ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างแรงงานก่อสร้าง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างแรงงานก่อสร้าง
นักวิจัย : โตมร หลินหะตระกูล
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นพดล จอกแก้ว , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43210
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างของแรงงานก่อสร้าง โดยวิธีการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 1) ศึกษาปัจจัยเบื้องต้นที่ส่งผลต่อการกำหนดค่าจ้างของแรงงานจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 12 ราย โดยสามารถแยกปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างแรงงานก่อสร้างออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่ ปัจจัยเชิงปริมาณประกอบด้วย อายุ ประสบการณ์ในการทำงานก่อสร้าง ประสบการณ์ในบริษัทปัจจุบัน คะแนนคุณภาพงาน และผลิตภาพ และปัจจัยเชิงคุณภาพประกอบด้วย เพศ รูปแบบบริษัท ความต้องการแรงงาน และสภาพแวดล้อมการทำงาน 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างโดยใช้ข้อมูลอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 631 ตัวอย่างใน 5 ประเภทแรงงานโดยใช้สมการถดถอยพหุคูณ ซึ่งแยกวิเคราะห์ตามปัจจัยเชิงคุณภาพได้แก่ รูปแบบบริษัท ความต้องการแรงงาน และสภาพแวดล้อมการทำงาน 3) จัดระดับอัตราค่าจ้างแรงงานก่อสร้างตามปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างในแต่ละประเภทแรงงาน และ 4) ตรวจสอบความถูกต้องของสมการความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้าง ผลการวิจัยพบว่าเมื่อแยกวิเคราะห์อัตราค่าจ้างตามกลุ่มปัจจัยเชิงคุณภาพโดยใช้สมการถดถอยพหุคูณพบว่าปัจจัยความต้องการแรงงานไม่มีผลต่ออัตราค่าจ้าง ส่วนปัจจัยรูปแบบบริษัท และปัจจัยสภาพแวดล้อมการทำงานมีผลต่ออัตราค่าจ้าง และเมื่อทำการวิเคราะห์อัตราค่าจ้างภายใต้ปัจจัยเชิงคุณภาพพบว่าปัจจัยที่มีผลต่ออัตราค่าจ้างได้แก่ เพศ คะแนนคุณภาพงาน และประสบการณ์ในการทำงานก่อสร้าง และเมื่อจัดระดับอัตราค่าจ้างตามปัจจัยรูปแบบบริษัท และปัจจัยสภาพแวดล้อมการทำงาน พบว่าอัตราค่าจ้างแรงงานภายใต้ปัจจัยดังกล่าวไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญที่ 0.05 แต่เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยของอัตราค่าจ้างที่สูงที่สุดของช่างทุกประเภทพบว่าอัตราค่าจ้างต่อวันในระดับที่ 1 มีค่าจ้างเฉลี่ยคือ 354 บาท ระดับที่ 2 มีค่าจ้างเฉลี่ยคือ 404 บาท และระดับที่ 3 มีค่าจ้างเฉลี่ยคือ 453 บาท โดยสมการถดถอยพหุคูณสามารถนำไปใช้ในการประมาณค่าจ้างแรงงานตามปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้าง และระดับอัตราค่าจ้างแรงงานที่ถูกแบ่งตามปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างสามารถนำไปใช้ในการบริหารค่าจ้างแรงงานได้ และจากการตรวจสอบความถูกต้องพบว่าสมการความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างมีความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยประมาณร้อยละ 4

บรรณานุกรม :
โตมร หลินหะตระกูล . (2556). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างแรงงานก่อสร้าง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โตมร หลินหะตระกูล . 2556. "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างแรงงานก่อสร้าง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โตมร หลินหะตระกูล . "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างแรงงานก่อสร้าง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
โตมร หลินหะตระกูล . การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราค่าจ้างและปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราค่าจ้างแรงงานก่อสร้าง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.