ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพในการจูงใจให้หญิงตั้งครรภ์เผ่าม้ง เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด ที่พักสงฆ์ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพในการจูงใจให้หญิงตั้งครรภ์เผ่าม้ง เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด ที่พักสงฆ์ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี
นักวิจัย : เดชา สุคนธ์
คำค้น : HEALTH BELIEF MODEL , TETANUS TOXOID , PREGNANT HMONG WOMEN
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46942
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปัจจุบันปัญหาโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด มักพบในชนกลุ่มน้อย เฉพาะกลุ่มชาวเขา ที่พักสงฆ์ถ้ำกระบอก อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ปี 2538-2543 พบว่า เด็กทารกเผ่าม้ง ได้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิดฟรี 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน เพียง 0.98% การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษา ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษา โดยประยุกต์แนวคิด แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพ (Health Belief Model) จูงใจให้หญิงตั้งครรภ์เผ่าม้ง จังหวัดสระบุรี มารับวัคซีน ป้องกันโรคบาดทะยัก กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 7 เดือน จำนวน 31 คน กลุ่มเปรียบเทียบ จำนวน 36 คน กลุ่มทดลองได้เข้าร่วมในโปรแกรมสุขศึกษา ประกอบด้วย การได้รับประสบการณ์ตรงจากตัวแบบ การแสดงบทบาทสมมติและการอภิปรายกลุ่ม การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีสัมภาษณ์ ร่วมกับแบบสัมภาษณ์ ความรู้เกี่ยวกับโรคบาดทะยัก การรับรู้โอกาสเสี่ยง การรับรู้ความรุนแรงของโรคบาดทะยัก และการรับรู้ผลประโยชน์ ที่จะได้รับและค่าใช้จ่ายของการฝากครรภ์ และการรับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก ในการนี้ จะประเมินผล 3 ครั้ง ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง 1 เดือน และหลังออกหน่วยบริการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก ครั้งที่ 2 ใช้เวลาในการวิจัย 9 สัปดาห์ระหว่างเดือน มิถุนายน ถึงเดือน สิงหาคม 2544 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบทางสถิติด้วย paired ~it~i-test และ Independent ~it~i-test ผลการวิจัยพบว่าโปรแกรมสุขศึกษา สามารถส่งผลให้หญิงตั้งครรภ์ กลุ่มทดลอง มีความรู้เกี่ยวกับโรคบาดทะยัก การรับรู้โอกาสเสี่ยงของโรคบาดทะยัก มีการฝากครรภ์ หรือรับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.01) จากผลการวิจัย น่าจะพิจารณานำโปรแกรมสุขศึกษาที่ประยุกต์แบบจำลองความเชื่อ ด้านสุขภาพไปใช้กับหญิงตั้งครรภ์ชาวเขาเผ่าอื่นบ้าง เพื่อเปรียบเทียบว่าจะได้ผล เหมือนกันหรือแตกต่างกันหรือไม่ และจะช่วยลดอัตราการตายของทารกด้วยโรคบาดทะยัก ด้วยหรือไม่

บรรณานุกรม :
เดชา สุคนธ์ . (2545). การประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพในการจูงใจให้หญิงตั้งครรภ์เผ่าม้ง เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด ที่พักสงฆ์ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เดชา สุคนธ์ . 2545. "การประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพในการจูงใจให้หญิงตั้งครรภ์เผ่าม้ง เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด ที่พักสงฆ์ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เดชา สุคนธ์ . "การประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพในการจูงใจให้หญิงตั้งครรภ์เผ่าม้ง เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด ที่พักสงฆ์ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
เดชา สุคนธ์ . การประยุกต์ใช้แบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพในการจูงใจให้หญิงตั้งครรภ์เผ่าม้ง เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิด ที่พักสงฆ์ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.