธิปัตย์ กำหนดบทบาทหน้าที่ให้สอดคล้องและเสริมกัน โดยให้ชุมชนคลองหลวงเป็นชุมชนอุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตส่งออก ในขณะที่ชุมชนประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่เป็นชุมชนพาณิชย์และบริการ : ปทุมธานี กำหนดให้เป็นศูนย์กลางปกครองของจังหวัด และแหล่งที่พักอาศัย : พระประแดง (เทศบาลเมือง) มีบทบาทหน้าที่ด้านพาณิชย์กรรมและที่อยู่อาศัย : กลุ่มพื้นที่สามพราน-อ้อมใหญ่ ได้เสนอแนะให้กำหนดพื้นที่บริเวณนี้เป็นชุมชนอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตด้านกสิกรรม : กลุ่มพื้นที่อ้อมน้อย-กระทุ่มแบน ได้เสนอแนะให้กำหนดพื้นที่บริเวณนี้เป็นชุมชนอุตสาหกรรมเช่นกัน แต่ให้เน้นการผลิตที่ไม่ใช่ด้านเกษตรกรรม การวิจัยครั้งนี้ มีลักษณะการเสนอบทบาทและหน้าที่ของชุมชนเมืองที่ควรจะเป็นภายใต้วิธีการการวิเคราะห์ด้านพื้นที่ (Area Appoach) กรอบนโยบายพัฒนาหลัก ผนวกกับการวิเคราะห์ข้อมูล สภาพการณ์ ความสัมพันธ์ของกิจกรรมบนพื้นที่ การกำหนดบทบาทและหน้าที่ของชุมชนเมืองดังที่ได้กล่าวแล้ว อาจใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกที่ตั้งของกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดินต่อไป สำหรับลักษณะเด่นของวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ จะอยู่ที่การนำไมโครคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ทุกขั้นตอน |
| บรรณานุกรม | : |
วิชัย เกตตะพันธุ์ . (2530). การศึกษาเพื่อกำหนดบทบาทและหน้าที่ของชุมชนเมืองในเขตปริมณฑล ของกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิชัย เกตตะพันธุ์ . 2530. "การศึกษาเพื่อกำหนดบทบาทและหน้าที่ของชุมชนเมืองในเขตปริมณฑล ของกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิชัย เกตตะพันธุ์ . "การศึกษาเพื่อกำหนดบทบาทและหน้าที่ของชุมชนเมืองในเขตปริมณฑล ของกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print. วิชัย เกตตะพันธุ์ . การศึกษาเพื่อกำหนดบทบาทและหน้าที่ของชุมชนเมืองในเขตปริมณฑล ของกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.
|
