ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และสะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับเอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille)

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และสะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับเอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille)
นักวิจัย : เรวดี ชูช่วย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28214
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้ต้องการทราบผลของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และสารสกัดจาก สะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) ต่อการตอบสนองของเห็บ (Rhipicephalus sanguineus Latreille) และการเปลี่ยนแปลงระดับเอนไซม์ทำลายพิษ บางชนิดของเห็บ เพื่อให้รู้กลไกการทำลายพิษ หลังจากที่เห็บ ได้รับสารสกัดทั้งสอง ในการศึกษานี้ได้ศึกษาการไล่เห็บจาก สารสกัดจากตะไคร้หอม และการตายของเห็บจากการใช้สารสกัด จากสะเดา เปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของระดับเอนไซม์ esterase, cholinesterase และ GSH ในแต่ละการทดลอง การสกัดสารจากพืชทั้งสองชนิดใช้วิธีการของกรมวิชาการเกษตร และทำการวิเคราะห์คุณภาพสารสกัดโดยวิธีการ Thin layer chromatography ก่อนศึกษาประสิทธิภาพ จากการทดลองสารสกัดจากตะไคร้หอม พบว่าที่ความ เข้มข้น 0.1 เปอร์เซ็นต์เหมาะสมที่จะทำให้เห็บหนีได้ดี โดย ให้ค่าสมการเส้นตรงของการหนีเป็น Y = 0.030 + 0.064 X และเมื่อผสมกับ 1 เปอร์เซ็นต์ TPP จะทำให้สมการการหนีของ เห็บเปลี่ยนเป็น Y = 0.108 + 0.071 X ที่ความเข้มข้น 0.01 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสารสกัดดังกล่าวจะทำให้การหนีของเห็บเป็น ระยะทาง 8.4(+,-)1.2 และ 8.6(+,-)2.1 เซนติเมตร ใน 120 วินาที และจากการวิเคราะห์ปฏิกิริยาของเอนไซม์ ทำลายพิษ พบว่าเอนไซม์ esterases, cholinesterase ลดลง 30 และ 60 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ GSH ไม่เปลี่ยนแปลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สารสกัดจากสะเดาที่ความเข้มข้น ระหว่าง 1-10 กรัม จะให้การตายระหว่าง 10.10(+,-)1.6 ถึง 52.6(+,-)11.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อผสมสาร 1 เปอร์เซ็นต์ TPP จะทำให้การตายเพิ่มเป็น 16.2(+,-)1.7 ถึง 74.4(+,-) 11.4 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ จากการวิเคราะห์ปฏิกิริยาเอนไซม์ ทำลายพิษ พบว่าเอนไซม์ esterase ลดลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อผสมสารเพิ่มประสิทธิภาพจะทำให้ปฏิกิริยาลดลงไปจาก เดิมอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วน GSH ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ จากการวิเคราะห์สมการ regression ระหว่างการ ไล่เห็บกับสารสกัดจากตะไคร้หอมในความเข้มข้น ต่างพบว่าได้ สมการเป็น Y = 6.13 + 1.09 X และค่า effective dose (ED) เป็น 0.01 เปอร์เซ็นต์ และสมการ regression ของ สารสกัดสะเดาต่อการตายของเห็บเป็น Y = -26.967 + 12.798 X ซึ่งจะได้ค่า LD(,50) เป็น 6.01 กรัมต่อลิตร และ correlation ระหว่างการไล่เห็บจากสารสกัดตะไคร้หอม และปฏิกิริยาเอนไซม์ esterase, cholinesterase จะเป็น -0.77 และ -0.65 ตามลำดับ ในขณะที่อัตราการตายของเห็บจากสารสกัดสะเดา และ esterase เป็น -0.88 ส่วน correlation ของการตอบสนอง ต่อสารสกัดทั้งสองไม่พบว่ามีความสัมพันธ์ต่อปฏิกิริยาของ GSH อย่างเด่นชัดแต่อย่างไร (r=0.09 และ 0.34 ตามลำดับ)

บรรณานุกรม :
เรวดี ชูช่วย . (2541). ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และสะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับเอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille).
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เรวดี ชูช่วย . 2541. "ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และสะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับเอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille)".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เรวดี ชูช่วย . "ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และสะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับเอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille)."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
เรวดี ชูช่วย . ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และสะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับเอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.