ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทของสารสกัดโปรตีนจากรังไหมเซอร์ซิรินและไฟโบรอินต่อกระบวนการฟื้นตัวของบาดแผลเมื่อศึกษาด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงผิวหนังหมู

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทของสารสกัดโปรตีนจากรังไหมเซอร์ซิรินและไฟโบรอินต่อกระบวนการฟื้นตัวของบาดแผลเมื่อศึกษาด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงผิวหนังหมู
นักวิจัย : ณัถวุฒิ แซ่ลิ้ม
คำค้น : บาดแผล , ผิวหนังหมู , ไฟโบรอิน , รังไหมเซอร์ซิริน , วิธีการเพาะเลี้ยง , pig skin culture. , sericin , , บทบาท , การเพาะเลี้ยงผิวหนังหมู , กระบวนการฟื้นตัว , wound recovery , , fibril silk protein extracts , , สารสกัดโปรตีน
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

บทบาทของสารสกัดโปรตีนจากรังไหมเซอร์ซิรินและไฟโบรอินต่อกระบวนการฟื้นตัวของบาดแผลเมื่อศึกษาด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงผิวหนังหมู

บรรณานุกรม :
ณัถวุฒิ แซ่ลิ้ม . (2552). บทบาทของสารสกัดโปรตีนจากรังไหมเซอร์ซิรินและไฟโบรอินต่อกระบวนการฟื้นตัวของบาดแผลเมื่อศึกษาด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงผิวหนังหมู.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ณัถวุฒิ แซ่ลิ้ม . 2552. "บทบาทของสารสกัดโปรตีนจากรังไหมเซอร์ซิรินและไฟโบรอินต่อกระบวนการฟื้นตัวของบาดแผลเมื่อศึกษาด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงผิวหนังหมู".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ณัถวุฒิ แซ่ลิ้ม . "บทบาทของสารสกัดโปรตีนจากรังไหมเซอร์ซิรินและไฟโบรอินต่อกระบวนการฟื้นตัวของบาดแผลเมื่อศึกษาด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงผิวหนังหมู."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2552. Print.
ณัถวุฒิ แซ่ลิ้ม . บทบาทของสารสกัดโปรตีนจากรังไหมเซอร์ซิรินและไฟโบรอินต่อกระบวนการฟื้นตัวของบาดแผลเมื่อศึกษาด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงผิวหนังหมู. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2552.