| ชื่อเรื่อง | : | ความคิดเห็นของผู้อยู่อาศัยและผู้บริหารหมู่บ้านต่อการดูแลบริหารชุมชนประเภทบ้านจัดสรรขนาดกลางของภาคเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล |
| นักวิจัย | : | วสันต์ วิศนุวัฒนากิจ |
| คำค้น | : | PROPERTY MANAGEMENT , HOUSING COMMITTEE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2536 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000212 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์นี้ วัตถุประสงค์เพื่อจะศึกษาถึงปัญหาและความคิดเห็นในการบริหารชุมชนประเภทบ้านจัดสรรของหมู่บ้านจัดสรรขนาดกลางและรายได้ปานกลาง ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ การเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการที่พัฒนาโครงการหมู่บ้านจัดสรรตัวอย่าง โดยการสัมภาษณ์ และใช้แบบสอบถามสำหรับเจ้าของบ้านในหมู่บ้านตัวอย่างที่ทำการศึกษา เพื่อที่จะได้ทราบปัญหาและข้อคิดเห็นต่อการจัดการและบริการของผู้บริหารหมู่บ้านที่ เข้าอาศัยแล้ว เพื่อสรุปความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาต่อไป กลุ่มประชากรตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ผู้วิจัยได้ทำการแบ่งและกำหนดโดย ใช้วิธี THREE STAGE STRATIFIED SAMPLING ซึ่งจะแบ่งหมู่บ้านเป้าหมายที่เป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดกลางรายได้ปานกลางของภาคเอกชน ที่มีจำนวนตั้งแต่ 100 ถึง 500 หน่วยต่อหนึ่งโครงการ (ตามการจัดขนาดของพ.ร.บ.จัดสรร 2535) และหมู่บ้านเหล่านี้จะถูกทำการแบ่งย่อยเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ดังนี้คือ โซนทางด้านเหนือ ด้านใต้ ด้านตะวันออก และ ด้านตะวันตกของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการกระจายของตัวอย่างที่ทำการเก็บในทุกพื้นที่ และทำการเก็บตัวอย่างจากหมู่บ้านที่สร้างเสร็จระหว่างปี 2530-2535 โดยมีประชากรเป้าหมายทั้งสิ้น 45819 หน่วยกำหนดขนาดข้อมูลจำนวนตัวอย่างที่ต้องการจัดเก็บที่ระดับความเชื่อมั่น 95% มีความคาดเคลื่อนเท่ากับ 5% ขนาดตัวอย่างที่เหมาะสม 397 หน่วย และตัวอย่างที่เก็บไว้ศึกษาทั้งสิ้น 405 ตัวอย่าง ผลการศึกษา แสดงให้เห็นว่า ประชากรตัวอย่างที่ทำการศึกษา มีปัญหาในการอยู่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าวโดยความสำคัญอันดับหนึ่งคือด้านความสะอาด การจัดเก็บขยะ อันดับสองคือการดูแลสาธารณูปโภคส่วนกลาง ปัญหาอันดับสามคือความปลอดภัย กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต้องการให้มีคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อเป็นตัวแทนในการร่วมบริหารหมู่บ้าน 94.85%และสัดส่วนของจำนวนคณะกรรมการควรมาจากสัดส่วนของจำนวนบ้านในหมู่บ้าน วาระการทำงานของคณะกรรมการ ทุก 2 ปี 50% และมีความคิดเห็นว่าการทำงานของคณะกรรมการควรมีกฎหมายรองรับ 83.82% ในคณะกรรมการควรมีตัวแทนจากผู้ประกอบการร่วมเป็นกรรมการด้วย การทำงานของกรรมการในปัจจุบันกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าควรมีการปรับปรุง 78% การจัดการด้านการเงินกลุ่มตัวอย่างในปัจจุบันมีการดำเนินการจัดเก็บค่าดูแลหมู่บ้าน82% และมีความคิดเห็นว่าอัตราการจัดเก็บเหมาะสมแล้ว 73%ความคิดเห็นว่าควรมีการจัดเก็บค่าดูแลชุมชน 82.42% ความเห็นในด้านอัตราการจัดเก็บควรคิดจากพื้นที่แปลงย่อที่ถือครองนำมาเป็นสัดส่วนในการคิด62% ระยะเวลาการจัดเก็บส่วนใหญ่เห็นว่าควรจัดเก็บเป็นรายเดือน 75%และมีความเห็นว่า บริษัทที่พัฒนาหมู่บ้านควรมีส่วนร่วมในการออกเงินค่าดูแลส่วนกลางด้วย 90.11% โดยสรุปความคิดเห็นต่อการบริหารหมู่บ้านจัดสรรตัวอย่างควรที่จะเป็นลักษณะของนิติบุคคลพิเศษมารองรับการทำงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน |
| บรรณานุกรม | : |
วสันต์ วิศนุวัฒนากิจ . (2536). ความคิดเห็นของผู้อยู่อาศัยและผู้บริหารหมู่บ้านต่อการดูแลบริหารชุมชนประเภทบ้านจัดสรรขนาดกลางของภาคเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วสันต์ วิศนุวัฒนากิจ . 2536. "ความคิดเห็นของผู้อยู่อาศัยและผู้บริหารหมู่บ้านต่อการดูแลบริหารชุมชนประเภทบ้านจัดสรรขนาดกลางของภาคเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วสันต์ วิศนุวัฒนากิจ . "ความคิดเห็นของผู้อยู่อาศัยและผู้บริหารหมู่บ้านต่อการดูแลบริหารชุมชนประเภทบ้านจัดสรรขนาดกลางของภาคเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print. วสันต์ วิศนุวัฒนากิจ . ความคิดเห็นของผู้อยู่อาศัยและผู้บริหารหมู่บ้านต่อการดูแลบริหารชุมชนประเภทบ้านจัดสรรขนาดกลางของภาคเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.
|
