ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และ สะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับ เอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille)

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และ สะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับ เอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille)
นักวิจัย : เรวดี ชูช่วย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=28150
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้ต้องการทราบผลของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และสารสกัดจากสะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) ต่อการ ตอบสนองของเห็บ (Rhipicephalus sanguineus Latreille) และการเปลี่ยนแปลงระดับ เอนไซม์ทำลายพิษ บางชนิดของเห็บ เพื่อให้รู้กลไกการทำลายพิษ หลังจากที่เห็บได้รับสารสกัด ทั้งสอง ในการศึกษานี้ได้ศึกษาการไล่เห็บจากสารสกัดจากตะไคร้หอม และการตายของเห็บจาก การใช้สารสกัดจากสะเดา เปรียบเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของระดับเอนไซม์ esterase, cholinesterase และ GSH ในแต่ละการทดลอง การสกัดสารจากพืชทั้งสองชนิดใช้วิธีการ ของกรมวิชาการเกษตร และทำการวิเคราะห์คุณภาพสารสกัดโดยวิธีการ Thin layer chromatography ก่อนศึกษาประสิทธิภาพ จากการทดลองสารสกัดจากตะไคร้หอม พบว่าที่ความเข้มข้น 0.1 เปอร์เซ็นต์เหมาะสมที่จะ ทำให้เห็บหนีได้ดี โดยให้ค่าสมการเส้นตรงของการหนีเป็น Y = 0.030+0.064 X และเมื่อผสม กับ 1 เปอร์เซ็นต์ TPP จะทำให้สมการการหนีของเห็บเปลี่ยนเป็น Y = 0.108+0.071 ) ที่ ความเข้มข้น 0.01 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสารสกัดดังกล่าวจะทำให้การหนีของเห็บเป็นระยะทาง 8.4 (+,ฏ)1.2 และ 8.6(+,ฏ)2.1 เซนติเมตร ใน 120 วินาที และจากการวิเคราะห์ปฏิกิริยา ของเอนไซม์ทำลายพิษ พบว่าเอนไซม์ esterases, cholinesterase ลดลง 30 และ 60 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ GSH ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สารสกัดจากสะเดาที่ความ เข้มข้นระหว่าง 1-10 กรัม จะให้การตายระหว่าง 10.10(+,ฏ)1.6 ถึง 52.6(+,ฏ)11.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อผสมสาร 1 เปอร์เซ็นต์ TPP จะทำให้การตายเพิ่มเป็น 16.2(+,ฏ)1.7 และ 74.4(+,ฏ)11.4 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ จากการวิเคราะห์ปฏิกิริยาเอนไซม์ทำลายพิษ พบว่า เอนไซม์ esterase ลดลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อผสมสารเพิ่มประสิทธิภาพจะทำให้ ปฏิกิริยาลดลงไปจากเดิมอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วน GSH ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ จากการวิเคราะห์สมการ regression ระหว่างการไล่เห็บกับสารสกัดจากตะไคร้หอมใน ความเข้มข้น ต่างพบว่าได้สมการเป็น Y = 6.13+1.09 X และค่า effective dose (ED) เป็น 0.01 เปอร์เซ็นต์ และสมการ regression ของสารสกัดสะเดาต่อการตายของเห็บเป็น Y = -26.967+12.798 X ซึ่งจะได้ค่า LD(,50) เป็น 6.01 กรัมต่อลิตร และ correlation ระหว่างการไล่เห็บจากสารสกัดตะไคร้หอม และปฏิกิริยาเอนไซม์ esterase, cholinesterase จะเป็น -0.77 และ -0.65 ตามลำดับ ในขณะที่อัตราการตายของเห็บจากสารสกัดสะเดา และ esterase เป็น -0.88 ส่วน correlation ของการตอบสนองต่อสารสกัดทั้งสองไม่พบว่ามี ความสัมพันธ์ต่อปฏิกิริยาของ GSH อย่างเด่นชัดแต่อย่างไร (r = 0.09 และ 0.34 ตามลำดับ)

บรรณานุกรม :
เรวดี ชูช่วย . (2541). ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และ สะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับ เอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille).
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เรวดี ชูช่วย . 2541. "ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และ สะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับ เอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille)".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เรวดี ชูช่วย . "ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และ สะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับ เอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille)."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
เรวดี ชูช่วย . ประสิทธิภาพของสารสกัดจากตะไคร้หอม (Cymbopogon winterianus Jewitti) และ สะเดา (Azadirachta indica var. siamensis Valeton) กับการเปลี่ยนแปลงระดับ เอนไซม์ทำลายพิษในเห็บสุนัข (Rhipicephalus sanguineus Latreille). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.