| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์และออกแบบ อากาศพลศาสตร์ของสะพานขึง / แขวนโดยเคเบิล ด้วยการทดสอบในอุโมงค์ลม |
| นักวิจัย | : | วิโรจน์ บุญญภิญโญ |
| คำค้น | : | Flutter derivative , การปรับแต่งหน้าตัดทางอากาศพลศาสตร์ , การระบุค่าโดย Stochastic subspace , สะพานขึง , อุโมงค์ลม |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RMU4980012 , http://research.trf.or.th/node/5302 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้ประกอบด้วยการเสนอวิธีการระบุค่าและการทดสอบเพื่อระบุค่าตัวแปรด้านอากาศพลศาสตร์ที่สำคัญคือค่า Flutter derivatives และ ค่าสัมประสิทธิแ์ รงสมสถิตของหน้าตัดสะพาน ค่าตัวแปรดังกล่าวเป็นตัวแปรหลักในการออกแบบสะพานช่วงยาว เช่น สะพานขึงและสะพานแขวน ภายใต้แรงลม ตลอดจนการหาค่าความเร็วลมวิกฤติที่ทำให้สะพานเกิดการสูญเสียเสถียรภาพทางด้าน Flutter การระบุค่าตัวแปรเหล่านี้สามารถกระทำได้โดยการทดสอบในอุโมงค์ลม การศึกษานี้ได้เสนอวิธีการระบุค่าตัวแปร Flutter derivatives โดยวิธีปริภูมิย่อยแบบเฟ้นสุ่ม (Stochastic subspace identification) จากข้อมูลการสัน่ ไหวของแบบจำลองของะพาน ในอุโมงค์ลมภายใต้สภาพลมแบบราบเรียบและแปรปรวน จากการทดสอบทัง้ แบบการสัน่ แบบอิสระและการสั่นแบบสุ่ม ข้อดีของวิธีที่เสนอคือ การพิจารณาให้แรงลมที่มากระทำเป็นข้อมูลเข้า แทนที่จะเป็นสัญญาณรบกวน(Noise) งานวิจัยนี้ได้เสนอวิธีการที่เรียกว่า Data-driven stochastic subspace identification (SSI-DATA) ในการระบุค่าตัวแปร และทำการเปรียบเทียบกับวิธีล่าสุดที่ได้รับความนิยมคือ Covariance-driven stochasticsubspace identification (SSI-COV) การศึกษาได้ประยุกต์ใช้สะพานขึงวงแหวนอุตสาหกรรมที่มีช่วงกลางสะพานยาว 398 เมตร โดยวิธีทดสอบแบบต่างๆภายใต้สภาพลมแบบราบเรียบและแปรปรวน ผลการศึกษาพบว่าวิธี SSI-DATA ที่เสนอ ให้ค่าที่ถูกต้องกว่าวิธี SSI-COV และวิธีนี้ยังใช้ได้กับการทดสอบทัง้ แบบการสัน่ แบบอิสระและการสัน่ แบบสุ่มนอกจากนี้ยังสามารถทำการทดสอบหาการสูญเสียเสถียรภาพแบบต่างๆและขนาดของการสัน่ ไหวของสะพานที่ความเร็วลมต่างๆในการทดสอบครัง้ เดียวกัน ผลการศึกษาพบว่า ก) ภายใต้ความเร็วลมแบบราบเรียบสะพานจะเกิดการสูญเสียเสถียรภาพทางด้านFlutter ที่ความเร็วลม 118 เมตรต่อวินาที ข) เกิดปรากฏการณ์ Vortex shedding ด้านการบิดที่ความเร็วลม41 เมตรต่อวินาที ค) ผลของความแปรปรวนของลมทำให้สะพานมีเสถียรภาพที่ดีขึ้นโดยลดปรากฏการณ์Vortex shedding และเพิ่มความเร็วลมที่ทำให้สะพานเกิดการสูญเสียเสถียรภาพ แต่จะเพิ่มการสัน่ ไหวของสะพานเมื่อเปรียบเทียบกับสภาพลมแบบราบเรียบ และ ง) การปรับแต่งหน้าตัดเดิมโดยใช้ทัง้ Soffit plates และFairings ทำให้หน้าตัดมีประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์มากที่สุด โดยช่วยลดการตอบสนองแบบ Vortex shedding และเพิ่มความเร็วลมวิกฤติได้อย่างมาก ดังนั้นการออกแบบหน้าตัดให้เพรียวลมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการออกแบบสะพานช่วงยาวต้านทานแรงลม |
| บรรณานุกรม | : |
วิโรจน์ บุญญภิญโญ . (2553). การวิเคราะห์และออกแบบ อากาศพลศาสตร์ของสะพานขึง / แขวนโดยเคเบิล ด้วยการทดสอบในอุโมงค์ลม.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. วิโรจน์ บุญญภิญโญ . 2553. "การวิเคราะห์และออกแบบ อากาศพลศาสตร์ของสะพานขึง / แขวนโดยเคเบิล ด้วยการทดสอบในอุโมงค์ลม".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. วิโรจน์ บุญญภิญโญ . "การวิเคราะห์และออกแบบ อากาศพลศาสตร์ของสะพานขึง / แขวนโดยเคเบิล ด้วยการทดสอบในอุโมงค์ลม."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. วิโรจน์ บุญญภิญโญ . การวิเคราะห์และออกแบบ อากาศพลศาสตร์ของสะพานขึง / แขวนโดยเคเบิล ด้วยการทดสอบในอุโมงค์ลม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
