ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเลือกสายพันธุ์และการเพาะเลี้ยง Dunaliella salina(Chorophyceae) เพื่อการผลิตเบตาคาโรทีน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเลือกสายพันธุ์และการเพาะเลี้ยง Dunaliella salina(Chorophyceae) เพื่อการผลิตเบตาคาโรทีน
นักวิจัย : สรวิศ เผ่าทองศุข
คำค้น : DUNALIELLA SALINA , STRAIN SELECTION , CULTURE , BETA-CAROTENE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2535
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082535000824
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การคัดเลือกสายพันธุ์ และการเพาะเลี้ยง Dunaliella salinaที่ให้ผลผลิตเบตาคาโรทีนสูงแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ (1) การสำรวจภาคสนามและเก็บตัวอย่างน้ำจากนาเกลือในจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทราจันทบุรี และสมุทรสงคราม (2) คัดเลือกสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเบาตาคาโรทีนสูง (3) ทอลองหาสภาวะการเพาะเลี้ยงที่เหมาะสมต่อการเจริญและการผลิตเขตาคาโรทีนในห้องปฏิบัติการ และ (4) การเพาะเลี้ยงมหมวลในบ่อกลางแจ้ง พบว่าเมื่อความเค็มในนาเกลือสูงขึ้น ปริมาณไนเตรทและฟอสเฟตในน้ำจะเพิ่มขึ้นในขณะที่ pH ลดลง และจำนวนเซลล์ D.salinaมีความหนาแน่นสูงสูด (1.5x10('4) cell/ml ) ที่ความเค็ม 300 pptจาการแยกสายพันธุ์ D.salina เพื่อการเพาะเลี้ยงจำนวน 6 สายพันธุ์จากน้ำนาเกลือจังหวัดสมุทรสงครามด้วยวิธี single cell isolationนำมาเพาะเลี้ยงแบบ monoclonal culture ในอาหารเลี้ยงเชื้อสูตร J/1ที่ 3 ระดับความเค็มคือ 10, 20 และ 30% NaC1 (w/v) ความเข้มแสง20,000 ลักซ์ พบว่าสายพันธุ์ DS91008 ให้ปริมาณคาโรทีนอยด์สูงที่สุด80.4 pg/cell ที่ความเค็ม 30% NaC1 การทดลองเลี้ยงสาหร่ายที่ความเข้มแสง 5,000, 10,000 และ15,000 ลักซ์ พบว่า D. salina มีอัตราการเจริญไม่แตกต่างกันแต่ปริมาณคาโรทีนอยด์จะเพิ่มขึ้นเมื่อความเข้มแสงสูงขึ้นและเซลล์จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ในขณะที่การลดปริมาณไนเตรทจะทำให้อัตราการเจริญลดลง และปริมาณคาโรทีนอยด์เพิ่มขึ้น วิเคราะห์พบว่าคาโรทีนอยด์เกือบทั้งหมด (98%)คือเบตาคาโรทีน ที่ระดับความเข้มข้นของ KNO(,3)0.1 g/1 (10% ของสูตร J/1) และความเข้มแสง 20,000 ลักซ์ D. salina สามารถสะสมคาโรทีนอยด์ได้ถึง 137.2 pg/cell หรือ 12% เบตาคาโรทีน ต่อน้ำหนักแห่งที่ปราศจาเถ้า (ash free dry weight (AFDW)) สำหรับปริมาณฟอสเฟตและ pH มีผลต่ออัตราการเจริญแต่ไม่มีผลต่อปริมาณคาโรทีนอยด์ ทดลองเพาะเลี้ยง D. salina ในบ่อเลี้ยงสาหร่ายกลางแจ้งขนาด 9.1 m('2) ความลึก 20 ซม. มีใบพัดหมุนเวียนในบ่อให้มีสภาวะแวดล้อมสม่ำเสมอกัน ได้ค่าอัตราการเจริญจำเพาะของสาหร่ายเท่ากับ0.15 หรือใช้เวลา 4.62 วันในการแบ่งเซลล์เป็นสองเท่า ได้ผลผลิตสาหร่ายสูงสุด 12.04 กรัม/ตรม. ในวันที่ 22 ของการเพาะเลี้ยง และได้เปรียบเทียบวิธีการทำสาหร่ายแห้งด้วยวิธี freeze dry และวิธีนำไปอบที่ 70 องศาเซลเซียส พบว่าสาหร่ายแห่งที่ผ่านการ freeze dry จะมีปริมาณเบตาคาโรทีน 5.9% (AFDW) ในขณะที่สาหร่ายที่อบแห้งมีปริมาณเบตาคาโรทีนเพียง 1.9% (AFDW)

บรรณานุกรม :
สรวิศ เผ่าทองศุข . (2535). การเลือกสายพันธุ์และการเพาะเลี้ยง Dunaliella salina(Chorophyceae) เพื่อการผลิตเบตาคาโรทีน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สรวิศ เผ่าทองศุข . 2535. "การเลือกสายพันธุ์และการเพาะเลี้ยง Dunaliella salina(Chorophyceae) เพื่อการผลิตเบตาคาโรทีน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สรวิศ เผ่าทองศุข . "การเลือกสายพันธุ์และการเพาะเลี้ยง Dunaliella salina(Chorophyceae) เพื่อการผลิตเบตาคาโรทีน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print.
สรวิศ เผ่าทองศุข . การเลือกสายพันธุ์และการเพาะเลี้ยง Dunaliella salina(Chorophyceae) เพื่อการผลิตเบตาคาโรทีน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.