ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนารูปแบบการประเมินผลการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาด้วยตนเองของโรงเรียนมัธยมศึกษา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการประเมินผลการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาด้วยตนเองของโรงเรียนมัธยมศึกษา
นักวิจัย : ไพรัช ถิตย์ผาด
คำค้น : SELF-EVALUATION , MODEL DEVELOPMENT , ENVIRONMENTAL EDUCATION EVALUATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=47178
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการประเมินผลการจัดสิ่ง แวดล้อมศึกษาด้วยตนเองของโรงเรียนมัธยมศึกษา ด้วยการวิจัยแบบผสานวิธี โดยวิจัย เชิงคุณภาพในการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) ในขั้นของการสร้างและการใช้ รูปแบบ ควบคู่กับวิจัยเชิงปริมาณในการหาความเที่ยงตรงของรูปแบบ การประเมิน ประสิทธิภาพของรูปแบบและการตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบ โดยที่ในกระบวนการ PAR เลือกโรงเรียนเป้าหมายการปฏิบัติการ 4 โรงเรียน บุคลากรร่วมปฏิบัติการ 510 คน สุ่มตัวอย่างในการหาความเที่ยงตรงของรูปแบบ 16 คน การประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบ 80 คน ใช้แบบฝึกปฏิบัติการ แบบตรวจสอบความเที่ยงตรงของรูปแบบ และแบบประเมิน ประสิทธิภาพของรูปแบบที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นรวมทั้งแบบประเมินตนเองและแบบรายงานที่ ร่วมกันพัฒนาขึ้นระหว่างการร่วมปฏิบัติการเป็นเครื่องมือการวิจัย ส่วนการประเมินความ เหมาะสมของรูปแบบ เลือกผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินร่วมวิพากษ์และประเมินรูปแบบ 120 คน โดยใช้แบบประเมินที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเช่นกัน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS PC หาค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ในการประเมินประสิทธิภาพของ รูปแบบ ค่าดัชนีความสอดคล้องของรูปแบบกับการปฏิบัติจริง และค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน ค่าความแตกต่างของฐานนิยมและมัธยฐาน ค่าพิสัยควอไทล์ และ F-test ในการ ประเมินความเหมาะสมของรูปแบบตามลำดับ ผลการวิจัยพบว่า 1) การร่วมปฏิบัติการพัฒนารูปแบบการประเมิน ต้องใช้กลยุทธ์เฉพาะในการร่วม ปฏิบัติการตามสภาพจริงของแต่ละโรงเรียน รวมทั้งใช้แนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ และกระบวนการ PAR เป็นกรอบแนวทางการพัฒนา 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นชื่อ DDS-PAR-385 Model (ดีดีเอส-พาร์-385) เป็นรูปแบบ ที่สอดคล้องกับการปฏิบัติจริง มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสม หลังร่วมปฏิบัติการ พัฒนาการประเมิน โรงเรียนมีสมรรถนะในการประเมินตนเองสูงขึ้นในระดับมากทุกด้านอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ ผู้ทรงคุณวุฒิทุกกลุ่มมีความเห็นสอดคล้องกันว่าเป็นรูปแบบที่มี ความเหมาะสมและมีคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียน ในระดับ มากที่สุด ค่าเฉลี่ยผลการประเมินแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 3) DDS-PAR-385 Model เป็นรูปแบบที่มีวัตถุประสงค์คู่ คือประเมินความสำเร็จ ทั้งระดับยุทธศาสตร์และระดับปฏิบัติการ มีการประเมินคู่ คือประเมินผลการจัดสิ่งแวดล้อม ศึกษาควบคู่กับประเมินผลการประเมิน ยึดวิธีการเชิงยุทธศาสตร์และกระบวนการวิจัย ปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเป็นแนวทางการประเมิน โรงเรียนดำเนินการประเมินใน 3 ขั้นตอนหลัก 8 ขั้นตอนการประเมิน โดยประเมินความสำเร็จการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาของโรงเรียนทั้งระบบ 5 องค์ประกอบหลัก ทั้งคุณลักษณะทางสิ่งแวดล้อมที่พึงประสงค์ของนักเรียน ความรู้ทักษะ และการมีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมศึกษาของครู การบริหารจัดการ สิ่งแวดล้อมศึกษาของโรงเรียน การจัดการสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน และ การบริการสิ่งแวดล้อมศึกษาแก่ชุมชน

บรรณานุกรม :
ไพรัช ถิตย์ผาด . (2545). การพัฒนารูปแบบการประเมินผลการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาด้วยตนเองของโรงเรียนมัธยมศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพรัช ถิตย์ผาด . 2545. "การพัฒนารูปแบบการประเมินผลการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาด้วยตนเองของโรงเรียนมัธยมศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพรัช ถิตย์ผาด . "การพัฒนารูปแบบการประเมินผลการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาด้วยตนเองของโรงเรียนมัธยมศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ไพรัช ถิตย์ผาด . การพัฒนารูปแบบการประเมินผลการจัดสิ่งแวดล้อมศึกษาด้วยตนเองของโรงเรียนมัธยมศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.