| ชื่อเรื่อง | : | การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง กรณีศึกษา : ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร |
| นักวิจัย | : | นรรถฐิยา ผลขาว |
| คำค้น | : | %DRC measurement tool , การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง , จังหวัดยโสธร , ตำบลน้ำคำ , อำเภอไทยเจริญ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2556 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG53E0025 , http://research.trf.or.th/node/8297 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการอ่านหนังสือ ให้เด็กฟังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและครอบครัว 2) เพื่อศึกษารูปแบบโครงสร้างการอ่านหนังสือให้ เด็กฟังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 3) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยศึกษาในพื้นที่การวิจัยตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร ใน หน่วยงานซึ่งเป็น โรงเรียนประถมศึกษาทุกโรงเรียน จำนวน 5 แห่ง สถานีอนามัยทุกแห่งในตำบล จำนวน 2 แห่ง องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 1 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่ง จำนวน 3 แห่ง และเครือข่ายการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยระดับตำบล จำนวน 1 เครือข่าย กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยประกอบด้วยหัวหน้า/เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรของหน่วยงานในพื้นที่ ศึกษา ผู้นำชุมชนทุกหมู่บ้าน จำนวน 12 คน และผู้ปกครองเด็กในตำบลน้ำคำ จำนวน 100 ครอบครัว การวิจัยนี้ใช้การศึกษาเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ แบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) การดำเนินการประกอบด้วย 3 ระยะ คือ 1) การศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาโจทย์วิจัย และการเก็บข้อมูล และ การศึกษาบริบทพื้นที่ ทุนทางสังคมและโครงสร้างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง 2) การปฏิบัติการ และ 3) การสรุปและประเมินผล ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการอ่านหนังสือให้เด็กฟังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ ครอบครัว ได้แก่ สัมพันธภาพภายในชุมชนซึ่งเกาะเกี่ยวกันที่ทำให้ต้องมีกิจกรรมร่วมกันและให้ ความร่วมมือที่ดี เช่น งานบุญประเพณีต่างๆ ที่เป็นวัฒนธรรมที่ดีของชุมชน,บางชุมชนมีศาสนาเป็น แรงยึดเหนี่ยว ซึ่งถือว่าเป็นทุนทางคมอย่างหนึ่ง นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีทั้งในพื้นที่และ นอกพื้นที่ ทั้งที่เป็นหน่วยงานของรัฐและไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ รวมทั้งที่เป็นเฉพาะบุคคลใน หน่วยงานด้วย ได้แก่ โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียน,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, องค์การ ข บริหารส่วนตำบล, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศูนย์การศึกษานอกระบบและ ศึกษาตามอัธยาศัย องค์กรที่มีในชุมชนคือกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ สำคัญอีกคือ สภาพสิ่งแวดล้อมการมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการอ่านหนังสือ เช่น การมีหนังสือและมุม อ่านหนังสือที่พอเพียง กระบวนการส่งเสริมที่ต่อเนื่อง และ การให้ความสำคัญและทัศนคติที่ดีต่อการ อ่านหนังสือให้เด็กรวมทั้งการอ่านหนังสือในทุกวัยด้วย 2. รูปแบบโครงสร้างการอ่านหนังสือให้เด็กฟังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 2.1 รูปแบบโครงสร้างของชุมชนเอง ได้แก่ - ครอบครัว เป็นสถาบันที่อยู่ใกล้ชิดและมีความสัมพันธ์เด็กมากที่สุด ทัศนคติที่ดีต่อการ อ่านหนังสือให้เด็กฟัง ของบุคคลในครอบครัว จะส่งผลพฤติกรรมการอ่านหรือไม่อ่านหนังสือให้เด็ก ฟัง การมีทัศคติที่ดีเห็นว่าการอ่านมีความสำคัญ และพัฒนาการของเด็กจะทำให้ผู้อ่านเกิดกำลังใจ จะทำให้ผู้ปกครองอ่านหนังสือให้เด็กฟังหรืออ่านต่อเนื่องสม่ำเสมอ - องค์กรของชุมชน ได้แก่ กลุ่มผู้นำ กลุ่มนี้เกือบทั้งหมดตอบว่ายังไม่ทราบถึงประโยชน์ และความสำคัญของการอ่านหนังสือให้เด็กเล็กกลุ่มนี้ฟัง และแสดงความคิดเห็นว่าตามบทบาทของ ตนเองจะเป็นผู้ที่สนับสนุน ประชาสัมพันธ์ เห็นว่าควรสร้างกระแสการอ่านทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ผู้ใหญ่ ควรรักการอ่านหนังสือด้วย - กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เป็นกลุ่มที่ทราบเรื่องการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง มากที่สุด เนื่องจากโดยภาระงานถูกกำหนดเป็นแนวทางการทำงานของอสม.ที่ชัดเจนอยู่แล้ว และ ได้รับการสนับการทำงานจาก รพ.สต. และมีผู้นำที่เห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง และอสม.สามารถช่วยผู้ปกครองเด็กได้ แตทั่้งนี้ก็ขึ้นอยูกั่บทัศนคติต่อการทำงานและต่อการอ่าน หนังสือให้เด็กฟังด้วย เป็นกลุ่มที่ทำงานแบบจิตอาสา - กลุ่มนักศึกษา กศน. เป็นกลุ่มที่มีลักษณะการทำงานคล้ายกันกับ อสม.คือทำงานภายใต้ นโยบายข้อกำหนดให้ทำอย่างชัดเจน และเลือกจากผู้ที่อาสามาทำกิจกรรม เป็นกลุ่มแรกที่มีการจัด และดูแลมุมหนังสือในชุมชนโดยได้รับงบสนับสนุนจาก กศน. 2.2 รูปแบบโครงสร้างของหน่วยงานของรัฐ พบว่า มี 2 ลักษณะ คือที่เอื้อและไม่เอื้อต่อ การส่งเสริมการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง หน่วยงานที่เอื้อได้แก่ - รพ.สต เนื่องจากเป็นหน่วยงานมีนักวิจัยร่วมในโครงการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เป็น หน่วยงานที่เริ่มและเป็นเจ้าของโครงการ และโดยบทบาททำงานเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง คือโครงการสายใยรักครอบครัว ที่ดูแลตั้งแต่หญิงตั้งครรภ์ คลอด และหลังคลอด รวมทั้งพัฒนาการ เด็ก ที่ขึ้นอยู่กับนโยบายของหน่วยงาน หัวหน้าหน่วยงานหรือบุคคลระดับปฏิบัติการของหน่วยงาน นั้นทัศนคติที่มีต่อการส่งเสริมการอ่านหนังสือทั้งให้เด็กฟังและประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่มีทัศนคติที่ ค ดีต่อการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง มี อสม. เป็นผู้ช่วยทำงาน และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ แต่ก็มี ข้อจำกัด เพราะไม่ใช่ภารกิจหลักและถูกมองว่าเป็นเรื่องของการศึกษาไม่ใช่สุขภาพ - การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีความเป็นอิสระสามารถกำหนด บทบาทในการส่งเสริมการอ่านในชุมชนเองได้ มีนักศึกษาที่เป็นคนในพื้นที่นั้นๆ เป็นผู้ทำกิจกรรม และสามารถสนับสนุนงบประมาณหรือหนังสือได้ รวมทั้งมีเจ้าที่ประจำติดตามกิจกรรมด้วยและ สามารถกระจายในทุกหมู่บ้านได้ - องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นหน่วยงานต้นสังกัดของ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีบทบาท โดยตรงในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กกลุ้มเป้าหมาย เป็นหน่วยงานที่มีทั้งคนและงบประมาณ และ เป็นหน่วยงานที่สามารถประสานหน่วยงานของรัฐได้ทุกหน่วยงาน แต่เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่เป็น นักการเมืองท้องถิ่น การทำงานจึงมีข้อจำกัด - โรงเรียน การส่งเสริมการอ่านหนังสือในโรงเรียนมีกิจกรรมที่หลากหลาย ตาม ข้อกำหนดเชิงนโยบายที่ชัดเจนมากกว่าทุกหน่วยงาน เน้นที่กิจกรรมการเรียนการสอนภายในโรงเรียน ในข้อกำหนดไม่ได้มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่านหนังสือให้เด็กฟังโดยเฉพาะแรกเกิดถึง 3 ปี มีห้องสมุด ทุกโรงเรียน การส่งเสริมการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง จำกัดอยู่ในชั้นอนุบาล ตามกลุ่มเป้าหมายของ โครงการ มี 1 โรงเรียนที่ส่งเสริมการอ่านอย่างเข้มข้นหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งเปิดห้องสมุดให้ ประชาชนทั่วไปด้วย โดยเป็นนโยบายของผู้บริหารโรงเรียน ข้อจำกัดของโรงเรียนคือนโยบายและ ข้อกำหนดบทบาทที่ไม่เอื้อ,ภาระงาน