| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวกับการปฏิบัติตนด้าน สุขภาพของมารดาหลังคลอด : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก |
| นักวิจัย | : | กาญจนา สุขแก้ว |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=59356 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว กับการปฏิบัติตนด้านสุขภาพของมารดาหลังคลอด : ศึกษาเฉพาะกรณี โรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลกมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะศึกษาความสัมพันธ์ระ หว่างการปฏิสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวกับการปฏิบัติตนด้านสุขภาพของมารดาหลัง คลอด โดยกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ มารดาหลังคลอดครั้งแรกที่คลอดบุตร ณ โรงพยาบาลพุทธชินราช โรงพยาบาลชุมชนบางระกำ โรงพยาบาลชุมชนพรหม พิราม และโรงพยาบาลวังทอง ระหว่างเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2532 จำ นวนทั้งสิ้น 249 ราย เป็นกลุ่มตัวอย่างในครอบครัวเดี่ยว 68 ราย และ ครอบครัวขยาย 181 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามที่เกี่ยวกับลักษณะข้อมูลทั่วไปและแบบวัดการปฏิสัมพันธ์ ของครอบครัว และการปฏิบัติตนด้านสุขภาพของมารดาหลังคลอดทำการเก็บ รวบรวมข้อมูลโดยติดตามเยี่ยมบ้านในระยะ 6-8 สัปดาห์ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่ง ผู้ศึกษาใช้วิธีการสังเกตและสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติ โดยการ แจกแจงความถี่ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าไคสแควร์ ค่าสัมประ สิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson,s Product Moment Correlation Coefficent) และ t-test เพื่อทดสอบความมีนัยสำคัญ ที่ ระดับความเชื่อมั่น 90 % สรุปผลการศึกษาได้ดังนี้ 1. การปฎิสัมพันธ์ของครอบครัวกลุ่มตัวอย่างมารดาหลังคลอดครอบครัว เดี่ยวและครอบครัวขยาย ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง คือ ร้อยละ 69.1 และ 66.3 รองลงมาอยู่ในระดับดี คือ ร้อยละ 17.7 และ 17.11.1 การปฏิสัมพันธ์ของครอบครัวด้านความผูกพัน รักใคร่ ของครอบครัวในกลุ่มตัวอย่างมารดาหลังคลอดครอบครัวเดี่ยวและครอบครัว ขยาย มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากัน 3.97 และ 3.721.2 การปฏิสัมพันธ์ของครอบครัวด้านการยอมรับ ด้านความคิดเห็นและ /หรือการยอมรับด้านพฤติกรรม ในกลุ่มตัวอย่างมารดาหลังคลอดคลอบครัว เดี่ยวและครอบครัวขยายมีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.61 และ 3.351.3 การปฏิสัมพันธ์ของครอบครัวด้านการได้รับความช่วยเหลือของกลุ่ม ตัวอย่างมารดาหลังคลอดครอบครัวเดียวและครอบครัวขยายมีค่าคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 3.51 และ 3.37 2. การปฏิบัติตนด้านสุขภาพของมารดาหลังคลอดในกลุ่มตัวอย่างมาร ดาหลังคลอดครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยาย พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ปานกลาง ร้อยละ 72.1 และ 72.4 รองลงมาอยู่ในระดับดีและระดับต่ำซึ่ง ใกล้เคียงกัน2.1 การปฏิบัติตนด้านส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคของมาร ดาหลังคลอดพบว่า ส่วนใหญ่ปฏิบัติตนได้ถูกต้อง ยกเว้นในด้านการบริหาร ร่างกายหลังคลอด ร้อยละ 51.1 ในกลุ่มตัวอย่างครอบครัวเดี่ยว และร้อยละ 48.6 ในกลุ่มตัวอย่างครอบครัวขยาย ไม่ปฎิบัตินอกจากนี้พฤติกรรมการอยู่ไฟ หลังคลอด ร้อยละ 83.3 ในกลุ่มตัวอย่างครอบครัวเดี่ยว และ ร้อยละ 82.3 ในกลุ่มตัวอย่างครอบครัวขยาย นิยมอยู่ไฟหลังคลอดด้วยวิธีใช้แระเป๋า น้ำร้อนและอยู่ไฟฟืน ซึ่งจะทำให้มีผลเสียต่อสุขภาพของมารดาหลังคลอดได้2.2 การปฏิบัติตนด้านโภชนาการของมารดาหลังคลอดพบว่าส่วนใหญ่ ปฏิบัติได้ถูกต้อง ยกเว้นการมีพฤติกรรมการรับประทานยาดองเหล้า ร้อยละ 60.3 ในกลุ่มตัวอย่างมารดาหลังคลอดครอบครัวเดี่ยว และร้อยละ 56.4 ใน กลุ่มตัวอย่างมารดาหลังคลอดครอบครัวขยาย และการงดของแสลงตามความ เชื่อของสามี ญาติผู้ใหญ่ อาทิ ไข่ ของหวาน ผักบางชนิด เป็นต้น จะนิ ยมปฏิบัติตามคำแนะนำของสามีและญาติ มีถึงร้อยละ 60.3 ในกลุ่มตัว อย่างครอบครัวเดี่ยว และร้อยละ 61.9 ในกลุ่มตัวอย่างครอบครัวขยาย ซึ่ง เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องและมีผลกระทบต่อภาวะโภชนาการและการสร้างน้ำ นมของมารดาหลังคลอด2.3 การปฏิบัติตนด้านการเลี้ยงบุตร ส่วนใหญ่ปฏิบัติได้ถูกต้อง ยก เว้นการเลี้ยงดูด้านการให้อาหารบุตร