| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาประสิทธิภาพของยาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% เปรียบเทียบกับยาหลอกในผู้ป่วยดิสคอยด์ ลูปัส อิริทรีมาโทซัส เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของผื่นโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม |
| นักวิจัย | : | ปิยะวดี สิงห์วาหะนนท์ |
| คำค้น | : | ผิวหนัง -- โรค , ยา -- ผลข้างเคียง , โรคลูปัส อิริทรีมาโทซัส -- การรักษา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิวัฒน์ ก่อกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14528 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551 ความสำคัญและที่มาของการวิจัย : ดิสคอยด์ ลูปัส อิริทรีมาโทซัสเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังชนิดหนึ่ง ซึ่งมีการอักเสบและมีแนวโน้มที่จะเกิดแผลเป็น การรักษาส่วนใหญ่ใช้เป็นยาทาสเตียรอยด์ แต่มีข้อจำกัดในการใช้เรื่องจากผลข้างเคียงและประสิทธิภาพของยาในผู้ป่วยบางราย ยาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% เป็นยาในกลุ่มแมคโครไลน์ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบและกดภูมิคุ้มกัน มีรายงานว่าสามารถใช้รักษาผื่นดิสคอยด์ ลูปั อิริทรีมาโทซัสได้ผล โดยมีผลข้างเคียงน้อย วัตถุประสงค์ในการวิจัย : เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาขี้ผึ้งทางโครลิมัส 0.1% โดยดูการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกเปรียบเทียบกับยาหลอกในผู้ป่วยดิสคอยด์ ลูปัส อิริทรีมาโทซัส วิธีการทำวิจัย : ผู้ป่วยดิสคอยด์ ลูปัส อิริทรีมาโทซัล 21 คน จาก 22 เข้าร่วมโครงการวิจัยครบ 8 สัปดาห์ โดยทายาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% และยาหลอกวันละ 2 ครั้งบนผื่น 2 บริเวณที่ถูกเลือกมาอย่างสุ่ม นัดติดตามผลและถ่ายรูปผื่นทุก 2 สัปดาห์ แพทย์ผิวหนัง 3 ท่านซึ่งไม่ทราบว่าผื่นใดทายาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% และผื่นใดทายาหลอก ทำการประเมินการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกในแง่ของตัวโรคที่กำลังดำเนินอยู่ และความเสียหายจากรอยโรคที่ยังคงอยู่หลังจากโรคหายแล้วโดยใช้เครื่องมือวัด Cutaneous Lupus Erythematosus Disease Activity and Severity Index ผลการวิจัย : พบว่ายาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% สามารถลดคะแนนตัวโรคที่กำลังดำเนินอยู่จากก่อนรักษาได้ดีกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ ในระยะเวลา 8 สัปดาห์ของการรักษา (p < 0.05) สำหรับคะแนนความเสียหายจากรอยโรคที่ยังคงอยู่หลักจากโรคหายแล้ว ไม่พบความแตกต่างระหว่าง 2 กลุ่ม ผู้ป่วยทนต่อการรักษาได้ดี พบเพียงอาการคันและแสบร้อนซึ่งเป็นชั่วคราวในกลุ่มที่ได้รับยาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% สรุปผลการวิจัย: ยาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% เป็นทางเลือกหนึ่งที่มีประสิทธิภาพและค่อนข้างปลอดภัยสำหรับรักษาโรคที่กำลังดำเนินอยู่ในผู้ป่วยดิสคอยด์ ลุปัส อิริทรีมาโทซัส |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยะวดี สิงห์วาหะนนท์ . (2551). การศึกษาประสิทธิภาพของยาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% เปรียบเทียบกับยาหลอกในผู้ป่วยดิสคอยด์ ลูปัส อิริทรีมาโทซัส เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของผื่นโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยะวดี สิงห์วาหะนนท์ . 2551. "การศึกษาประสิทธิภาพของยาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% เปรียบเทียบกับยาหลอกในผู้ป่วยดิสคอยด์ ลูปัส อิริทรีมาโทซัส เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของผื่นโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปิยะวดี สิงห์วาหะนนท์ . "การศึกษาประสิทธิภาพของยาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% เปรียบเทียบกับยาหลอกในผู้ป่วยดิสคอยด์ ลูปัส อิริทรีมาโทซัส เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของผื่นโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print. ปิยะวดี สิงห์วาหะนนท์ . การศึกษาประสิทธิภาพของยาขี้ผึ้งทาโครลิมัส 0.1% เปรียบเทียบกับยาหลอกในผู้ป่วยดิสคอยด์ ลูปัส อิริทรีมาโทซัส เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของผื่นโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
|
