| ชื่อเรื่อง | : | โครงการพัฒนา Law Clerk เพื่อสนับสนุนการพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม |
| นักวิจัย | : | นิสดารก์ เวชยานนท์ , สุนิสา ช่อแก้ว , นนทวัตร ผาติเสนะ |
| คำค้น | : | Law Clerk , พิจารณาและพิพากษาคดี , ศาลยุติธรรม |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | สภาพปัญหาที่นำไปสู่ความจำเป็นของการมีระบบ Law Clerk ในศาลยุติธรรมของประเทศไทย พบว่าปัญหาประการสำคัญ สืบเนื่องมาจากปริมาณคดีที่เพิ่มและมีความสลับซับซ้อน มากยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของจำนวนคดีที่ ค้าง พบว่าสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของคดีค้างในศาลสูงในปี พ.ศ. 2551 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับจำนวนคดีค้างในปีที่ผ่านมาและมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของปริมาณคดีค้างที่มากกว่าศาลชั้นต้น การมีระบบผู้สนับสนุนงานคดีของผู้พิพากษาถือเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้น วัตถุประสงค์ของการศึกษาคือ การสร้างตัวแบบระบบผู้สนับสนุนงานคดีที่เรียกว่า Law Clerk ผลที่ได้จากการวิจัยพบว่ามีทางเลือกสำหรับการพัฒนาระบบ Law Clerk ในศาลยุติธรรมไว้ 6 ตัวแบบ ได้แก่ ตัวแบบแรก เชื่อมโยงระหว่างนิติกรกับ Law Clerk ตัวแบบนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดีควรที่จะยึดประโยชน์ของผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นสำค เพื่อให้คนที่อยู่ในระบบสามารถที่จะปรับตัวเข้ากับระบบได้ ตัวแบบที่สอง ระบบ Law Clerk แบบจ้างตามสัญญาการจ้างงานระยะสั้นซึ่งคล้ายกับตัวระบบในต่างประเทศ ดังนั้น จุดเน้นของตัวแบบนี้จึงอยู่ที่การสรรหาคัดเลือกโดยการกำหนดคุณสมบัติทางด้านคุณวุฒิให้สูงและต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปี เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้เลย ตัวแบบที่สาม ระบบ Law Clerk แบบจ้างระยะยาวซึ่งจะคล้ายคลึงกับตัวแบบแรก แต่จุดเน้นคือ การสร้างอาชีพใหม่ที่เรียกว่า Law Clerk และเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของไทยจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงในงานและการมีสถานภาพและศักดิ์ศรีแห่งอาชีพที่เทียบเท่าได้กับระบบอื่นๆที่เป็นผู้สนับสนุนงานคดีของผู้พิพากษา ตัวแบบที่สี่ ระบบ Law Clerk แบบ Hybrid เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้พิพากษาซึ่งมีทั้งสองแบบ กล่าวคือ ในกรณีที่ใช้การจ้างให้ค่าตอบแทนจูงใจที่สูงกว่าระบบนิติกรที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่จะได้ค่าตอบแทนเป็นตัวเงินที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับกรณีการจ้างแบบชั่วคราวตามสัญญาจ้าง อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขที่จะต้องกำหนดในการประยุกต์ใช้ตัวแบบนี้คือ การกำหนดอัตราส่วนของการจ้างทั้งในกรณีการจ้างแบบชั่วคราวและแบบถาวร ตัวแบบที่ห้า ตัวแบบที่ได้จากการสัมมนาเป็นภาพสะท้อนที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เข้าร่วมสัมมนาการนำเสนอผลการศึกษาและข้อเสนอแนะที่ได้จัดขึ้นในระยะสุดท้ายของการดำเนินโครงการฯโดยสาระของตัวแบบยังคงเป็นการประยุกต์ใช้แนวทางจากตัวแบบแรก ตัวแบบที่หก Law Clerk รูปแบบผสม เป็นแนวคิดที่ได้จากโครงการนำร่องในศาลฎีกา ซึ่งเป็นตัวแบบที่เน้นการทำงานเป็นทีมระหว่างนิติกรและผู้พิพากษาที่อยู่ในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาเพื่อส่งต่องานให้ผู้พิพากษาศาลฎีกา ดังนั้น จุดเน้นของตัวแบบจึงอยู่ที่ตัวงาน |
| บรรณานุกรม | : |
นิสดารก์ เวชยานนท์ , สุนิสา ช่อแก้ว , นนทวัตร ผาติเสนะ . (2554). โครงการพัฒนา Law Clerk เพื่อสนับสนุนการพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ . นิสดารก์ เวชยานนท์ , สุนิสา ช่อแก้ว , นนทวัตร ผาติเสนะ . 2554. "โครงการพัฒนา Law Clerk เพื่อสนับสนุนการพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ . นิสดารก์ เวชยานนท์ , สุนิสา ช่อแก้ว , นนทวัตร ผาติเสนะ . "โครงการพัฒนา Law Clerk เพื่อสนับสนุนการพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ , 2554. Print. นิสดารก์ เวชยานนท์ , สุนิสา ช่อแก้ว , นนทวัตร ผาติเสนะ . โครงการพัฒนา Law Clerk เพื่อสนับสนุนการพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ ; 2554.
|
