ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมการใช้สื่อของเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมการใช้สื่อของเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง
นักวิจัย : พัชรา ถาวร
คำค้น : MEDIA BEHAVIOR , JUVENILE DELINQUENT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082545000420
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อ และปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้สื่อของเยาวชนกระทำผิดกฏหมาย เก็บข้อมูลจากเยาวชนกระทำผิดกฏหมายในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง จำนวน 400 คนกลุ่มตัวอย่างเป็นเยาวชนชาย 320 คน เยาวชนหญิง 80 คน เยาวชนมีอายุระหว่าง 15-18 ปีประชากรตัวอย่างได้มาจากการสุ่มตัวอย่างโดยแบ่งลักษณะของตัวอย่างก่อน เครื่องมือในการวิจัยนี้ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล, แบบสอบถามบุคลิกภาพ และแบบสอบถามพฤติกรรมการใช้สื่อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS ผลการวิจัยพบว่า 1. พฤติกรรมการใช้สื่อของเยาวชน พบว่า ความบ่อยครั้งในการเปิดรับสื่อของเยาวชนมีความบ่อยครั้งในการดูโทรทัศน์มากที่สุดมีค่าเฉลี่ย 4.38 จากค่าคะแนนเฉลี่ย 1-5 มีความนิยมในเนื้อหาสื่อมวลชนประเภทดนตรีมากที่สุดมีค่าเฉลี่ย 3.50 มีความนิยมในเนื้อหาสื่อเกมคอมพิวเตอร์/วิดีโอเกมประเภทเกมแข่งขันกีฬามากที่สุดมีค่าเฉลี่ย 3.10 จากค่าคะแนนเฉลี่ย 1-4 บุคคลที่ชอบปรึกษาด้วยเป็นลำดับแรกคือมารดาร้อยละ 34.5 บิดาร้อยละ 28.3และเนื้อหาที่ชอบปรึกษาด้วยมากที่สุดคือ การเงินร้อยละ 47.0 เยาวชนมีความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านพักผ่อนคลายอารมณ์มากที่สุดมีค่าเฉลี่ย 3.65 มีความพึงพอใจสื่อเกมคอมพิวเตอร์/วิดีโอเกมด้านทำให้ได้เรียนรู้ ฝึกสมองและทักษะมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.20มีความพึงพอใจสื่อบุคคลด้านทำให้คลายเหงาและรู้สึกดีกับตัวเองมากที่สุด ค่าเฉลี่ย3.36 จากค่าคะแนนเฉลี่ย 1-4 2. ปัจจัยด้านบุคลิกภาพ 2.1 บุคลิกภาพแบบ Persistence มีความสัมพันธ์ทางลบกับความบ่อยครั้งในการดูโทรทัศน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01, กับความบ่อยครั้งในการดูภาพยนต์/วิดีโอ และกับความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2.2 บุคลิกภาพแบบ Reward dependence มีความสัมพันธ์ทางบวก กับความบ่อยครั้งในการดูโทรทัศน์, ความบ่อยครั้งในการอ่านหนังสือ,ความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านการพักผ่อนคลายอารมณ์ และการลืมความทุกข์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และกับความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านการฆ่าเวลา, ความพึงพอใจสื่อบุคคลด้านทำให้คลายเหงาและรู้สึกดีกับตัวเอง เพื่อต้องการได้รับความรักความเข้าใจและทำให้ได้ประสบการณ์สำหรับการดำเนินชีวิต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01มีความสัมพันธ์ทางลบ กับความนิยมในเนื้อหาสื่อเกมคอมพิวเตอร์/วิดีโอเกม ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2.3 บุคลิกภาพแบบ Noveltyseeking มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความนิยมในเนื้อหาสื่อมวลชนเรื่องเพศ, สงครามการต่อสู้ และความนิยมในเนื้อหาสื่อเกมคอมพิวเตอร์/วิดีโอเกมเรื่องการต่อสู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และกับความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีความสัมพันธ์ทางลบกับความนิยมในเนื้อหาสื่อมวลชนด้านสุขภาพจิตวัยรุ่น และกับความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และกับความนิยมในเนื้อหาสื่อมวลชนเรื่องการใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่, ความพึงพอใจสื่อบุคคลด้านต้องการได้รับความรักและความเข้าใจ และกับความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านการลืมความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2.4 บุคลิกภาพแบบ Harm avoidance มีความสัมพันธ์ทางลบกับความนิยมในเนื้อหาสื่อมวลชนเรื่องสงครามการต่อสู้, ความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง, การได้รับข่าวสารความรู้, สถานการณ์ในการใช้สื่อทำให้เกิดการรวมกลุ่ม, ความพึงพอใจสื่อบุคคล ด้านทำให้ได้ประสบการณ์สำหรับการดำเนินชีวิต, ความพึงพอใจสื่อเกมคอมพิวเตอร์/วิดีโอเกมด้านทำให้ได้เรียนรู้ฝึกสมองทักษะและด้านทำให้ช่วยผ่อนคลายความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01, ความพึงพอใจสื่อเกมคอมพิวเตอร์/วิดีโอเกมด้านทำให้เกิดสถานการณ์การรวมกลุ่ม, ทำให้รู้สึกตื่นเต้นและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์,ความนิยมในเนื้อหาสื่อเกมคอมพิวเตอร์/วิดีโอเกมประเภทกีฬา, ความนิยมในเนื้อหาสื่อมวลชนเรื่องเพศ และความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านการลืมความทุกข์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. ปัจจัยด้านเพศพบว่า เพศหญิงมีการฟังวิทยุมากกว่าเพศชายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และมีความนิยมในเนื้อหาสื่อมวลชนประเภทดนตรีและโฆษณาสินค้าทันสมัยมากกว่าเพศชายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เพศชายมีความนิยมในเนื้อหาสื่อมวลชนประเภทกามารมณ์, สงครามการต่อสู้และมีความนิยมในเนื้อหาสื่อเกมคอมพิวเตอร์/วิดีโอเกมประเภทเกมการต่อสู้มากกว่าเพศหญิงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 4. ปัจจัยการใช้สารเสพติดของเยาวชน พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้สารเสพติด มีความนิยมในเนื้อหาสื่อมวลชน ด้านกามารมณ์มากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่ใช้สารเสพติดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 5. ปัจจัยลักษณะการอบรมเลี้ยงดูเยาวชน พบว่า เยาวชนที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบลงโทษรุนแรงมีความพึงพอใจสื่อมวลชนด้านเป็นเพื่อนคลายเหงาน้อยกว่าเยาวชนที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบพูดจาตักเตือนดีๆ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

บรรณานุกรม :
พัชรา ถาวร . (2545). พฤติกรรมการใช้สื่อของเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชรา ถาวร . 2545. "พฤติกรรมการใช้สื่อของเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัชรา ถาวร . "พฤติกรรมการใช้สื่อของเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
พัชรา ถาวร . พฤติกรรมการใช้สื่อของเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.