| ชื่อเรื่อง | : | การดัดแปลสตาร์ชในแป้งข้าวเพื่อทำแป้งผสมสำหรับประกอบ อาหารทอดแช่เยือกแข็ง |
| นักวิจัย | : | กมลทิพย์ มั่นภักดี |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28229 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การดัดแปรสตาร์ชในแป้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียวทำโดยใช้ เอนไซม์แอลฟา-อะมิเลสจาก Bacillus licheniformis ความ เข้มข้น 77 หน่วยต่อกรัมน้ำหนักแป้งแห้ง ทำปฏิกิริยาในสภาวะที่มี แคลเซียม 200 ส่วนในล้านส่วน พีเอช 6.9 อุณหภูมิ 50 องศา เซลเซียส นาน 6 ชม. หยุดกิจกรรมโดยปรับพีเอชเป็น 2 นาน 10 นาที แล้วดัดแปรต่อด้วยวิธีพันธะข้ามโดยใช้โซเดียมไตรเมตา ฟอสเฟตร้อยละ 0.5 และ 0.1 สำหรับแป้งข้าวเจ้า และแป้ง ข้าวเหนียว ตามลำดับ ทำปฏิกิริยาที่พีเอช 11 อุณหภูมิ 50 องศา เซลเซียส นาน 1 ชม. แล้วปรับพีเอชเป็น 6.5 กรอง ล้าง อบแห้ง นำมาดัดแปรต่อด้วยวิธีพรีเจลาติไนเซชันด้วยเครื่องทำแห้งแบบ ลูกกลิ้งที่ความดันไอน้ำ 40 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว อุณหภูมิ 137 องศาเซลเซียส ความเร็วรอบ 4.6 รอบต่อนาที ระยะห่างระหว่าง ลูกกลิ้ง 0.15 มม. นำสตาร์ชดัดแปรมาบดและอบจนมีความชื้นร้อยละ 9 ใช้แป้งข้าวเจ้าผสมกับสตาร์ชดัดแปรในแป้งข้าวเจ้าอัตราส่วน 80:20 และแป้งข้าวเจ้าผสมกับสตาร์ชดัดแปรในแป้งข้าวเหนียวอัตราส่วน 90:10 ในการชุบอาหารทอดแช่เยือกแข็งพบว่า แป้งผสมทั้ง 2 แบบมีคุณสมบัติดังนี้คือ ปริมาณอะมิโลสร้อยละ 34.67 และ 34.84 อุณหภูมิเริ่มเกิดความหนืด 77.18 และ 76.88 องศาเซลเซียส ความหนืดสูงสุดขณะร้อน 398.0 และ 416.0 RVU ความหนืดลดลง 134.5 และ 143.0 RVU ตามลำดับ แป้งผสมทั้ง 2 แบบสามารถ กระจายตัวได้ดีในน้ำ ให้ความข้นหนืดได้ทันที ไม่หยด ควบคุมปริมาณ การเกาะติดอาหารได้ดี ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีสีเกือบน้ำตาลทอง มีการ เกาะติดดี การอมน้ำมันปานกลาง มีความกรอบสูง แป้งข้าวเจ้า ผสมกับสตาร์ชดัดแปรในแป้งข้าวเหนียวให้ความกรอบแบบกรอบ ร่วนเปราะซึ่งเป็นลักษณะที่ต้องการ เมื่อแช่เยือกแข็งแล้วนำมา ทอดอีกครั้ง แป้งผสมทั้ง 2 แบบมีคะแนนลักษณะรวม (คะแนนเต็ม 100) 74.2 และ 76.5 และมีคะแนนความชอบรวมเป็น 4.0 และ 4.2 ตามลำดับ (5 คะแนนทดสอบ) มากกว่าแป้งข้าวเจ้าที่มีคะแนน ลักษณะรวม 50.0 และคะแนนความชอบรวม 2.3 นอกจากนี้พบว่า เมื่อค่าเซตแบคของแป้งเพิ่มขึ้นปริมาณน้ำมันในผลิตภัณฑ์มีค่า เพิ่มขึ้นด้วย (r=0.726) เมื่อค่าความหนืดสูงสุด และความหนืด ลดลงของแป้งมีค่าเพิ่มขึ้น ค่าการแตกหักทางเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ มีค่าลดลง (r=-0.733 และ -0.813 ตามลำดับ) เมื่อผลิตภัณฑ์ มีค่าความเข้มสี ปริมาณน้ำมันและการแตกหักลดลง ผู้ทดสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์มีสีอ่อนลง ดูดซับน้ำมันลดลง และมีความกรอบสูง (r=0.674, 0.523 และ -0.408 ตามลำดับ) |
| บรรณานุกรม | : |
กมลทิพย์ มั่นภักดี . (2541). การดัดแปลสตาร์ชในแป้งข้าวเพื่อทำแป้งผสมสำหรับประกอบ อาหารทอดแช่เยือกแข็ง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กมลทิพย์ มั่นภักดี . 2541. "การดัดแปลสตาร์ชในแป้งข้าวเพื่อทำแป้งผสมสำหรับประกอบ อาหารทอดแช่เยือกแข็ง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กมลทิพย์ มั่นภักดี . "การดัดแปลสตาร์ชในแป้งข้าวเพื่อทำแป้งผสมสำหรับประกอบ อาหารทอดแช่เยือกแข็ง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. กมลทิพย์ มั่นภักดี . การดัดแปลสตาร์ชในแป้งข้าวเพื่อทำแป้งผสมสำหรับประกอบ อาหารทอดแช่เยือกแข็ง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
