ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม : กรณีศึกษา โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม : กรณีศึกษา โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : อานนท์ กระออมแก้ว
คำค้น : โรงแรม -- การปรับรูปแบบ -- ไทย -- กรุงเทพฯ , นักท่องเที่ยวมุสลิม , Hotels -- Remodeling -- Thailand -- Bangkok , Muslim travelers
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ยุวดี ศิริ , สุปรีชา หิรัญโร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42180
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (คพ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

จากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาในปี 2554 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมีมากถึง 19,230,470 คน และในกรุงเทพฯมีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศมุสลิมเดินทางมาพักในกรุงเทพฯร้อยละ 7.6 หรือจำนวน 1,479,098 คน แต่โรงแรมในกรุงเทพฯที่ได้รับรองมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทยมีเพียง 5 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 1.8 ของที่พักทั้งหมด จากสถิติดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในการรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาแนวทางการปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมดังกล่าว จากการศึกษาพบว่าโรงแรมโดยทั่วไปมีการปรับปรุงเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมโดยมีการปรับปรุง 6 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจ 2. ด้านการบริการอาหารฮาลาล 3.ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ 4.ด้านการบริการในช่วงเดือนรอมฏอน 5.ด้านกิจกรรมที่ไม่อนุญาตตามหลักศาสนาอิสลามในโรงแรม 6.ด้านสันทนาการและบริการต่างๆในโรงแรม ซึ่งใน 6 ด้านสามารถแบ่งการปรับปรุงออกเป็นแบบชั่วคราวและแบบถาวรได้ดังนี้ 1. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจ แบบถาวรคือมีการสร้างห้องละหมาดและพื้นที่อาบน้ำละหมาดแยกชายหญิงโดยการสร้างห้องละหมาดต้องคำนึงถึงทิศละหมาดที่จะต้องหันหน้าไปยังนครมักกะฮ์ประเทศซาอุดิอาระเบียซึ่งในประเทศไทยคือทิศตะวันตกและมีการจัดเตรียมพรมละหมาดเพื่อใช้ในการละหมาด และมีพื้นที่อาบน้ำละหมาดซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยมีการติดตั้งก็อกน้ำและมีแท่นสำหรับนั่งอาบน้ำละหมาด แบบชั่วคราวคือมีการปรับใช้ห้องประชุมเป็นห้องละหมาดทดแทนโดยนำโต๊ะและเก้าอี้ออกแล้วนำสัญลักษณ์บ่งชี้ทิศละหมาดมาติดตั้งและนำพรมละหมาดมาวางตามแนวทิศละหมาด 2. ด้านการบริการอาหารฮาลาล แบบถาวรคือการแยกครัวและร้านอาหารฮาลาลออกจากครัวและร้านอาหารทั่วไปซึ่งมีการใช้พื้นที่เพิ่มเป็น 2 เท่า แบบชั่วคราวคือการออกแบบให้ภายในร้านอาหารมีครัวโชว์(Open Kitchen)ซึ่งสามารถปรับเป็นครัวฮาลาลได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมจึงทำให้สามารถแยกการปรุงอาหารฮาลาลออกจากครัวหลัก(Main Kitchen)ได้ 3. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำ มีการติดตั้งสายฉีดชำระทั้งในโถปัสสาวะชายและโถสุขภัณฑ์เพื่อชำระล้างสิ่งปฏิกูลที่เป็นที่รังเกียจตามหลักศาสนาอิสลาม เช่น ปัสสาวะ อุจจาระเป็นต้น ข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมดังนี้ 1. ด้านการปฏิบัติศาสนกิจควรมีห้องละหมาดแยกชายหญิงและมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำละหมาดด้วยเนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็นในการละหมาด 2.ด้านการบริการอาหารฮาลาลควรแยกครัวและร้านอาหารฮาลาลออกจากครัวและร้านอาหารทั่วไปและควรดำเนินการขอใบรับรองมาตรฐานฮาลาลเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมุสลิม 3. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องน้ำควรมีการติดตั้งสายฉีดชำระอย่างน้อย 1 ห้องสำหรับห้องน้ำทั่วไปและมีป้ายบอก นอกจากนี้ผู้วิจัยพบว่าในโรงแรมที่มีการบริการอาหารฮาลาลและจัดเตรียมสถานที่ละหมาดไว้ในโรงแรมจะมีมุสลิมเข้ามาใช้บริการจัดเลี้ยงในช่วงเดือนรอมฎอนเป็นจำนวนมากซึ่งจะทำให้เพิ่มรายได้ให้โรงแรมได้อีกทางหนึ่ง

บรรณานุกรม :
อานนท์ กระออมแก้ว . (2555). แนวทางการปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม : กรณีศึกษา โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อานนท์ กระออมแก้ว . 2555. "แนวทางการปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม : กรณีศึกษา โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อานนท์ กระออมแก้ว . "แนวทางการปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม : กรณีศึกษา โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
อานนท์ กระออมแก้ว . แนวทางการปรับปรุงโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม : กรณีศึกษา โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.