ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กลวิธีการบอกเลิกสัญญาในภาษาไทย : กรณีศึกษาผู้ฟังที่มีสถานภาพต่างกัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กลวิธีการบอกเลิกสัญญาในภาษาไทย : กรณีศึกษาผู้ฟังที่มีสถานภาพต่างกัน
นักวิจัย : เพชรีภรณ์ เอมอักษร
คำค้น : ภาษาไทย -- การใช้ภาษา , วัจนกรรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ณัฐพร พานโพธิ์ทอง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/19212
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการบอกเลิกสัญญาในภาษาไทยกับปัจจัยด้านสถานภาพของคู่สนทนา และความสัมพันธ์ของการบอกเลิกสัญญากับน้ำหนักความรุนแรงของสถานการณ์ ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยได้จากคำตอบในแบบสอบถามที่กำหนดสถานการณ์ซึ่งมีความต่างกันในด้านปัจจัยสถานภาพและความรุนแรง ทั้งหมด 6 สถานการณ์ ต่อ 1 สถานภาพ (รวมสถานการณ์ที่กำหนดทั้งสิ้น 6 x 3 = 18 สถานการณ์) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียน/นิสิต/นักศึกษา ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอุดมศึกษา จำนวน 200 คน ผลการวิจัยพบว่าผู้พูดภาษาไทยใช้กลวิธีทางภาษาในการบอกเลิกสัญญาทั้งกลวิธีตรงและกลวิธีความสุภาพ รวม 18 กลวิธี ผู้พูดทั้งสามสถานภาพจะบอกเลิกสัญญาโดยคำนึงถึงความสุภาพมากกว่าที่จะแสดงเจตนาบอกเลิกโดยตรง นอกจากนี้ ยังพบว่าการบอกเลิกสัญญาของผู้พูดภาษาไทยมีความสอดคล้องกับค่านิยมในวัฒนธรรมไทย ได้แก่ ค่านิยมในการรักษาคำพูด ซึ่งคนไทยเชื่อว่าเมื่อได้พูดหรือให้สัญญากับใครแล้วผู้พูดต้องปฏิบัติตามนั้น หากไม่ทำตามที่พูดก็อาจถูกตำหนิว่าเป็นคนไม่รักษาคำพูด ยิ่งผู้พูดมีสถานภาพสูงก็ยิ่งต้องรักษาคำพูด เพื่อรักษาภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้อื่น อีกทั้งผู้พูดภาษาไทยยังคำนึงถึงเรื่องการรักษาน้ำใจกัน ซึ่งเห็นได้จากการที่ผู้พูดส่วนใหญ่นิยมใช้กลวิธีการชี้แจงเหตุผลมากที่สุด และมักจะใช้ร่วมกับการกล่าวคำแสดงเจตนาขอโทษ เพราะเป็นกลวิธีที่ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจเหตุผลที่ทำให้ผู้พูดไม่สามารถทำตามสัญญาได้ พร้อมทั้งแสดงความรู้สึกสำนึกในความผิดที่ผู้พูดทำให้ผู้ฟังผิดหวังหรือเดือดร้อนจากการไม่ทำตามสัญญาของตน จากการศึกษายังพบว่าสถานภาพของผู้พูดเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเลือกใช้กลวิธีทางภาษาในการบอกเลิกสัญญา โดยผู้พูดที่มีสถานภาพต่ำกว่า พบกลวิธีในการบอกเลิก 16 กลวิธี และกลวิธีที่ใช้มากที่สุด คือ การชี้แจงเหตุผล ผู้พูดที่มีสถานภาพสูงกว่าผู้ฟัง พบกลวิธีในการบอกเลิก 11 กลวิธี และกลวิธีที่ใช้มากที่สุด คือ การผัดเวลา ส่วนผู้พูดที่มีสถานภาพเท่ากับผู้ฟัง พบกลวิธีในการบอกเลิก 15 กลวิธี และกลวิธีที่ใช้มากที่สุด คือ การชี้แจงเหตุผล นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้พูดที่มีสถานภาพต่ำกว่าจะพยายามแสดงความสุภาพมากกว่าสถานภาพอื่น โดยส่วนใหญ่จะใช้ถ้อยคำที่มีความยาวและใช้กลวิธีความสุภาพในการบอกเลิกสัญญาแต่ละครั้งมากกว่าสถานภาพอื่น สำหรับปัจจัยด้านน้ำหนักความรุนแรงของสถานการณ์ก็มีผลต่อการตัดสินใจบอกเลิกหรือไม่บอกเลิกสัญญาด้วย กล่าวคือ เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ผู้พูดทั้งสามสถานภาพจะบอกเลิกสัญญาน้อยลงเช่นเดียวกัน

บรรณานุกรม :
เพชรีภรณ์ เอมอักษร . (2550). กลวิธีการบอกเลิกสัญญาในภาษาไทย : กรณีศึกษาผู้ฟังที่มีสถานภาพต่างกัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เพชรีภรณ์ เอมอักษร . 2550. "กลวิธีการบอกเลิกสัญญาในภาษาไทย : กรณีศึกษาผู้ฟังที่มีสถานภาพต่างกัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เพชรีภรณ์ เอมอักษร . "กลวิธีการบอกเลิกสัญญาในภาษาไทย : กรณีศึกษาผู้ฟังที่มีสถานภาพต่างกัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
เพชรีภรณ์ เอมอักษร . กลวิธีการบอกเลิกสัญญาในภาษาไทย : กรณีศึกษาผู้ฟังที่มีสถานภาพต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.