| ชื่อเรื่อง | : | นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์ |
| นักวิจัย | : | ปานทิพย์ มหาไตรภพ |
| คำค้น | : | นามสกุล -- ไทย , ภาษาไทย -- อรรถศาสตร์ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | 9741721218 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6079 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษานามสกุลพระราชทานในรัชกาลที่ 6 ตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์ ซึ่งหมายถึงการศึกษาภาษาเพื่อเข้าถึงระบบความนึกคิดของผู้พูดภาษานั้นๆ ประเด็นที่มุ่งศึกษาในงานนี้ ได้แก่ 1) เกณฑ์ในการตั้งนามสกุล 2) รูปแบบและโครงสร้างของนามสกุล 3) ความหมายของนามสกุล และ 4) ค่านิยมและลักษณะของวัฒนธรรมไทยที่สะท้อนจากนามสกุลดังกล่าว ในการวิจัยผู้วิจัยสุ่มตัวอย่าง 3,000 นามสกุล จากนามสกุลทั้งหมด 6,000 กว่านามสกุลและอาศัยข้อมูลภูมิหลังความเป็นมาของนามสกุลจากอักขรานุกรมพระราชทานในรัชกาลที่ 6 สมมติฐานของงานวิจัยนี้คือ การตั้งนามสกุลพระราชทานมี 2 เกณฑ์ ได้แก่ เกณฑ์ภูมิหลังและเกณฑ์ทางภาษา ส่วนรูปแบบของนามสกุลมีหลากหลายและสามารถสรุปเป็นกฎได้ว่ามีส่วนประกอบ 3 ส่วน และส่วนแรกที่ต้องปรากฏเสมอคือชื่อบรรพบุรุษ ในด้านความหมาย คำที่นำมาตั้งเป็นนามสกุลมีความหมายเป็นสิริมงคลและสะท้อนให้เห็นค่านิยมและลักษณะของวัฒนธรรมไทยเกี่ยวกับการให้ความสำคัญแก่ฝ่ายชายและการที่คนไทยนิยมรับราชการ แต่ชาวจีนนิยมค้าขาย ผลการวิจัยพบว่า นามสกุลพระราชทานมีเกณฑ์การตั้งนามสกุล 2 เกณฑ์ คือการตั้งตามภูมิหลังของผู้ขอพระราชทาน และการตั้งโดยใช้กลวิธีทางภาษา การตั้งตามภูมิหลังของผู้ขอพระราชทาน พบว่าเป็นการตั้งตามชื่อและลักษณะทางสังคมของผู้ขอพระราชทานและบรรพบุรุษ ส่วนการตั้งตามเกณฑ์ภาษา พบว่าเป็นการตั้งโดยใช้ความหมายและเสียงของชื่อเดิมเป็นเกณฑ์ ในด้านโครงสร้างและรูปแบบของนามสกุล พบว่านามสกุลประกอบด้วยส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ [ส่วนหลัก+(ส่วนเสริมท้าย)] และ [ณ+ชื่อสถานที่] โดยอาจปรากฏส่วนเดียวหรือสองส่วนก็ได้ ดังนั้นจึงมี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. [ส่วนหลัก+(ส่วนเสริมท้าย)] 2. [ณ+ชื่อสถานที่] และ 3. [ส่วนหลัก+(ส่วนเสริมท้าย)] + [ณ+ชื่อสถานที่] และยังพบว่าส่วนแรกของนามสกุลมักจะเป็น “ชื่อบรรพบุรุษ” ส่วนความหมายของนามสกุลซึ่งพิจารณาจากหน่วยศัพท์นอกเหนือจากที่มาจากชื่อเดิมหรือภูมิหลังทางสังคมนั้นมีการนำความหมายที่ดีเป็นสิริมงคลมาตั้ง ได้แก่ ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง การสืบเชื้อสาย คุณสมบัติ และความมั่งคั่งร่ำรวย ความหมายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นค่านิยมและลักษณะของวัฒนธรรมไทย 3 ประการ คือ 1) คนไทยปรารถนาในความสุข ความเจริญ และความมั่งคั่ง รวมทั้งความแตกต่างของการประกอบอาชีพระหว่างชาวไทยที่นิยมอาชีพรับราชการ ขณะที่ชาวจีนนิยมอาชีพค้าขาย 2) วัฒนธรรมการเน้นฝ่ายชายในการสืบเชื้อสาย และ 3) ความนิยมยกย่องบุคคลที่มีคุณสมบัติดี เช่น ความเป็นผู้มีความรู้ ความเมตตา ความเสียสละ |
| บรรณานุกรม | : |
ปานทิพย์ มหาไตรภพ . (2545). นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปานทิพย์ มหาไตรภพ . 2545. "นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปานทิพย์ มหาไตรภพ . "นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print. ปานทิพย์ มหาไตรภพ . นามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว : การวิเคราะห์ทางอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.
|
