| ชื่อเรื่อง | : | การยืดอายุการเก็บรักษาข้าวกล้องเพื่อวางจำหน่าย ด้วยเทคนิคไอแอลกอฮอล์ร่วมกับการบรรจุ |
| นักวิจัย | : | น้ำฝน ศีตะจิตต์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=34647 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษากระบวนการยืดอายุการเก็บรักษาข้าวกล้องด้วยเทคนิคไอแอลกอฮอล์ร่วมกับ การบรรจุเพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมในการยืดอายุการเก็บรักษา โดยพิจารณาการเปลี่ยนของ ข้าวกล้องและการยอมรับของผู้บริโภค โดยศึกษาปัจจัยในการยืดอายุการเก็บรักษา 3 ปัจจัย ร่วมกันคือ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการรมไอแอลกอฮอล์ ชนิดของภาชนะบรรจุและอุณหภูมิ ในการเก็บรักษา โดยมีการวางแผนการทดลองแบบแฟคทอเรียล 4 (2 (2 คือ ระยะเวลา ในการรมไอแอลกอฮอล์ที่ 0, 5, 10, 15 นาที และภาชนะบรรจุถุงโพลีโพรพิลีน และ โพลีเอทธิลีน และอุณหภูมิในการเก็บรักษาที่ 20(ซ และ 38(ซ ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของ ข้าวกล้อง คือ ปริมาณกรดไขมันอิสระ (FFA) ปริมาณความชื้น คุณภาพการหุงต้ม (Cooking Test) ซึ่งประกอบด้วยค่า การขยายตัว (Volume Expention, VE.) การดูดซึมน้ำ (Absorption, WA.) และปริมาณของของแข็งที่ละลายน้ำ (Total Soluble Solid, TSS) การยอมรับของผู้บริโภคและปริมาณจุลินทรีย์ในระหว่างการเก็บรักษาระยะเวลา 180 วันหรือ 6 เดือน นอกจากนี้ยังศึกษาปริมาณวิตามินบีหนึ่งที่มีในข้าวกล้องก่อนและหลังการเก็บรักษาของ ข้าวกล้อง โดยข้าวกล้องที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทดลองนี้คือ ข้าวกล้องพันธุ์หอมมะลิและข้าว กล้องพันธุ์ขาวตาแห้ง จากการทดลองผลของการรมไอแอลกอฮอล์ ในข้าวที่ไม่ผ่านการรมไอแอลกอฮอล์กับข้าว ที่ผ่านการรมไอแอลกอฮอล์ที่ 5, 10 และ 15 นาที เมื่อพิจารณาที่สภาวะการเก็บในถุงชนิด เดียวกันและอุณหภูมิที่ใช้ในการเก็บรักษาเดียวกัน ค่า FFA ของข้าวที่ไม่ผ่านการรมไอแอลกอฮอล์ จะมีค่าสูงกว่าข้าวที่ผ่านการรมไอแอลกอฮอล์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการรมไอแอลกอฮอล์ ที่ระยะเวลาต่างๆ กัน ปริมาณของ FFA ที่เกิดขึ้นจะไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95% นอกจากนั้นยังพบว่าข้าวที่ผ่านการรมไอแอลกอฮอล์ และไม่ ผ่านการรมไอแอลกอฮอล์นั้นมีปริมาณความชื้น คุณภาพการหุงต้ม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ และผลของการรมไอแอลกอฮอล์เป็นผลให้ปริมาณจุลินทรีย์ที่มีในข้าวกล้องลดลงมาก (<10 ( 103) โดยไม่ทำให้การสูญเสียวิตามินบีหนึ่งแตกต่างกัน เมื่อพิจารณาปัจจัยทางด้านภาชนะบรรจุ ที่ระดับการรมไอแอลกอฮอล์และอุณหภูมิใน การเก็บรักษาเดียวกัน เมื่อเก็บรักษาในช่วง 30-90 วัน ยังไม่มีความแตกต่างกันอย่างเด่นชัด ทางสถิติ แต่ที่ระยะเวลาการเก็บนาน 180 วัน จะพบว่าเมื่อพิจารณาถึงปริมาณของ FFA ที่ เกิดขึ้นและการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อข้างกล้องทั้ง 2 สายพันธุ์ ที่บรรจุในถุงโพลีโพรพิลีน (PP) ดีกว่าถุงโพลีเอทธิลีน (PE) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยที่ภาชนะบรรจุที่ต่างกันไม่มีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการหุงต้ม ปริมาณจุลินทรีย์ การยอมรับของผู้บริโภคและปริมาณ วิตามินบีหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อพิจารณาปัจจัยทางด้านอุณหภูมิในการเก็บรักษา จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในสภาวะการรมไอแอลกอฮอล์ของข้าวกล้องที่บรรจุ ในถุงชนิด เดียวกันและเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 20(ซ เป็นเวลา 180 วัน ข้าวกล้องทั้ง 2 สายพันธุ์มีปริมาณ FFA เกิดเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 38(ซ และมีคุณภาพการหุงต้มที่ดีกว่า แต่ก็มี การสูญเสียปริมาณของวิตามินบีหนึ่ง ในระหว่างการเก็บรักษา เมื่อพิจารณาทั้ง 3 ปัจจัยร่วมกัน จะเห็นว่าข้าวกล้องที่ผ่านการรมไอแอลกอฮอล์ที่ 5, 10, 15 นาทีแล้วบรรจุลงในถุงโพลีโพรพิลีนและนำมาเก็บรักษาเป็นระยะเวลา 6 เดือน ที่อุณหภูมิ 20(ซ เป็นสภาวะที่เหมาะสมที่สุด ที่จะใช้ในการยืดอายุการเก็บรักษาข้าวกล้อง โดยที่อายุการเก็บรักษา 6 เดือนในข้าวพันธุ์หอมมะลิ ค่า FFA เพิ่มขึ้น ก่อนเก็บรักษาประมาณ 3.17 เท่า ปริมาณความชื้นใกล้เคียงกันกับก่อนเก็บรักษาคือ 11-12% ค่า VE. เพิ่มขึ้น จากเดิม 1.32 เท่า ค่า WA. เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.15 เท่า และค่า TSS ลดลงจากเดิม 2.07 เท่า สำหรับค่าการยอมรับของผู้บริโภคอยู่ในเกณฑ์การยอมรับได้ระดับปานกลาง โดยที่ปริมาณจุลินทรีย์มีน้อยมาก (<10 ( 103 ) ซึ่งมีแนวโน้มเช่นเดียวกันกับข้าวกล้อง พันธุ์ขาวตาแห้ง คือค่า FFA เพิ่มขึ้นก่อนเก็บรักษาประมาณ 3.22 เท่า ปริมาณความชื้น ใกล้เคียงกันกับก่อนเก็บรักษาคือ 11-12% ค่า VE. เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.10 เท่า ค่า WA. เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.19 เท่า และค่า TSS ลดลงจากเดิม 1.59 เท่า สำหรับค่าการยอมรับ ของผู้บริโภคอยู่ในเกณฑ์การยอมรับได้ระดับปานกลาง โดยที่ปริมาณจุลินทรีย์มีน้อยมาก (<10 ( 103 ) โดยสัมพันธ์กับปริมาณ FFA ของข้าวกล้องพันธุ์หอมมะลิและพันธุ์ขาวตาแห้ง ที่ 0.7 และ 0.28-0.3 มิลลิกรัม KOH ต่อ 100 กรัมข้าว ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
น้ำฝน ศีตะจิตต์ . (2541). การยืดอายุการเก็บรักษาข้าวกล้องเพื่อวางจำหน่าย ด้วยเทคนิคไอแอลกอฮอล์ร่วมกับการบรรจุ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. น้ำฝน ศีตะจิตต์ . 2541. "การยืดอายุการเก็บรักษาข้าวกล้องเพื่อวางจำหน่าย ด้วยเทคนิคไอแอลกอฮอล์ร่วมกับการบรรจุ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. น้ำฝน ศีตะจิตต์ . "การยืดอายุการเก็บรักษาข้าวกล้องเพื่อวางจำหน่าย ด้วยเทคนิคไอแอลกอฮอล์ร่วมกับการบรรจุ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. น้ำฝน ศีตะจิตต์ . การยืดอายุการเก็บรักษาข้าวกล้องเพื่อวางจำหน่าย ด้วยเทคนิคไอแอลกอฮอล์ร่วมกับการบรรจุ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
