| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาผลของยามีเจสตรอล อะซีเตทในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะผ่ายผอม |
| นักวิจัย | : | วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ |
| คำค้น | : | ANOREXIA , APPETITE , CACHEXIA , MEGETROL , NEOPLASMS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000364 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามจำนวนมาก จะประสบกับภาวะน้ำหนักตัวลดลงเป็นผลเกี่ยวเนื่องจากโรคมะเร็ง เรียกว่าภาวะผ่ายผอมจากโรคมะเร็ง การรักษาผู้ป่วยในระยะนี้โดยทั่วไปจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แนวทางการรักษาจึงมุ่งเน้นไปยังวิธีการรักษาแบบประคับประคอง ยามีเจสตรอล อะซีเตทซึ่งเป็นอนุพันธ์โปรเจสโตรเจนชนิดหนึ่ง ถูกพบว่ามีฤทธิกระตุ้นภาวะเจริญอาหาร และสามารถเพิ่มน้ำหนักตัวผู้ป่วยที่มีภาวะผ่ายผอมได้ ขนาดที่ใช้จากการศึกษาในอดีตมักใช้มากกว่า 160 มก. ต่อวัน กลไกในการออกฤทธิ์ยังไม่ทราบชัดเจน การศึกษานี้ได้ศึกษาผลของมีเจสตรอล อะซีเตท 2 ขนาดขนาดมาตราฐาน 160 มก. ต่อวัน และขนาดต่ำกว่ามาตราฐาน 40มก. ต่อวัน มีผู้ป่วยเข้าทำการศึกษาทั้งหมด 28 ราย แบ่งเป็นชาย 18 คน และหญิง 10 คน ประกอบด้วยผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด 17 ราย มะเร็งตับ 5 ราย และมะเร็งชนิดอื่น ๆ อีก 8ราย ผู้ป่วยทุกรายมีน้ำหนักตัวลดลงมากกว่าร้อยละ 5 ก่อนเริ่มทำการศึกษา ผู้ป่วยทั้งหมดจะถูกแบ่งอย่างสุ่มเพื่อทำการศึกษายาทั้ง 5 ขนาดข้างต้นและได้รับการติดตามผลการรักษาที่ 4 สัปดาห์หลังการรักษา ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มมีค่าเฉลี่ยของร้อยละน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงลดลง โดยลดลงในกลุ่ม 40 มก. 2.48 +(,-) 4.8 และกลุ่ม 160มก. ลดลง 1.98 +(,-) 5.1 อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยในกลุ่ม40 มก. มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 21.4 ค่าเส้นรอบวงที่กึ่งกลางแขนและความหนาของผิวหนังที่บริเวณกล้ามเนื้อ triceps มีค่าลดลงในกลุ่ม 160 มก. กลุ่ม 40 มก.มีค่าความหนาของผิวหนังบริเวณกล้ามเนื้อ triceps เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่มีค่าเส้นรอบวงกึ่งกลางแขนลดลง ผลการประเมินคุณภาพชีวิตและภาวะเจริญอาหารโดยใช้แบบสอบถามและประเมินสภาวะทางร่างกายโดยแพทย์พบว่า ทั้ง 2 กลุ่ม มีค่าเฉลี่ยของคะแนนเปลี่ยนแปลงดีขึ้น โดยมีค่าเฉลี่ยดีขึ้นมากกว่าในกลุ่มที่ได้รับยาขนาด 160 มก. ต่อวัน ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีร่วมด้วย จะพบน้ำหนักตัวลดลงคิดเป็นร้อยละ 46.2 ของจำนวนผู้ป่วย เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาร่วม คิดเป็นร้อยละ 13.3 ของจำนวนผู้ป่วย การศึกษานี้พบว่ายามีเจสตรอล อะซีเตทในขนาดมาตราฐานสามารถเพิ่มน้ำหนักตัวผู้ป่วยที่มีภาวะผ่ายผอมจากโรคมะเร็งได้มีประสิทธิภาพมากกว่าขนาดต่ำกว่า รวมทั้งสามารถกระตุ้นภาวะเจริญอาหารและเพิ่มคะแนนจากแบบสอบถามประเมินคุณภาพชีวิตได้ดีกว่า ผลข้างเคียงจากการใช้ยาทั้ง 2 ขนาดพบน้อยมาก ยามีเจสตรอล อะซีเตทในขนาด 160 มก. ต่อวันเป็นขนาดที่เหมาะสมกว่าขนาดที่ต่ำกว่าในการเริ่มต้นบำบัดภาวะผ่ายผอมจากโรคมะเร็ง |
| บรรณานุกรม | : |
วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ . (2539). การศึกษาผลของยามีเจสตรอล อะซีเตทในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะผ่ายผอม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ . 2539. "การศึกษาผลของยามีเจสตรอล อะซีเตทในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะผ่ายผอม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ . "การศึกษาผลของยามีเจสตรอล อะซีเตทในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะผ่ายผอม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ . การศึกษาผลของยามีเจสตรอล อะซีเตทในผู้ป่วยมะเร็งที่มีภาวะผ่ายผอม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
