ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินประสิทธิภาพผนังอาคารที่มีมวลสารปานกลางในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินประสิทธิภาพผนังอาคารที่มีมวลสารปานกลางในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น
นักวิจัย : จอม รำจวนจร
คำค้น : MEDIUM MASS EXTERNAL WALL , HEAT TRANSFER , AIR INFILTRATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082548000895
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เป็นการทดลองในสภาพการใช้งานจริง เพื่อศึกษาพฤติกรรมการถ่ายเทความร้อนและความชื้นของผนังมวลสารปานกลาง (น้ำหนัก 51-195 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) 4 ประเภทในอาคารปรับอากาศ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (U value) ระหว่าง 0.3-0.6 Btu/hr.ft('2).('0)Fได้แก่ 1) ผนังอิฐมอญหนา 4 นิ้ว (U = 0.56 Btu/hr.ft('2). ('0F) 2) ผนังคอนกรีตมวลเบา(U = 0.23 Btu/hr.ft('2).('0)F) 3) ผนังอิฐมอญหนา 4 นิ้วติดฉนวน 3"-EIFS (Exterior Insulationand Finished System) (U = 0.057 Btu/hr.ft('2).('0)F) 4) ผนังคอนกรีตมวลเบาติดฉนวน3"-EIfS (U = 0.051 Btu/hr.ft('2).('0)F) การศึกษาพฤติกรรมการถ่ายเทความร้อน พบว่า ผนังมวลสารปานกลาง มีระยะเวลาการหน่วงเหนี่ยวความร้อน (Time Lag) อยู่ระหว่าง 3-4 ชั่วโมง กรณีปรับอากาศ 24 ชั่วโมงผนังมวลสารปานกลางที่ไม่ติดฉนวนและติดฉนวน สามารถลดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิอากาศภายนอกและภายในช่วงสูงสุดลงได้ร้อยละ 30-40 และร้อยละ 80-85 ตามลำดับ กรณีเปิดเครื่องปรับอากาศช่วงเวลา 8:00-18:00 น. ผนังที่ติดฉนวน 3"-EIFS สามารถชะลอการถ่ายเทความร้อนสูงสุดให้เกิดขึ้นช่วงเวลา 18:00 น. โดยมีอัตราการถ่ายเทความร้อนเฉลี่ยของผนังอิฐมอญหนา 4 นิ้ว (14-17 Btu/hr.ft('2)) ผนังคอนกรีตมวลเบา (12-13 Btu/hr.ft('2)) ผนังอิฐมอญหนา 4 นิ้วติดฉนวน 3"-EIFS (17-19 Btu/hr.ft('2)) และผนังคอนกรีตมวลเบาติดฉนวน3"-EIFS (16-17 Btu/hr.ft('2)) กรณีปิดเครื่องปรับอากาศช่วงเวลา 20:00-6:00 น. ผนังมวลสารปานกลางจะคายความร้อนที่สะสมในช่วงเวลากลางวัน ส่งผลต่อการเพิ่มภาระการทำความเย็นในช่วงเริ่มเปิดเครื่องปรับอากาศ โดยมีอัตราการถ่ายเทความร้อนสูงสุดของผนังอิฐมอญหนา 4 นิ้ว (7-8 Btu/hr.ft('2)) ผนังคอนกรีตมวลเบา (6-7 Btu/hr.ft('2)) ผนังอิฐมอญหนา 4 นิ้วติดฉนวน 3"-EIFS (5-6 Btu/hr.ft('2)) และผนังคอนกรีตมวลเบาติดฉนวน3"-EIFS (4-5 Btu/hr.ft('2)) การศึกษาพฤติกรรมการถ่ายเทความชื้นจากการรั่วซึมของอากาศพบว่า ผนังอิฐมอญหนา 4 นิ้ว และผนังคอนกรีตมวลเบามีภาระการทำความเย็นจากการรั่วซึมของอากาศเฉลี่ย 1.76 และ 4.92 Btu/hr.ft('2) ตามลำดับ เมื่อติดฉนวน 3"-EIFS ผนังอิฐมอญหนา 4 นิ้วและผนังคอนกรีตมวลเบามีภาระการทำความเย็นจากการรั่วซึมของอากาศเฉลี่ยลดลง1.13 และ 4.22 Btu/hr.ft('2) ตามลำดับ ผลการวิจัยสรุปว่า กรณีปรับอากาศ 24 ชั่วโมง เมื่อไม่พิจารณาภาระการทำความเย็นในช่วงเริ่มเปิดเครื่องปรับอากาศ ผนังที่มีการติดฉนวน 3"-EIFS ของทุกมวลสารจะมีภาระการทำความเย็นใกล้เคียงกัน แต่ในกรณีเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศพบว่า ผนังมวลสารปานกลางจะมีภาระการทำความเย็นในช่วงเริ่มเปิดเครื่องปรับอากาศสูงกว่าผนังมวลสารน้อย 2 เท่าและต่ำกว่าผนังมวลสารมาก 1.5 เท่า

บรรณานุกรม :
จอม รำจวนจร . (2548). การประเมินประสิทธิภาพผนังอาคารที่มีมวลสารปานกลางในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จอม รำจวนจร . 2548. "การประเมินประสิทธิภาพผนังอาคารที่มีมวลสารปานกลางในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จอม รำจวนจร . "การประเมินประสิทธิภาพผนังอาคารที่มีมวลสารปานกลางในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2548. Print.
จอม รำจวนจร . การประเมินประสิทธิภาพผนังอาคารที่มีมวลสารปานกลางในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2548.