| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตัวเหลืองผิดปรกติในทารกแรกเกิดกลุ่มเลือดเอหรือบีที่คลอดจากมารดากลุ่มเลือดโอ |
| นักวิจัย | : | ชุลีกร อิ้วตกส้าน |
| คำค้น | : | PATHOLOGIC JAUNDICE , NEONATAL HYPERBILIRUBINEMIA , ABO INCOMPATIBILTY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000753 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาค่าความเสี่ยงสัมพัทธ์ของปัจจัยต่าง ๆ ต่อการเกิดภาวะระดับบิลิรูบินสูงผิดปรกติในทารกกลุ่มเลือดเอหรือบี ที่คลอดจากมารดากลุ่มเลือดโอคือ 1. ระดับแอนติบอดีต่อกลุ่มเลือดเอบีโอ ในมารดากลุ่มเลือดโอ 2. ผลการตรวจDirect Coombs' Test (DCT) ในเลือดจากรก 3. ระดับความเข้มข้นฮีโมโกบินในเลือดจากรก รูปแบบการวิจัย การวิจัยแบบสังเกตเชิงวิเคราะห์แบบไปข้างหน้า สถานที่ศึกษา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประชากรที่ศึกษา มารดากลุ่มเลือดโอและทารกที่มาคลอดในห้องคลอด ร.พ.จุฬาลงกรณ์ระหว่างวันที่ 1 ก.ย. ถึง 31 ธงค. 2544 โดยการสุ่มวิธี convenient sampling วิธีการศึกษา เก็บตัวอย่างเลือดจากมารดากลุ่มเลือดโอ และเลือดจากรกของเด็กแรกคลอดครบกำหนด จำนวน 66 ราย เพื่อส่งตรวจกลุ่มเลือดเอบีโอ, อาร์ เอช DCT, CBCและภาวะพร่องเอนไซม์จี6พีดี ทารกที่มารดากลุ่มเลือดโอ จะได้รับการตรวจร่างกายและวัดระดับบิลิรูบินโดยเครื่องมือวัดผ่านผิวหนัง 2 ครั้ง ภายใน 24 ชม. และ 48 ชม.และตรวจระดับแอนติบอดีต่อกลุ่มเลือดเอบีโอในเลือดมารดาต่อไปถ้าทารกมีกลุ่มเลือดเอหรือบี ทารกที่มีภาวะระดับบิลิรูบินสูงผิดปรกติจะได้รับการรักษาด้วยการส่องไฟทันทีที่มีข้อบ่งชี้ ผลการศึกษา มารดากลุ่มเลือดโอ ที่เข้าตามเกณฑ์การคัดเลือก 66 ราย ให้กำเนิดทารกกลุ่มเลือดโอ 31 ราย (ร้อยละ 47), กลุ่มเลือดเอ 13 ราย (ร้อยละ 20) และกลุ่มเลือดบี 22 ราย (ร้อยละ 33) ระดับฮีโมโกลบินเฉลี่ยในเลือดจากรก =15.40(+,ฑ)1.92 กรัม/ดล. ระดับฮีโมโกลบินเฉลี่ยของทารกกลุ่มเลือดโอ เทียบกับทารกกลุ่มเลือดเอหรือบี ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ค่าเฉลี่ยฮีโมโกลบิน15.40(+,ฑ)1.89, 15.53(+,ฑ)1.99 กรัม/ดล., P=0.807) ระดับบิลิรูบินเฉลี่ยขณะอายุ 0-24,24-48 ชม. = 5.75 (+,ฑ) 2.11, 8.39 (+,ฑ) 2.85 มก./ดล. ตามลำดับ ทารก 15 ราย(ร้อยละ 22.7) มีภาวะระดับบิลิรูบินสูงผิดปรกติ ซึ่งเป็นทารกกลุ่มเลือดเอหรือบี 13 ราย(ร้อยละ 37 ของทารกกลุ่มเลือดเอหรือบี) ซึ่ง 12 ราย (ร้อยละ 92 ของทารกกลุ่มเลือดเอหรือบีที่มีระดับบิลิรูบินสูงผิดปรกติ) มีข้อบ่งชี้ต้องทำการรักษาด้วยวิธีส่องไฟ ทารกกลุ่มเลือดโอ 2 ราย มีระดับบิลิรูบินสูงผิดปรกติ แต่ไม่ต้องการการรักษาใด ๆ ทารกที่กลุ่มเลือดเอหรือบี เสี่ยงต่อการเกิดภาวะระดับบิลิรูบินสูงผิดปรกติเป็น 5.6 เท่าของทารกกลุ่มเลือดโอ ค่าความเชื่อมั่น 95% อยู่ระหว่าง 1.41 ถึง 23.52 เท่า และถ้าทารกกลุ่มเลือดเอหรือบีนี้มีฮีโมโกลบิน < 15 กรัม/ดล. จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะระดับบิลิรูบินสูงผิดปรกติ 2.97 เท่าของทารกกลุ่มเลือดเอหรือบี ที่มีฮีโมโกลบิน(+,ณ) 15 กรัม/ดล. ค่าความเชื่อมั่น 95% อยู่ระหว่าง 1.07 ถึง 8.26 เท่า ไม่พบว่าทารกที่คลอดจากมารดาที่มีระดับแอนติบอดีเอบีโอ (+,ฃ) 1:32 มีภาวะบิลิรูบินสูงผิดปรกติ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบ DCT ในเลือดจากรกให้ผลบวกกับการเกิดภาวะบิลิรูบินสูงผิดปรกติ ในการศึกษานี้ไม่สามารถสรุปได้เนื่องจากมีจำนวนตัวอย่างเพียง26 ราย ผลสรุป ทารกกลุ่มเลือดเอหรือบี ที่คลอดจากมารดากลุ่มเลือดโอ และมีฮีโมโกลบินในเลือกจากรก < 15 กรัม/ดล. เสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะระดับบิลิรูบินสูงผิดปรกติ การตรวจเลือดจากรกอาจมีความสำคัญในการตรวจหาทารกกลุ่มเลือดเสี่ยงต่อภาวะระดับบิลิรูบินสูงผิดปรกติ |
| บรรณานุกรม | : |
ชุลีกร อิ้วตกส้าน . (2544). ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตัวเหลืองผิดปรกติในทารกแรกเกิดกลุ่มเลือดเอหรือบีที่คลอดจากมารดากลุ่มเลือดโอ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชุลีกร อิ้วตกส้าน . 2544. "ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตัวเหลืองผิดปรกติในทารกแรกเกิดกลุ่มเลือดเอหรือบีที่คลอดจากมารดากลุ่มเลือดโอ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชุลีกร อิ้วตกส้าน . "ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตัวเหลืองผิดปรกติในทารกแรกเกิดกลุ่มเลือดเอหรือบีที่คลอดจากมารดากลุ่มเลือดโอ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ชุลีกร อิ้วตกส้าน . ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตัวเหลืองผิดปรกติในทารกแรกเกิดกลุ่มเลือดเอหรือบีที่คลอดจากมารดากลุ่มเลือดโอ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
