ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกรมสามัญศึกษา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกรมสามัญศึกษา
นักวิจัย : กรองทอง เขียนทอง
คำค้น : 257 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222537000002
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานสังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลาปัตตานี นราธิวาส และเสนอแนะมาตรการเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการบริหารงานบุคคล การรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสัมภาษณ์จากกลุ่มตัวอย่างซึ่งมีผู้บริหาร 12 คน ข้าราชการและลูกจ้าง 291 คน รวม303 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาใช้สถิติเชิงพรรณา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละและค่าเฉลี่ยค่าเบียงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษามีข้อสรุบดังนี้ 1. การสรรหา คัดเลือก บรรจุแต่งตั้งและโยกย้าย ผู้บริหาร ส่วนใหญ่ เห็นว่าบุคลากรไม่พอเพียง ได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขคือ มอบหมายหน้าที่ให้รับผิดชอบงานเพิ่มขึ้นส่วนคุณสมบัติตามมติ ครม. มีความเห็นว่า เหมาะสมด้านความประพฤติ บุคลิกลักษณะดี ประวัติการทำงานดี มีความสามารถในการปฎิบัติงาน และเข้ากับประชาชนได้ และระบุว่าไม่มีผลดีในการใช้ระบบอุปถัมภ์ ข้าราชการและลูกจ้าง ส่วนใหญ่ ระบุว่า บุคลากรไม่เพียงพอ ในตำแหน่งครูผู้สอนและระบุว่า มีผลเสียในการใช้ระบบอุปถัมภ์ คือ ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน 2. การเลื่อนตำแหน่ง ผู้บริหาร ส่วนใหญ่ ระบุว่า ควรมีการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และเห็นด้วยกับการใช้วิธีการเสนอผลงานในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งแทนการสอบแข่งขัน ข้าราชการและลูกจ้าง เกือบทั้งหมด ไม่เคยติดขั้นเงินเดือน และเห็นว่าควรใช้วิธีการสอบแข่งขันในการเลื่อนตำแหน่งหรือเสนอผลงาน 3. รางวัล และการลงโทษ ผู้บริหาร ส่วนใหญ่ มีอำนาจโดยตรง ในการพิจารณาความดีความชอบโดยใช้ผลงานดีเด่นเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา2 ขั้น ปกติ ข้าราชการและลูกจ้าง ส่วนใหญ่ ระบุว่า มีการกำหนดเกณฑ์การพิจารณา 2 ขั้นปกติ 4. การพัฒนาบุคลากร ผู้บริหาร สองในสาม ระบุว่า มีแผนพัฒนาของหน่วยงานส่วนการประเมินผลการฝึกอบรม หลักสูตร ศอ.บต. พบว่า ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ "ค่อนข้างมาก" คือการปรับตัวเข้ากับประชาชน เข้ากับผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ข้าราชการและลูกจ้าง สองในสาม ระบุว่า ไม่ได้รับการฝึกอบรม ดูงาน ศึกษาต่อ ส่วนการประเมินผล ศอ.บต. ระบุว่าได้รับประโยชน์ "มาก" จากการปฐมนิเทศ ในเรื่องทัศนคติต่องาน และเห็นว่าส่วนกลางเป็นหน่วยงานที่พัฒนาบุคลากรได้ดีที่สุด โดยให้เหตุผลว่าวิทยากรมีความรู้ ความสามารถดี 5. สวัสดิการ ข้าราชการและลูกจ้าง ส่วนใหญ่ ระบุว่า มีเกณฑ์การจัดบ้านพัก และเป็นไปตามเกณฑ์ปัญหาที่ประสบ คือ ด้านความสะดวกในการเดินทาง ส่วนใหญ่ตอบว่า ได้รับสวัสดิการไม่เพียงพอ ได้เสนอความคิดเห็นว่าควรเพิ่มเติมค่าเบี้ยเลี่ยงภัยในพื้นที่ และส่วนใหญ่ระบุว่าสหกรณ์ออมทรัพย์สามารถช่วยแก้ปัญหาสวัสดิการได้มาก ข้อเสนอแนะ นอกจากจะใช้ระบบคุณธรรมในการคัดเลือกข้าราชการแล้วควรให้สิทธิพิเศษแก่คนในพื้นที่ กรมควรบรรจุอัตรากำลังให้เพียงพอกับปริมาณงาน ควรมีการกระจายโควต้า2 ขั้นพิเศษให้ทั่วถึง และควรกำหนดเกณฑ์ให้ชัดเจน ศอ.บต.ควรเร่งดำเนินการปฐมนิเทศข้าราชการที่บรรจุใหม่ และผู้ย้ายโดยมาจากภาคอื่น ๆ ควรจัดสวัสดิการให้เพียงพอและเป็นธรรมในเรื่องเบี้ยเลี่ยงภัย

บรรณานุกรม :
กรองทอง เขียนทอง . (2537). การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกรมสามัญศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กรองทอง เขียนทอง . 2537. "การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกรมสามัญศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กรองทอง เขียนทอง . "การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกรมสามัญศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
กรองทอง เขียนทอง . การบริหารงานบุคคลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกรมสามัญศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.