ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการทำแห้งโดยใช้ลมร้อนต่อปริมาณบีตา-แคโรทีนในแครอท

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการทำแห้งโดยใช้ลมร้อนต่อปริมาณบีตา-แคโรทีนในแครอท
นักวิจัย : สิริมา สุขพรรณ์
คำค้น : AIR DRYING , DRIED CARROT , BETA-CAROTENE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000151
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณบีตา-แคโรทีนที่สูญเสียระหว่างกระบวนการอบแห้ง และหาแนวทางในการรักษาปริมาณบีตา-แคโรทีนให้คงอยู่ในผลิตภัณฑ์ให้มากที่สุด ในขั้นตอนแรกได้ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการลวกแครอทรูปลูกเต๋า ขนาด 1x1x1 cm('3) โดยใช้ไอน้ำ พบว่า เวลาในการลวกที่เหมาะสมคือ 4 นาที จากนั้นหาความเข้มข้นของสารละลาย corn starch ที่เหมาะสมต่อการชุบเคลือบแครอท พบว่า การชุบเคลือบแครอทด้วยสารละลาย corn starch2.5% (w/v) สามารถรักษาปริมาณบีตา-แคโรทีนได้เป็นปริมาณสูงและผลิตภัณฑ์มีลักษณะปรากฎที่ดี ต่อมาศึกษาผลของการชะล้าง soluble solid การแช่สารละลายโซเดียมซัลไฟต์ ความเข้มข้น 1% (w/v) และการชุบเคลือบแครอทด้วยcorn starch ความเข้มข้น 2.5% พบว่า การชะล้าง soluble solid จะทำให้เกิดการสูญเสียบีตา-แคโรทีนมากขึ้น ส่วนการใช้โซเดียมซัลไฟต์ ความเข้มข้น1% ร่วมกับการชุบเคลือบแครอทด้วย corn starch ความเข้มข้น 2.5% สามารถรักษาปริมาณบีตา-แคโรทีนไว้ได้มากที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ (p(+,<)0.05) จากนั้นศึกษาเวลาและอุณหภูมิที่เหมาะสมในการอบแห้งแครอท แปรอุณหภูมิที่ใช้เป็น 3 ระดับคือ 60 และ 55 องศาเซลเซียส 70 และ 65 องศาเซลเซียส และ 80 และ 75องศาเซลเซียส พบว่า การอบแห้งที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 100 นาทีแล้วลดอุณหภูมิเป็น 65 องศาเซลเซียส อบต่อเป็นเวลา 50 นาที จะให้ผลการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส ค่าสี ค่าความแน่นเนื้อ และปริมาณบีตา-แคโรทีนสูง จึงเลือกตัวอย่างนี้เพื่อใช้ในการทดลองขั้นต่อไป โดยทำการหาองค์ประกอบทางเคมีปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และน้ำหนักหลังการคืนรูปของผลิตภัณฑ์แครอทอบแห้งพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความชื้น 4.13% โปรตีน 9.03% ไขมัน 2.03% คาร์โบไฮเดรต66.12% เถ้า 7.47% เส้นใย 11.21% ปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์คงเหลือ 1464.95 ppm.ปริมาณบีตา-แคโรทีน 232.65 (+,m)g./g. ซึ่งคิดเป็น 50.37% เมื่อเทียบกับปริมาณบีตา-แคโรทีนในแครอทสด จากนั้นทำการศึกษาผลของค่า water activity(a(,w)) ที่มีต่อปริมาณบีตา-แคโรทีน ในช่วง a(,w) 0.42-0.65 พบว่า แครอทอบแห้งที่มีค่า a(,w) ต่ำ อย่างมีนัยสำคัญ (p(+,<)0.05) สำหรับการศึกษาการเปลี่ยนแปลงระหว่างการเก็บรักษาในสภาวะสุญญากาศ พบว่าปริมาณบีตา-แคโรทีนมีแนวโน้มลดลงเมื่อทำการเก็บรักษาเป็นเวลานานขึ้น โดยเริ่มมีความแตกต่างทางสถิติ (p(<,=)0.05) ภายหลังการเก็บรักษาเป็นเวลา 2 เดือน ปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมดและปริมาณยีสต์และราน้อยกว่า 100 โคโลนี/กรัม

บรรณานุกรม :
สิริมา สุขพรรณ์ . (2541). ผลของการทำแห้งโดยใช้ลมร้อนต่อปริมาณบีตา-แคโรทีนในแครอท.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สิริมา สุขพรรณ์ . 2541. "ผลของการทำแห้งโดยใช้ลมร้อนต่อปริมาณบีตา-แคโรทีนในแครอท".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สิริมา สุขพรรณ์ . "ผลของการทำแห้งโดยใช้ลมร้อนต่อปริมาณบีตา-แคโรทีนในแครอท."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
สิริมา สุขพรรณ์ . ผลของการทำแห้งโดยใช้ลมร้อนต่อปริมาณบีตา-แคโรทีนในแครอท. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.