และนโยบายของผู้บริหารโรงเรียน 3. การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ของแต่ละหน่วยงาน กลุ่ม องค์กรเป็นไปตามบทบาทหน้าที่ ของแต่ละแห่ง ซึ่งจะสามารถจัดกิจกรรมมากน้อย ขึ้นอยู่กับ ข้อกำหนดนโยบายรวมทั้งทัศนคติของหน่วยงานนั้นๆ คือ - องค์การบริหารส่วนตำบล รับทำหน้าที่หลักในการประสานงานหน่วยงาน องค์กร ชุมชน และทุกเครือข่ายในการประชุม หรือจัดกิจกรรม สนับสนุนงบประมาณ เช่น การตั้งข้อบัญญัติ สนับสนุนกิจกรรมการอ่านหนังสือ การส่งเสริมการอ่านและพัฒนาการของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีครูผู้ดูแลเด็กเป็นผู้ดำเนินการตามกิจกรรมซึ่ง มีข้อกำหนดตามกลุ่มสาระตามแบบประเมิน ส่งครู ผู้ดูแลเข้ารบการฝึกทักษะในการอ่านหนังสือและเล่านิทานให้เด็กฟัง ปัญหาที่พบ คือ งบประมาณใน การสนับสนุนกิจกรรม เช่นการจัดซื้อหนังสือสำหรับเด็กไม่ได้วางแผนจัดซื้อเฉพาะ ต้องปรับใน งบประมาณส่วนอื่น และจำนวนครูผู้ดูแลมีจำนวนน้อยมาก ทำให้การจัดกิจกรรมต่างๆ ยังไม่เต็มที่นัก ไม่มีเวลาอ่านหรือเล่านิทานให้เด็กฟัง - โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล มีการจัดกิจกรรมที่ต่อเนื่องและบูรณาการในงาน ประจำการเช่น อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องความสำคัญของการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง รวมทั้ง ง การจัดหาหนังสือสนับสนุนกิจกรรม แก่หญิงมีครรภ์,หญิงหลังคลอด,ผู้ปกครองเด็ก, อสม. พร้อมทั้ง ประชาชนทั่วไป ติดตามเยี่ยมบ้าน ประเมินผล เป็นแกนหลักในกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง ประสานงานเครือข่ายส่งเสริมการอ่านโดยมี อสม. เป็นผู้ช่วยในการทำงาน และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งตำบล - โรงเรียน การส่งเสริมการอ่านหนังสือในโรงเรียน กลุม่ เป้าหมายหลักคือเด็กชั้นอนุบาล โรงเรียนเป็นแหล่งหนังสือคือมีห้องสมุดทุกโรงเรียน ผู้ใช้บริการมีเฉพาะครู นักเรียน ประชาชน ทั่วไปไม่นิยมใช้บริการ โรงเรียนที่มีการจัดกิจกรรมที่เข้มข้น หลากหลาย ผู้บริหารมีความพร้อมที่จะ ดำเนินการ กำหนดเป็นนโยบายชัดเจน มีครูที่รับผิดชอบโดยตรง การส่งเสริมการอ่านหนังสือก็ สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น การจัดกลุ่มนักอ่าน นักเขียน นักประดิษฐ์ และการอ่านหนังสือให้น้องฟัง คือ โรงเรียนคำสร้างช้างที่สนับสนุนงบประมาณด้วย - การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย กำหนดกิจกรรมชัดเจนมีกิจกรรมการส่งเสริมการ อ่านอย่างต่อเนื่องชัดเจน เช่น จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการอ่านหนังสือให้เด็กฟังแก่นักศึกษา การจัดซื้อหนังสือ การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการอ่าน เช่น การกระจายหนังสือและเปิดบ้าน นักศึกษาเป็นแหล่งหนังสือ อ่านและแลกเปลี่ยน หนังสือกัน - หน่วยงานเครือข่ายอื่นๆ พัฒนาเป็นตำบลแห่งการอ่าน มี สสส.เป็นผู้สนับสนุน งบประมาณบางส่วน และเครือข่ายขับเคลื่อนจังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดน่าอยู่ที่สุด ส่งเสริมเป็นตำบล แห่งการอ่าน เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันในเครือข่ายขับเคลื่อนสู่จังหวัดน่าอยู่ - |
| บรรณานุกรม | : |
นรรถฐิยา ผลขาว . (2556). การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง กรณีศึกษา : ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. นรรถฐิยา ผลขาว . 2556. "การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง กรณีศึกษา : ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. นรรถฐิยา ผลขาว . "การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง กรณีศึกษา : ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556. Print. นรรถฐิยา ผลขาว . การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง กรณีศึกษา : ตำบลน้ำคำ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2556.
|