พบว่า นิยมให้อาหารเสริมแก่บุตรในระ ยะ 1 เดือน ถึงร้อยละ 61.8 ในกลุ่มตัวอย่างครอบครัวเดี่ยว และร้อยละ 67.4 ในกลุ่มตัวอย่างครอบครัวขยาย ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง และยังมีผลกระ ทบต่อระบบการย่อยอาหารของบุตรอีกด้วย2.4 ด้านสังคมและจิตใจ ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาทำให้วิตกกังวล ไม่สบาย ใจ ส่วนน้อยร้อยละ 36.8 ในกลุ่มตัวอย่างครอบครัวเดี่ยว และ 45.9 ใน กลุ่มตัวอย่างครอบครัวขยายมีปัญหาในด้านการปรับตัวกับสามี และญาติใน ครอบครัว รายได้ซึ่งไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากการประกอบอาชีพด้าน เกษตรกรรม เป็นต้น ซึ่งใช้วิธีการแก้ไขโดยเสนอให้มีบุคคลอื่นช่วยเหลือและ การแก้ไขด้วยตนเองบ้าง และพบว่าส่วนใหญ่มีความต้องการด้านบุคคลผู้ให้คำ ปรึกษา โดยเฉพาะคำปรึกษาด้านการดูและรักษาสุขภาพอนามัยมารดาและวิธี การเลี้ยงดูบุตร และโภชนาการเป็นอันดับสุดท้าย 3. ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิสัมพันธ์ของครอบครัวกับการปฏิบัติตน ด้านสุขภาพของมารดาหลังคลอด3.1 การปฏิสัมพันธ์ของครอบครัวไม่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตน ด้านสุขภาพของมารดาหลังคลอดครอบครัวเดี่ยวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ3.2 การปฏิสัมพันธ์ของครอบครอบครัวมีความสัมพันธ์กันน้อยในทางบวก (R = 01903) กับการปฏิบัติงานด้านสุขภาพของมารดาหลังคลอดครอบครัว ขยายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 4. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยของตัวแปรกับการปฏิบัติตนด้านสุขภาพ ของมารดาหลังคลอด พบว่า4.1 มีปัจจัยด้านอายุ, การศึกษา, รายได้ และอาชีพ มีความสัมพันธ์ กับการปฏิบัติตนด้านสุขภาพของมารดาหลังคลอด ด้านการอยู่ไฟทั้งในกลุ่มตัว อย่างมารดาหลังคลอดครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยายอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ที่ระดับ 0.14.2 ปัจจัยด้าน อายุ, การศึกษา, รายได้ และอาชีพ มีความสัมพันธ์ กับการปฏิบัติตนด้านสุขภาพของมารดาหลังคลอด ด้านสุขภาพของมารดาหลัง คลอด ด้านโภชนาการทั้งในกลุ่มตัวอย่างมารดาหลังคลอดครอบครัวเดี่ยวและ ครอบครัวขยาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 ซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณ สุขโดยเฉพาะนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์นั้นควรจะต้องมีส่วนในการส่ง เสริม และสนับสนุนทรัพยากรบุคคลในครอบครัวซึ่งได้แก่ สามี ญาติใน ครอบครัว ในการให้การดูแลเอาใจใส่ และให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อันจะส่งผลให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว และมารดาหลังคลอดได้มี การปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้นักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ควรจะ ต้องใช้ความรู้ เทคนิค และวิธีการศึกษาหาข้อเท็จจริง เพื่อเข้าถึงความเชื่อ และพฤติกรรมของมารดาหลังคลอดที่ไม่ถูกต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีใน การปฏิบัติตนเพื่อสุขภาพอนามัยของมารดาหลังคลอด ซึ่งความถูกต้องนี้จะนำไป สู่ขั้นตอนต่อไปคือการดูแลทารกของมารดาหลังคลอดด้วยความเอาใจใส่ใกล้ ชิดอันอาจกล่าวได้ว่าเป็นงานเบื้องต้นของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกใน ครอบครัวรวมทั้งส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้มั่นคงในระดับหนึ่งด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
กาญจนา สุขแก้ว . (2533). ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวกับการปฏิบัติตนด้าน สุขภาพของมารดาหลังคลอด : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กาญจนา สุขแก้ว . 2533. "ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวกับการปฏิบัติตนด้าน สุขภาพของมารดาหลังคลอด : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กาญจนา สุขแก้ว . "ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวกับการปฏิบัติตนด้าน สุขภาพของมารดาหลังคลอด : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print. กาญจนา สุขแก้ว . ความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวกับการปฏิบัติตนด้าน สุขภาพของมารดาหลังคลอด : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงพยาบาลในจังหวัดพิษณุโลก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.
|
