| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนรายบุคคล กับกลุ่มที่เรียนจากเพื่อน |
| นักวิจัย | : | พิจารณา พิเศษศิลป์ |
| คำค้น | : | คณิตศาสตร์ -- การศึกษาและการสอน (มัธยมศึกษา) , การสอนซ่อมเสริม , ผลสัมทฤธิ์ทางการเรียน |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ยุพิน พิพิธกุล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2530 |
| อ้างอิง | : | 9745676276 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20911 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530 วัตถุประสงค์ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำระหว่างกลุ่มที่โรงเรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนรายบุคคล กับ กลุ่มที่เรียนจากเพื่อน วิธีดำเนินการวิจัย ตัวอย่างประชากร เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์จำนวน 2 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งเป็นกลุ่มทดลองที่สอนซ่อมเสริมโดยเพื่อน กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มควบคุมที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนรายบุคคล แต่ละกลุ่มมีนักเรียนจำนวน 30 คน ทดสอบภาวะความแปรปรวนโดยใช้การทดสอบค่าเอฟ (F-test) และทดสอบค่าที (t-test) ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (ค 013) ของทั้งสองกลุ่มพบว่าไม่แตกต่างกันที่ระดับความมีนัยสำคัญ 0.05 แสดงว่าพื้นฐานทางการเรียนคณิตศาสตร์ของทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน ผู้วิจัยสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ซึ่งประกอบด้วยชุดการเรียนการสอนรายบุคคลเรื่อง “จำนวนเชิงซ้อน” กับ “ลำดับและอนุกรม” ซึ่งมีประสิทธิภาพ 89.06/85.77 และ 87.41/90.00 ตามลำดับ และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่ตั้งไว้เอกสารแนะแนวทาง เรื่อง “จำนวนเชิงซ้อน” กับ “ลำดับและอนุกรม” ซึ่งเป็นฉบับเดียวกันกับบัตรกิจกรรมและบัตรแบบฝึกหัดของชุดการเรียนการสอนรายบุคคลและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์การเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ (ค 014) เรื่อง “จำนวนเชิงซ้อน” กับ “ลำดับและอนุกรม” ได้ค่าความเที่ยง 0.97 และ 0.95 ตามลำดับ ผู้วิจัยนำชุดการเรียนการสอนรายบุคคลและเอกสารแนะแนวทางไปใช้กับกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ทั้งสองกลุ่มเรียนซ่อมเสริมสัปดาห์ละ 1 คาบรวมทั้งหมด 12 คาบ หลังจากที่กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมเรียนซ่อมเสริมจบในแต่ละเรื่องแล้ว ให้นักเรียนทั้งสองกลุ่มทำแบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์การเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ค่ามัชฌิมาเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที ผลการวิจัย ผลสัมฤทธิ์การเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำของกลุ่มที่เรียนจากเพื่อน สูงกว่ากลุ่มที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนรายบุคคลอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ |
| บรรณานุกรม | : |
พิจารณา พิเศษศิลป์ . (2530). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนรายบุคคล กับกลุ่มที่เรียนจากเพื่อน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิจารณา พิเศษศิลป์ . 2530. "การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนรายบุคคล กับกลุ่มที่เรียนจากเพื่อน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. พิจารณา พิเศษศิลป์ . "การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนรายบุคคล กับกลุ่มที่เรียนจากเพื่อน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print. พิจารณา พิเศษศิลป์ . การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนซ่อมเสริมวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนรายบุคคล กับกลุ่มที่เรียนจากเพื่อน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.
|
