| ชื่อเรื่อง | : | การฝึกอบรมข้าราชการในกระทรวงทบวงกรมฝ่ายพลเรือน : ศึกษาจากทัศนะของผู้รับผิดชอบ โดยตรงในการบริหารงานฝึกอบรม |
| นักวิจัย | : | ประสิทธิ์ ดำรงชัย |
| คำค้น | : | 218 P. |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2511 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222511000004 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาให้ทราบลักษณะปัญหาต่างๆ ในการฝึกอบรมข้าราชการพลเรือนของไทยในส่วนรวม ในระดับกรมโดยตั้งวัตถุประสงค์ของการศึกษาไว้ 5 ประการ คือ.-1. เพื่อทราบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการฝึกอบรมข้าราชการพลเรือน 2. ทราบจำนวนหน่วยงานที่ทำหน้าที่บริหารงานฝึกอบรมโดยตรง 3. ต้องการทราบชนิด หลักสูตร วิธีการและอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม 4. ทราบความคิดเห็นของผู้มีส่วนร่วมรับผิดชอบหรือมีส่วนร่วมในงานฝึกอบรม 5. เพื่อทราบอุปสรรคในการบริหารงานฝึกอบรม จากผลการศึกษาปรากฎว่า การกำหนดให้การฝึกอบรมเป็นงานประจำส่วนหนึ่งของหน่วยราชการพลเรือนทุกกรม ย่อมให้ผลดีกว่าจะปล่อยให้แต่ละกรมจัดขึ้นตามความจำเป็นเฉพาะหน้าเป็นครั้งคราว การวางแผน การกำหนดหลักสูตร ตลอดจนการดำเนินงานในการฝึกอบรมให้เป็นกิจกรรมที่มีต่อเนื่องย่อมช่วยให้การฝึกอบรมได้รับผลดียิ่ง และความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างงานด้านการเจ้าหน้าที่และงานฝึกอบรมช่วยให้การฝึกอบรมบรรลุผลง่ายขึ้น นอกจากนี้ถ้าการการฝึกอบรมเป็นการฝึกอบรมงานบริหารราชการทั่ว ๆ ไป ควบคู่กันไปในสัดส่วนที่เหมาะสมกับการฝึกอบรมด้านเทคนิคเฉพาะอย่าง ย่อมจะให้ผลดีกว่าที่จะทำการฝึกอบรมด้านหนึ่งด้านใดโดยเฉพาะอนึ่งความสำเร็จในการฝึกอบรมข้าราชการพลเรือนทุกระดับชั้นย่อมต้องอาศัยความสนับสนุนจากกลุ่มผู้นำทุกระดับชั้นภายในกรม เช่น การศึกษาครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดความคิดแก่ผู้เขียนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการบริหารงานฝึกอบรม และแนวทางที่จะส่งเสริมให้งานฝึกอบรมข้าราชการดำเนินไปได้ผลดียิ่งขึ้น คือ.- 1. ควรให้มีการสำรวจความจำเป็นที่มีต่อการฝึกอบรมและมีการติดตามและประเมินผล 2. การจัดหลักสูตรหรือโครงการฝึกอบรมควรจะกำหนดเป็นแผนระยะยาวโดยวางหลักสูตรที่จะทำการฝึกอบรมแยกเป็น 2ประเภท คือ ประเภทวิชาที่มีลักษณะถาวร และวิชาที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ 3. การจัดตัวผู้เข้ารับการฝึกอบรมโดยถือเอาระดับชั้นเป็นเกณฑ์ นับว่าเหมาะสมสำหรับข้าราชการไทย พื้นความรู้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมก็ควรให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน 4. สำนักฝึกอบรมควรเชิญผู้รับผิดชอบโดยตรงในการบริหารงานฝึกอบรมตั้งแต่ระดับหัวหน้าแผนกฝึกอบรมและผู้รับผิดชอบในด้านการบริหารงานบุคคลของทุกกรมมาเข้ารับการฝึกอบรมให้หมด 5. ควรเชิญข้าราชการระดับอธิบดีและหัวหน้ากองให้เข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรผู้อำนวยการฝึกอบรม 6. ควรให้อาจารย์ผู้บรรยายซึ่งเชิญมาจากที่อื่นทราบพื้นฐานและลักษณะงานของผู้เข้ารับการฝึกอบรมโดยส่วนรวมอย่างละเอียดพอสมควร 7. ควรมีศูนย์กลางการบริหารงานฝึกอบรมในส่วนรวมของประเทศขึ้นนอกเหนือจากที่แต่ละกรมจัดขึ้นเอง |
| บรรณานุกรม | : |
ประสิทธิ์ ดำรงชัย . (2511). การฝึกอบรมข้าราชการในกระทรวงทบวงกรมฝ่ายพลเรือน : ศึกษาจากทัศนะของผู้รับผิดชอบ โดยตรงในการบริหารงานฝึกอบรม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประสิทธิ์ ดำรงชัย . 2511. "การฝึกอบรมข้าราชการในกระทรวงทบวงกรมฝ่ายพลเรือน : ศึกษาจากทัศนะของผู้รับผิดชอบ โดยตรงในการบริหารงานฝึกอบรม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประสิทธิ์ ดำรงชัย . "การฝึกอบรมข้าราชการในกระทรวงทบวงกรมฝ่ายพลเรือน : ศึกษาจากทัศนะของผู้รับผิดชอบ โดยตรงในการบริหารงานฝึกอบรม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2511. Print. ประสิทธิ์ ดำรงชัย . การฝึกอบรมข้าราชการในกระทรวงทบวงกรมฝ่ายพลเรือน : ศึกษาจากทัศนะของผู้รับผิดชอบ โดยตรงในการบริหารงานฝึกอบรม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2511.
|
