ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สาเหตุความล่าช้าในการดำเนินคดีอาญาของศาลยุติธรรมภายในจังหวัดสงขลา
นักวิจัย : ศศิวิมล ช่วยดำรงค์ , สมเกียรติ แก้วเกาะสบ้า
คำค้น : ศาลยุติธรรม , ความล่าช้าในการดาเนินคดี
หน่วยงาน : นิติศาสตร์
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http:rd.hu.ac.thDownload Fileเธงเธดเธเธฑเธข58-เธญ.เธจเธจเธดเธงเธดเธกเธฅ.pdf
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยเรื่องนี้ เป็นงานวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงสำรวจควบคู่กับการวิจัยเอกสาร มุ่งศึกษาถึงปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการพิจารณาคดีอาญาของศาลยุติธรรมจังหวัดสงขลา และเพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องถึงสาเหตุความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาของศาลยุติธรรมจังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือ ผู้พิพากษา อัยการ พนักงานสอบสวน และพยาน จำนวน 346 คน กลุ่มที่ 2 คือ จำเลย ทนายความ และประชาชนทั่วไป จำนวน 227 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้พิพากษา พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน และพยาน มีความคิดเห็นต่อสาเหตุ ความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาว่าอยู่ในระดับมาก ทั้งในภาพรวมและในภาพย่อย กล่าวคือ ในภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ย 4.01 คะแนน ด้านการประสานงานและการให้บริการข้อมูลของศาล มีคะแนนเฉลี่ย 4.12 คะแนน ด้านกระบวนการระหว่างพิจารณาของศาลมีคะแนนเฉลี่ย 3.85 คะแนน และด้านความต่อเนื่องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีคะแนนเฉลี่ย 3.90 คะแนน 2. จำเลย ทนายความ และประชาชนทั่วไป มีความคิดเห็นต่อสาเหตุความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาว่าอยู่ในระดับมากทั้งในภาพรวมและในภาพย่อย กล่าวคือ ในภาพรวมมีคะแนนเฉลี่ย 3.76 คะแนน ด้านการประสานงานและการให้บริการข้อมูลของศาลมีคะแนนเฉลี่ย 4.23 คะแนน ด้านกระบวนการระหว่างพิจารณาของศาลมีคะแนนเฉลี่ย 3.54 คะแนน และด้าน ความต่อเนื่องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีคะแนนเฉลี่ย 3.70 คะแนน 3. ผลการเปรียบเทียบสาเหตุความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาของศาลยุติธรรมจังหวัดสงขลา จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม 3.1 ผลการเปรียบเทียบ จำแนกตามสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 กล่าวคือ พนักงานอัยการและพยานประชาชนทั่วไปเห็นว่าสาเหตุความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาด้านกระบวนการระหว่างพิจารณาของศาลสูงกว่าผู้พิพากษาที่ระดับนัยสาคัญทางสถิติ .05 3.2 ผลการเปรียบเทียบ จำแนกตามประสบการณ์ทำงานด้านคดีอาญา ได้แก่ ประสบการณ์ 1-5 ปี 6-10 ปี 11-15 ปี 16-20 ปี และ มากกว่า 25 ปี พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน ทั้งในภาพรวมและพิจารณาแยกแต่ละด้าน 3.3 ผลการเปรียบเทียบ จำแนกตามสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ไม่มี ความแตกต่างกันในด้านกระบวนการระหว่างพิจารณาของศาล ส่วนอีกสามด้านที่เหลือ พบว่า 1) ทนายความฝ่ายจาเลยมีความเห็นต่อสาเหตุความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาเฉลี่ยสูงกว่าจำเลยที่ระดับนัยสาคัญทางสถิติ .05 2) ทนายความฝ่ายโจทก์และทนายความฝ่ายจำเลยมีความเห็น ต่อสาเหตุความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาด้านการประสานงานและการให้บริการข้อมูลของศาลและด้านความต่อเนื่องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสูงกว่าจำเลย ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05 4. ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเกี่ยวกับคดียาเสพติด คดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน และคดีเกี่ยวกับชีวิต มีความคิดเห็นต่อสาเหตุความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาของศาลยุติธรรมจังหวัดสงขลา ในด้านกระบวนการระหว่างพิจารณาของศาลไม่แตกต่างกัน นอกจากนั้นพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินมีความคิดเห็นต่อสาเหตุความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาของศาลสูงกว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดในสามด้านคือ ด้านการประสานงานและการให้บริการข้อมูลของศาล ด้านความต่อเนื่องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และสาเหตุความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญาเฉลี่ย ที่ระดับนัยสาคัญทางสถิติ .05 5. ปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการพิจารณาคดีอาญาของศาลยุติธรรมจังหวัดสงขลา สามารถสรุปได้ดังนี้คือ 1) ปริมาณคดีอาญาขึ้นมาสู่ศาลเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ได้สัดส่วนกับอัตรากำลังของผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ธุรการ และอาคารสถานที่ 2) ยังไม่มีหลักเกณฑ์ ในทางกฎหมาย คำสั่ง ระเบียบหรือคำแนะนำใด ที่กำหนดว่าคดีอาญาจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาเท่าใด 3) ถึงแม้ว่าทางศาลยุติธรรมภายในจังหวัดสงขลาจะมีมาตรการต่างๆ มาใช้เพื่อที่จะให้คดีที่อยู่ในศาลยุติธรรมเสร็จไปโดยเร็วไม่ค้างการพิจารณาก็ตาม แต่บุคลากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมในบางขั้นตอนยังขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งในเกิดความล่าช้าในการพิจารณาคดีอาญา 4) กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยังมีความยุ่งยากและซับซ้อน ซึ่งจากการวิจัยพบว่า ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีความพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในส่วนต่างๆ ข การนาระบบการบริหารงานคดีในศาลมาใช้ (Case Management) และการนาวิธีการระงับข้อพิพาทที่เป็นทางเลือกอื่น (Alternative Dispute Resolution) มาใช้ ที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มี 3 วิธี คือ การเจรจาต่อรอง การไกล่เกลี่ย และการอนุญาโตตุลาการ

บรรณานุกรม :