| ชื่อเรื่อง | : | การเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ ของผู้อยู่อาศัย ในบ้านสั่งสร้าง กรณีศึกษา บริษัท เอสซีจี-เซกิซุย เซลส์ จำกัด |
| นักวิจัย | : | วิชดา วราห์บัณฑูรวิทย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ , ยุวดี ศิริ |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43787 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556 เอสซีจี-เซกิซุยเซลส์ จำกัด (SCG HEIM) เป็นบริษัทที่มีการใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างแบบระบบโมดูล่าร์ ผสมผสานเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น โครงสร้างของบ้านทั้งหมดผลิตจากโรงงานถึง 80%ได้แก่ งานผนังภายนอก ภายใน ระบบไฟฟ้า และระบบสุขาภิบาล เป็นต้น สามารถควบคุมเวลาในการทำงานได้ ทำให้ได้บ้านที่มีมาตรฐาน และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างน้อยกว่าระบบการก่อสร้างทั่วไป เป็นเหตุให้ต้องสรุปแบบบ้านทั้งหมด ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตตัวบ้าน เพื่อนำบ้านประกอบติดตั้งบนที่ดินของผู้ซื้อ แต่จากการดำเนินงานของบริษัทที่ผ่านมาพบว่ายังไม่สามารถควบคุมระยะเวลาของการปรึกษาแบบก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตตัวบ้านได้ จากระยะเวลามาตรฐาน คือ 4 เดือน แต่พบว่า ปฏิบัติจริงใช้เวลา 7 เดือน โดยสาเหตุของความล่าช้าเกิดจากผู้ซื้อ มีการเปลี่ยนแปลงการใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านจากแบบมาตรฐาน ผู้วิจัยจึงทำได้การศึกษาเพื่อให้ทราบถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่และสาเหตุของผู้อยู่อาศัยโดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมและบุคลิกของกลุ่มตัวอย่าง 20 หลัง โดยใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการวิจัย ผลของการศึกษา คือพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขนาดพื้นที่ คือ ห้องเตรียมอาหาร,ห้องนอนใหญ่,ห้องนอน2,ห้องรับประทานอาหาร, ห้องนอนล่าง และ ห้องพระ การเปลี่ยนแปลงลดขนาดพื้นที่ คือ ห้องรับแขก และ ห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ การเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอย มักเปลี่ยนจากคนรับใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ การเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน โดยการปิดVoidเป็นห้องพระ และการเปลี่ยนตำแหน่งห้องคนรับใช้และห้องครัว ออกจากตัวบ้าน การศึกษาพฤติกรรมสรุปได้ว่า อาชีพเจ้าของกิจการ คือ บุคลิกทำงานนอกบ้าน ส่วนมากมีห้องทำงาน,ห้องอเนกประสงค์ อาชีพพนักงานระดับสูง มักทำงานนอกบ้าน ต้องการเข้าสังคมส่วนมากมีห้องนั่งเล่นในครอบครัว,ห้องเตรียมอาหาร และอาชีพนักเขียน ทนาย ส่วนมากมีห้องทำงาน เพิ่มส่วนห้องสมุดนอกจากนี้ สามารถแบ่งพื้นที่ภายในตัวบ้านออกเป็นส่วนพื้นที่เพิ่มเติม มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอันดับแรก เพื่อตอบสนองพฤติกรรรมการใช้งานของผู้ซื้อส่วนพื้นที่จำเป็นเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับต่อมา ซึ่งเกิดจากประสบการณ์ที่เคยอยู่จากบ้านหลังก่อน และส่วนพื้นที่บริการเป็นส่วนสุดท้ายในการให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เจ้าของบ้านไม่ได้ใช้งานเป็นหลักข้อค้นพบจากงานวิจัย พื้นที่ต้องการมีในแบบมาตรฐาน ในส่วนของการเพิ่มขนาด ได้แก่ ห้องรับประทานอาหาร,ห้องเตรียมอาหาร,ห้องนอนล่าง,ห้องนอนใหญ่,ห้องนอน2 และห้องพระ ส่วนลดขนาด ได้แก่ ห้องรับแขก ห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ พื้นที่ไม่ต้องการมีในแบบมาตรฐาน คือ ห้องครัวและห้องคนรับใช้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนเนื่องจากความต้องการขั้นพื้นฐานทั่วไป แต่เป็นความต้องการขั้นสูงขึ้นโดยสาเหตุของแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงแบบ เกิดจากพฤติกรรม(1)ความต้องการพื้นที่ส่วนตัว (2)การให้ความสำคัญกับครอบครัว (3) สนองความต้องการเฉพาะตัว ซึ่งมีผลต่อการเตรียมแบบมาตรฐานให้ใกล้เคียงความต้องการของผู้ซื้อมากที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
วิชดา วราห์บัณฑูรวิทย์ . (2556). การเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ ของผู้อยู่อาศัย ในบ้านสั่งสร้าง กรณีศึกษา บริษัท เอสซีจี-เซกิซุย เซลส์ จำกัด.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิชดา วราห์บัณฑูรวิทย์ . 2556. "การเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ ของผู้อยู่อาศัย ในบ้านสั่งสร้าง กรณีศึกษา บริษัท เอสซีจี-เซกิซุย เซลส์ จำกัด".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิชดา วราห์บัณฑูรวิทย์ . "การเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ ของผู้อยู่อาศัย ในบ้านสั่งสร้าง กรณีศึกษา บริษัท เอสซีจี-เซกิซุย เซลส์ จำกัด."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print. วิชดา วราห์บัณฑูรวิทย์ . การเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ ของผู้อยู่อาศัย ในบ้านสั่งสร้าง กรณีศึกษา บริษัท เอสซีจี-เซกิซุย เซลส์ จำกัด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.
|
