| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการสร้างแบบประเมินค่าการรั่วซึมของอากาศผ่านทางประตู-หน้าต่าง และผนังของอาคารพักอาศัยที่มีการปรับอากาศ |
| นักวิจัย | : | สมพงษ์ นามทวีสุข |
| คำค้น | : | AIR INFILTRATION , EXTERNAL WIND SPEED , ENTHALPY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082546000718 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัญหาหนึ่งที่พบในอาคารพักอาศัยที่มีการปรับอากาศในประเทศไทยคือ การสูญเสียพลังงานเป็นจำนวนมากในการลดความร้อนและความชื้นที่รั่วซึมเข้ามากับอากาศภายนอกการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแบบประเมินค่าการรั่วซึมของอากาศ โดยศึกษาอิทธิพลของตัวแปรและหาความสัมพันธ์ของตัวแปรกับพลังงานที่ใช้ในการทำความเย็นเนื่องจากการรั่วซึมของอากาศ ขั้นตอนในการทำวิจัยประกอบด้วย การทดลองเก็บข้อมูลและศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการรั่วซึมของอากาศประตู-หน้าต่าง ผนังที่ทำการศึกษาได้แก่ ประตูกระจกเปลือยหน้าต่างบานเกล็ด ประตู-หน้าต่างบานเปิด ประตู-หน้าต่างบานเลื่อน ช่องแสงบานติดตายผนังไม้ตีซ้อนเกล็ด ผนังไม้อัด ผนังคอนกรีตมวลเบา ผนังก่ออิฐ และผนังระบบฉนวนกันความร้อนภายนอก ต่อจากนั้นหาความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วลมภายนอกกับอัตราการรั่วซึมของอากาศผ่านทางประตู-หน้าต่าง และผนัง และนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาสร้างสมการถดถอยแบบเป็นเส้นตรง และไม่เป็นเส้นตรงเพื่อทำนายค่าการรั่วซึมของอากาศ นำข้อมูลภูมิอากาศกรุงเทพฯ พ.ศ. 2543 มาคำนวณหาพลังงานตลอดทั้งปีที่สูญเสียจากการรั่วซึมของอากาศ ผลการศึกษาที่ได้ นำมาสร้างแบบประเมินโดยแบ่งค่าระดับเป็น 5 ระดับ โดยค่าระดับ 1 มีการสูญเสียพลังงานมากที่สุด และค่าระดับ 5 มีการสูญเสียพลังงานน้อยที่สุดประตู-หน้าต่าง ที่มีการสูญเสียพลังงานจากการรั่วซึมมากที่สุดคือประตูกระจกเปลือย(1666.83 Btu/hr.-m('2)) ค่าระดับ 2 คือหน้าต่างบานเกล็ด (955.39 Btu/hr.-m('2))ค่าระดับ 3 คือ ประตู-หน้าต่างบานเปิด (590.37 Btu/hr.-m('2)) ค่าระดับ 4 คือประตู-หน้าต่างบานเลื่อน (95.10 Btu/hr.-m('2)) ค่าระดับ 5 คือช่องแสงบานติดตาย(93.12 Btu/hr.-m('2)) และผนังที่มีการสูญเสียพลังงานจากการรั่วซึมมากที่สุด คือผนังไม้ตีซ้อนเกล็ด (955.39 Btu/hr.-m('2)) ค่าระดับ 2 คือผนังไม้อัด(50.73 Btu/hr.-m('2)) ค่าระดับ 3 คือผนังคอนกรีตมวลเบา (5.9 Btu/hr.-m('2))ค่าระดับ 4 คือผนังก่ออิฐ (0.13 Btu/hr.-m('2)) ค่าระดับ 5 คือผนังระบบฉนวนกันความร้อนภายนอก (0.05 Btu/hr.-m('2)) ในการทดสอบแบบประเมิน ได้เลือกบ้านพักอาศัยทั่วไปซึ่งใช้ผนังคอนกรีตมวลเบาหน้าต่างบานเปิด และบ้านไทยเดิมซึ่งใช้ผนังไม้ตีซ้อนเกล็ด หน้าต่างบานเปิด มาเป็นกรณีศึกษา พบว่า บ้านพักอาศัยทั่วไปมีค่าระดับอยู่ที่ 3 บ้านไทยเดิมมีค่าระดับอยู่ที่ 1เมื่อเปลี่ยนผนังและหน้าต่างชุดเดิมของอาคารทั้งสอง มาเป็นผนังระบบฉนวนกันความร้อนภายนอก และหน้าต่างบานเลื่อน แล้วทำการประเมินอีกครั้งพบว่า บ้านพักอาศัยทั่วไปและบ้านไทย มีค่าระดับอยู่ที่ 5 ผลการทดสอบนี้สรุปได้ว่าการใช้ประตู-หน้าต่างบานเลื่อนช่องแสงบานติดตาย และผนังระบบฉนวนกันความร้อนภายนอกจะช่วยลดการสูญเสียพลังงานจากการรั่วซึมของอากาศได้ดีกว่าประตู-หน้าต่าง และผนังประเภทอื่น ๆ |
| บรรณานุกรม | : |
สมพงษ์ นามทวีสุข . (2546). แนวทางการสร้างแบบประเมินค่าการรั่วซึมของอากาศผ่านทางประตู-หน้าต่าง และผนังของอาคารพักอาศัยที่มีการปรับอากาศ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมพงษ์ นามทวีสุข . 2546. "แนวทางการสร้างแบบประเมินค่าการรั่วซึมของอากาศผ่านทางประตู-หน้าต่าง และผนังของอาคารพักอาศัยที่มีการปรับอากาศ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมพงษ์ นามทวีสุข . "แนวทางการสร้างแบบประเมินค่าการรั่วซึมของอากาศผ่านทางประตู-หน้าต่าง และผนังของอาคารพักอาศัยที่มีการปรับอากาศ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2546. Print. สมพงษ์ นามทวีสุข . แนวทางการสร้างแบบประเมินค่าการรั่วซึมของอากาศผ่านทางประตู-หน้าต่าง และผนังของอาคารพักอาศัยที่มีการปรับอากาศ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2546.
|
