| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาระดับเอ็มอาร์เอนเอของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟาในรอยโรคที่ใช้ยา 5% อิมิควิมอดครีมเทียบกับยาหลอกในการรักษาหูดผิวหนังโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม |
| นักวิจัย | : | รัชต์ธร หมอนจันทร์ |
| คำค้น | : | หูด -- การรักษาด้วยยา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วิวัฒน์ ก่อกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/8071 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 ความสำคัญและที่มาของการวิจัย: หูดเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อย เกิดจากการติดเชื้อฮิวแมน แพพิลโลมาไวรัส การรักษาหูดมีหลายวิธี ปัจจุบันยังไม่มีวิธีมาตรฐาน ยา 5% อิมิควิมอดครีมเป็นยาตัวใหม่ในกลุ่มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ต่อต้านไวรัสผ่านทางซัยโตไคน์ โดยเฉพาะอินเตอร์ฟีรอน อัลฟา ยามีข้อบ่งใช้ในการรักษาหูดที่อวัยวะเพศ และมีหลายงานวิจัยแสดงถึงประสิทธิภาพที่ดีต่อหูดบริเวณผิวหนังด้วย จนถึงปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกการออกฤทธิ์ของยาระดับโมเลกุลในแน่ชัด วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระดับการแสดงออกของเอ็มอาร์เอ็นเอ ของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟา (IFN)[alpha] ในรอยโรคที่ใช้ยา 5% อิมิควิมอดครีม เทียมกับยาหลอกในการรักษาหูดผิวหนัง โดยใช้ร่วมกับ 20% ซาลิไซลิก แอซิค และแผ่นปิด วิธีการศึกษา: ทำการศึกษาในผู้ป่วยจำนวน 19 คน ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหูดผิวหนังชนิดธรรดา มีลักษณะ และขนาดใกล้เคียงกันมาทำการทดลองเปรียบเทียบกัน ด้านหนึ่งทายา 5% อิมิควิมอดครีม อีกด้านหนึ่งทายาหลอก ตามด้วยแผ่นปิดทั้ง 2 บริเวณ ทายา 5 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ทำการตัดชิ้นเนื้อที่หูดทั้ง 2 ตำแหน่งก่อน และ 4 สัปดาห์หลังจากทายา นำไปวิเคราะห์หาปริมาณ เอ็มอาร์เอ็นเอ สัมพัทธ์ของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟา ด้วยวิธีปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอร์เรสแบบบอกปริมาณ (Real-time-PCR) ผลการศึกษา: การเปลี่ยนแปลงของอัตราส่วน (ratio change from baseline) ของระดับเอ็มอาร์เอ็มเอ ของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟา (IFN[alpha]) ในรอยโรคหูดผิวหนังที่ได้รับยา 5% อิมิควิมอดครีม มีค่าสูงกว่าที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.0265) โดยพบว่าในรอยโรคกลุ่มที่มีระดับเอ็มอาร์เอ็นเอ ของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟาเพิ่มขึ้นหลังทายา 5% อิมิควิมอดครีม จะมีรอยโรคที่มีความแดงจำนวนมากกว่า กลุ่มที่ระดับเอ็มอาร์เอ็นเอของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟา ไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P=0.048) สรุปผลจากการศึกษาบ่งชี้ว่ายา 5%อิมิควิมอดครีมมีผลกระตุ้นการเพิ่มขึ้นของระดับระดับเอ็มอาร์เอ็นเอ ของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟา ในรอยโรคหูดซึ่งเชื่อว่าเป็นไซโตไคน์หลักในการทำงานต่อต้านไวรัสของยานี้ |
| บรรณานุกรม | : |
รัชต์ธร หมอนจันทร์ . (2549). การศึกษาระดับเอ็มอาร์เอนเอของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟาในรอยโรคที่ใช้ยา 5% อิมิควิมอดครีมเทียบกับยาหลอกในการรักษาหูดผิวหนังโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รัชต์ธร หมอนจันทร์ . 2549. "การศึกษาระดับเอ็มอาร์เอนเอของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟาในรอยโรคที่ใช้ยา 5% อิมิควิมอดครีมเทียบกับยาหลอกในการรักษาหูดผิวหนังโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รัชต์ธร หมอนจันทร์ . "การศึกษาระดับเอ็มอาร์เอนเอของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟาในรอยโรคที่ใช้ยา 5% อิมิควิมอดครีมเทียบกับยาหลอกในการรักษาหูดผิวหนังโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. รัชต์ธร หมอนจันทร์ . การศึกษาระดับเอ็มอาร์เอนเอของอินเตอร์ฟีรอน อัลฟาในรอยโรคที่ใช้ยา 5% อิมิควิมอดครีมเทียบกับยาหลอกในการรักษาหูดผิวหนังโดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่ม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
