| ชื่อเรื่อง | : | การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากใบและกิ่งต้นทำมัง Litsea petiolata Hook.f เพื่อใช้เป็นสารแต่งกลิ่นรสอาหาร |
| นักวิจัย | : | สาโรจน์ ปัญญามงคล |
| คำค้น | : | ทำมัง(พืช) -- วิเคราะห์และเคมี , ใบไม้ -- การวิเคราะห์ , ลำต้น -- การวิเคราะห์ , น้ำมันหอมระเหย , สารให้กลิ่นรส |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุทธิศักดิ์ สุขในศิลป์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | 9745849316 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16349 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2537 ต้นทำมัง Litsea petiolata Hook.f. เป็นไม้ยืนต้น พบมากทางภาคใต้ของประเทศไทย ใบและกิ่งของต้นไม้ชนิดนี้จะมีกลิ่นคล้ายกลิ่นแมลงดานา เมื่อนำใบและกิ่งมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยใช้ เฮกเซนเอทานอล และกลั่นโดยใช้ไอน้ำ พบว่าน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากใบจะสูงกว่าจากกิ่ง วิธีใช้ไอน้ำจะให้น้ำมันหอมระเหยสูงที่สุด คือ จากใบ 1.11 เปอร์เซนต์ โดยปริมาตรต่อน้ำหนัก แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ (p>-0.05)กับวิธีการสกัดโดยใช้เฮกเซนและเอทานอลจากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีด้วยเครื่องแก๊สโครมาโตรกราฟี-แมสสเปคโตรเมตรี (GC-MS) ประกอบด้วยสาร 8 ชนิด คือ 2-Butanone, 4-Cyclohexyl, 11-Dodecen-2-one, 5-Hepten-2-One, 6-Methyl, 2-Tridecanone, 1-Ethyl-2-Methylcyclohexane, 7-Octane-2-one, Undecanone, และ 2-Nonanoe เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสารที่พบในน้ำมันหอมระเหยจากแมลงดานาแล้วไม่มีสารชนิดใดที่เหมือนกัน นำน้ำมันหอมระเหยจากใบทำมังมาแยกด้วยคอลัมน์โครมาโตกราฟีโดยมีซิลิกาเจลเป็นตัวดูดซับ พบว่าสามารถแยกได้ 8 ลำดับส่วน ลำดับส่วนที่ 2 และ 3 จะมีกลิ่นแมลงดานามากกว่าลำดับส่วนอื่น เมื่อนำไปวิเคราะห์พบว่าสารที่ให้กลิ่นคล้ายกลิ่นแมลงดานา คือ 2-Butanone, 4-Cyclohexyl, 5-Hepten-2-one,6 Methyl 2-Tridecanone และ 1-Ethyl-2-Methylcyclohexane ปริมาณ 6.75, 22.08, 68.34 และ 12.82 เปอร์เซนต์ ตามลำดับ เมื่อนำไปทดสอบทางประสาทสัมผัสด้านกลิ่นเปรียบเทียบกับกลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากแมลงดานาที่ความเข้มข้นแตกต่างกันคือ 1.0, 2.5, 5.0, 7.5 และ 10.0 เปอร์เซนต์ ด้วยวิธี Triangle test ใช้ผู้ทดสอบที่มีความชำนาญ และผู้ทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดี 15 คน พบว่าน้ำมันหอมระเหยใบทำมังลำดับส่วนที่ 2 และ 3 มีกลิ่นต่างกันกับกลิ่นแมลงดานาอย่างมีนัยสำคัญ (p<-0.01) ในระดับความแตกต่างปานกลางถึงค่อนข้างมาก (p<-0.01) โดยสรุปว่ากลิ่นน้ำมันหอมระเหยใบต้นทำมังลำดับส่วนที่ 2 และ 3 จะมีกลิ่นฉุนคล้ายกลิ่นแมลงดานาเท่านั้น |
| บรรณานุกรม | : |
สาโรจน์ ปัญญามงคล . (2537). การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากใบและกิ่งต้นทำมัง Litsea petiolata Hook.f เพื่อใช้เป็นสารแต่งกลิ่นรสอาหาร.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สาโรจน์ ปัญญามงคล . 2537. "การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากใบและกิ่งต้นทำมัง Litsea petiolata Hook.f เพื่อใช้เป็นสารแต่งกลิ่นรสอาหาร".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สาโรจน์ ปัญญามงคล . "การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากใบและกิ่งต้นทำมัง Litsea petiolata Hook.f เพื่อใช้เป็นสารแต่งกลิ่นรสอาหาร."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2537. Print. สาโรจน์ ปัญญามงคล . การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากใบและกิ่งต้นทำมัง Litsea petiolata Hook.f เพื่อใช้เป็นสารแต่งกลิ่นรสอาหาร. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2537.
|
