| ชื่อเรื่อง | : | การใช้ประโยชน์จากเถ้าและวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเป็นวัสดุในงานคอนกรีต |
| นักวิจัย | : | ชัย จาตุรพิทักษ์กุล |
| คำค้น | : | คอนกรีต , วัสดุเหลือทิ้ง , เค้า |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2557 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RTA5380002 , http://research.trf.or.th/node/8781 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ทำการศึกษาการใช้ประโยชน์จากเถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรม 4 ชนิด ซึ่งได้แก่ เถ้า ถ่านหิน เถ้าชานอ้อย เถ้าแกลบ และเถ้าปาล์มน้ำมัน เพื่อเป็นวัสดุประสานในการแทนที่ปูนซีเมนต์ปอร์ต แลนด์บางส่วนและใช้เป็นวัสดุพื้นฐานในการทำจีโอโพลีเมอร์ นอกจากนี้ยังศึกษาการใช้ประโยชน์จาก วัสดุเหลือทิ้ง 2 ชนิด คือ กากแคลเซียมคาร์ไบด์และเศษคอนกรีตการการย่อยเพื่อใช้เป็นวัสดุในส่วนผสม คอนกรีต ผลการศึกษาพบว่าเมื่อนำเถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรมทั้ง เถ้าถ่านหิน เถ้าชานอ้อย เถ้าแกลบ และเถ้าปาล์มน้ำมันไปบดให้มีความละเอียดสูงสามารถเป็นวัสดุปอซโซลานที่ดี แต่ถ้าเถ้าดังกล่าวหากมี ความละเอียดต่ำ (เถ้าที่ได้มาจากโรงงานอุตสาหกรรมโดยตรง) พบว่าไม่เหมาะสมต่อการนำไปใช้แทนที่ ปูนซีเมนต์บางส่วนเนื่องจากให้กำลังอัดของคอนกรีตที่ต่ำกว่าคอนกรีตที่ไม่ใช้เถ้า การใช้เถ้าจาก โรงงานอุตสาหกรรมที่มีความละเอียดสูงแทนที่ปูนซีเมนต์ในปริมาณที่เหมาะสมสามารถทำให้คอนกรีต มีกำลังอัดสูงกว่าคอนกรีตควบคุมหรือมีกำลังอัดลดลงจากกรณีที่ไม่ใช้เถ้าดังกล่าวไม่มากนักโดยเฉพาะที่ อายุ 60 หรือ 90 วัน คอนกรีตที่ผสมเถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรมมีความสามารถในการต้านทานการ แทรกซึมของสารละลายคลอไรด์จากน้ำทะเลได้ดีและยืดระยะเวลาการเกิดสนิมของเหล็กที่ฝั่งอยู่ใน คอนกรีตได้เป็นอย่างดี การใช้เถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความละเอียดสูงเพื่อเป็นวัสดุปอซโซลาน สามารถลดข้อด้อยของคอนกรีตที่ใช้มวลรวมจากการย่อยเศษคอนกรีตลงได้ระดับหนึ่งและในบางกรณี อาจพัฒนาจนคอนกรีตผสมมวลรวมจากการย่อยเศษคอนกรีตมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าคอนกรีตที่ใช้ มวลรวมจากธรรมชาติที่ไม่ผสมเถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรม เถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรมเมื่อผสมร่วมกับกากแคลเซียมคาร์ไบด์และทำให้มีความละเอียดสูง สามารถใช้เป็นวัสดุประสานในส่วนผสมคอนกรีตได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์โดย คอนกรีตชนิดใหม่มีคุณสมบัติเชิงกลคล้ายกับคอนกรีตทั่วไป อย่างไรก็ตามคอนกรีตที่ได้จากวัสดุ ประสานของเถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรมกับกากแคลเซียมคาร์ไบด์มีระยะเวลาก่อตัวที่นานกว่าและการ พัฒนากำลังอัดที่อายุระยะต้นต่ำกว่าคอนกรีตทั่วไป นอกจากนี้ผลจากการศึกษาเถ้าปาล์มน้ำมันในงาน คอนกรีตได้นำไปใช้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการจัดทำร่างมาตรฐานอุตสาหกรรม (มกอ.) ของประเทศ ไทย คือ มาตรฐานเถ้าปาล์มน้ำมันใช้เป็นวัสดุผสมคอนกรีต In this study, utilization of waste ashes and waste materials from industries as concrete materials were studied. Four kinds of industrial waste ashes namely; fly ash, bagasse ash, rice husk ash, and palm oil fuel ash were used to partially replace Portland cement in concrete and were used as basic materials for producing geopolymer. In addition, the utilization of 2 kinds of waste materials, calcium carbide residue and recycled aggregate concrete were also studied when they were used as concrete materials. The results showed that when the industrial ashes (fly ash, bagasse ash, rice husk ash, and palm oil fuel ash) had been ground to have high fineness, they were good pozzolanic materials. However, if the ashes had low fineness (the ashes received directly from the industries), they were not suitable to be used to partially replace Portland cement since they produced lower compressive strength of concretes compared with those concretes without the ashes. Use of high fineness of the industrial ashes with suitable replacement of Portland cement in concrete could produce concrete to have higher or slightly lower compressive strength than control concrete (concrete without the ashes), especially at the age of 60 or 90 days. Concrete containing industrial ashes had good resistance of chloride penetration from sea water and prolonged the corrosion of the embedded steel bar in the concrete. Use of high fineness of industrial ash as a pozzolanic material could compensate the disadvantage of using recycled concrete aggregate in concrete and sometimes could enhance the properties of recycled aggregate concrete to be equal or higher than that of normal aggregate concrete which did not contain the industrial ash. The industrials ashes mixed with calcium carbide residue and have high fineness can be used as a binder in concrete without Portland cement. Physical properties of new concrete were similar to normal concrete. However, the concrete made from the binder of the industrial ash and calcium carbide residue had longer setting times than that of normal concrete and the compressive strength of the new concrete at the early ages was lower than that of normal concrete. In addition, the obtained results from the study of palm oil fuel ash in concrete were used as data to draft Thai industrial standard of “palm oil fuel ash use as an admixture in concrete”. |
| บรรณานุกรม | : |
ชัย จาตุรพิทักษ์กุล . (2557). การใช้ประโยชน์จากเถ้าและวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเป็นวัสดุในงานคอนกรีต.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ชัย จาตุรพิทักษ์กุล . 2557. "การใช้ประโยชน์จากเถ้าและวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเป็นวัสดุในงานคอนกรีต".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ชัย จาตุรพิทักษ์กุล . "การใช้ประโยชน์จากเถ้าและวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเป็นวัสดุในงานคอนกรีต."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2557. Print. ชัย จาตุรพิทักษ์กุล . การใช้ประโยชน์จากเถ้าและวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเป็นวัสดุในงานคอนกรีต. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2557.
|
