| ชื่อเรื่อง | : | การลดค่าการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังไม่รับน้ำหนักชนิดเบา ของสำนักงานอาคารสูง |
| นักวิจัย | : | กอบกุล วิวิธมงคลไชย |
| คำค้น | : | ความร้อน -- การถ่ายเท , อาคารสูง -- การอนุรักษ์พลังงาน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สมสิทธิ์ นิตยะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | 9743346805 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/10296 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542 เสนอแนวทางปรับปรุงระบบผนังไม่รับน้ำหนักชนิดเบา ซึ่งนิยมใช้กับอาคารสูง เพื่อลดค่าการถ่ายเทความร้อน มีความเหมาะสมในเชิงเทคนิค และเชิงเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น สำหรับปรับปรุงอาคารเก่า และเป็นแนวทางออกแบบสำหรับอาคารใหม่ในอนาคต ขั้นตอนการศึกษาเริ่มต้นจากสำรวจ เก็บข้อมูลเพื่อหาว่าอาคารรูปทรงใดมีจำนวนมากที่สุด ซึ่งพบว่าผังพื้นรูปทรงสี่เหลี่ยมมีมากที่สุด จากนั้นใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำลองแบบอาคารที่มีความสูง 1 ชั้น พื้นที่ผังพื้น 1 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็นแนวทางปรับปรุง 4 แนวทาง ตามลักษณะทางกายภาพภายนอก (ผนังภายนอกเป็นกระจกทั้งหมด และผนังภายนอกเป็นผนังกระจกรวมกับผนังทึบ) และลักษณะการใช้งาน (อาคารที่มีการใช้งานอยู่แล้ว และอาคารใหม่) ทั้งนี้เป็นการศึกษาการลดค่าการถ่ายเทความร้อน โดยอ้างอิงตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 เป็นเกณฑ์ ขั้นตอนต่อไปศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพล ต่อปริมาณความร้อนผ่านผนังได้แก่ สัดส่วนอาคาร (กว้าง:ยาว) ค่าสัมประสิทธิ์ การบังแดดของกระจก อัตราส่วนพื้นที่ผนังกระจกต่อพื้นที่ผนังทั้งหมด ตลอดจนทิศทางการวางอาคาร ขั้นตอนสุดท้าย ทดสอบผลการศึกษากับอาคารกรณีศึกษา โดยปรับปรุงระบบผนัง และเปรียบเทียบค่าความร้อนที่ผ่านผนัง ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้านนอก และมูลค่าใช้จ่ายสะสมเวลา 10 ปี ก่อนและหลังปรับปรุง ผลการวิจัยกับอาคารกรณีศึกษา 3 อาคาร สรุปได้ว่า อาคารที่มีผนังภายนอกเป็นกระจกทั้งหมด ปรับปรุงโดยเพิ่มผนังกระจกเดิมเพิ่มผนังภายในเป็นกระจกใส 10 มิลลิเมตร และยิปซั่ม 9 มิลลิเมตร ไม่มีความเหมาะสม เนื่องจากปริมาณความร้อนที่ผ่านผนังลดลงเพียงประมาณ 39 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ส่วนการทางปรับปรุงโดยเพิ่มฉนวนใยแก้ว 50 มิลลิเมตรด้านหลังผนังกระจก มีความเหมาะสมเพราะลดปริมาณความร้อนที่เข้ามาได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และลดค่าการถ่ายเทความร้อนของผนังด้านนอก ให้ผ่านตามเกณฑ์ที่ข้อกฎหมายกำหนด ตลอดจนคุ้มค่ากับการลงทุน (คืนทุนภายใน 5 ปี) ซึ่งส่งผลให้การศึกษานี้มีแนวโน้มความเป็นไปได้ ในการนำไปประยุกต์ใช้งานจริง ส่วนอาคารที่มีผนังภายนอกเป็นกระจกบางส่วนและผนังทึบบางส่วน สรุปได้ว่า ปรับปรุงโดยใช้ใยแก้ว 50 มิลลิเมตรบุด้านหลังผนังทึบมีความเหมาะสมที่สุด สำหรับค่าอัตราส่วนพื้นที่ผนังกระจกต่อพื้นที่ผนังทั้งหมดระหว่าง 0% ถึง 70% ซึ่งลดปริมาณความร้อนผ่านผนังได้ประมาณ 77% ถึง 23% ส่วนค่าอัตราส่วนพื้นที่ผนังกระจกต่อพื้นที่ผนังทั้งหมดมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณความร้อนผ่านที่ผ่านผนังก่อนและหลังปรับปรุงมีค่าใกล้เคียงกัน |
| บรรณานุกรม | : |
กอบกุล วิวิธมงคลไชย . (2542). การลดค่าการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังไม่รับน้ำหนักชนิดเบา ของสำนักงานอาคารสูง.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กอบกุล วิวิธมงคลไชย . 2542. "การลดค่าการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังไม่รับน้ำหนักชนิดเบา ของสำนักงานอาคารสูง".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กอบกุล วิวิธมงคลไชย . "การลดค่าการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังไม่รับน้ำหนักชนิดเบา ของสำนักงานอาคารสูง."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print. กอบกุล วิวิธมงคลไชย . การลดค่าการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังไม่รับน้ำหนักชนิดเบา ของสำนักงานอาคารสูง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.
|
